ซีโฟร์บึ้มสนั่น-เจาะตู้ “เอทีเอ็ม” “โจรกรุง”มาแนวใหม่ ฉกกล่องเงินกว่า3แสน ซิ่งจยย.ลอยนวล ตร.ชี้รู้กลไกในเครื่องดี เร่งเช็กวงจรปิดตามล่า

บึ้มปล้น - ตร.ตรวจที่เกิดเหตุคนร้ายใช้ระเบิด ซีโฟร์บึ้มตู้เอทีเอ็ม ธ.กรุงเทพ ห้างโลตัส ถนนกรุงเทพฯ-กรีฑา กทม. ฉกกล่องเหล็กใส่เงิน 3 แสนบาท ขึ้นจยย.หลบหนีลอยนวล (รูปเล็ก) เมื่อวันที่ 13 ก.ย.

วางบึ้มตู้เอทีเอ็มหน้าห้างย่านกรุงเทพกรีฑา ฉกเงินสดจากเซฟไปกว่า 3 แสน ตร.รุดสอบชี้ไม่ใช่การเมือง มุ่งเงินสด สอบพบคนร้ายบินเดี่ยว ใช้ซีโฟร์ประกอบบึ้มแบบง่าย จุดระเบิดด้วยสายชนวน แต่มีความรู้เรื่องตู้เอทีเอ็มอย่างดี เพราะรู้จุดบึ้มให้กล่องเก็บเงินหลุดออกมา

เมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 13 ก.ย. ร.ต.ท. กิติพงศ์ สุนทรวิภาต รอง สว.(สอบสวน) สน.ประเวศ รับแจ้งเหตุคนร้ายวางระเบิดตู้เงินสดอัตโนมัติ หรือเอทีเอ็ม บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัส สาขากรุงเทพกรีฑา แขวงสะพานสูง เขตประเวศ กรุงเทพฯ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ประเวศ กำลังสายตรวจ 191 กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) และกลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด บก.สปพ.บช.น.

ที่เกิดเหตุอยู่ใกล้ซอยกรุงเทพกรีฑา 35 บริเวณลานจอดรถใกล้กับประตูทางเข้าห้าง พบตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงเทพ สภาพพังเสียหายจากแรงระเบิด ชิ้นส่วนตู้แตกกระจัด กระจายกว่า 30 เมตร เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด และพฐ. จึงเข้าตรวจสอบเพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน

จากการสอบสวนนายทองทิว ชื่นขำ อายุ 58 ปี พนักงานรักษาความปลอดภัยของบริษัท สยามวารินทร์ ชิปปิ้ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ให้การว่า ขณะปฏิบัติหน้าที่อยู่ตรงข้ามห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัส เวลาประมาณ 03.30 น. ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้น จึงรีบมาดูก็พบว่ามีเพลิงไหม้อยู่บริเวณตู้เอทีเอ็มหน้าห้าง จากนั้นเห็นชาย รูปร่างสูง สวมเสื้อแจ๊กเกตสีดำ กางเกงสีดำ ใส่หมวกกันน็อกสีขาว และมีกล่องเหล็ก 1 กล่อง ขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นคลิก สีดำ ไม่ทราบทะเบียน ออกมาจากห้างมุ่งหน้า ถ.ศรีนครินทร์

นายพลวัตร์ ใยบัว อายุ 23 ปี ผู้ที่เห็นเหตุ การณ์ขณะเกิดเหตุ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุตนนอนอยู่บนหอพักติดกับห้างเทสโก้โลตัส ได้ยินเสียงระเบิดดังขี้น 1 ครั้ง จึงออกมาดูที่หน้าต่าง ก็พบไฟกำลังลุกไหม้ตู้เอทีเอ็ม มีชายกำลังลากกล่องเหล็กสี่เหลี่ยมคาดว่าจะเป็น กล่องบรรจุธนบัตรออกมาจากกองไฟ ก่อนจะนำขึ้นรถจักรยานยนต์ไม่มีป้ายทะเบียนออกไป โดยคาดว่าเป็นคนร้ายจึงรีบวิ่งลงมาเพื่อไปที่เกิดเหตุแต่ก็ไม่ทัน คนร้ายหลบหนีไปก่อน

พ.ต.อ.อลงกรณ์ ศิริสงคราม ผกก.สน. ประเวศ กล่าวว่า สำหรับระเบิดดังกล่าวคาดว่ามีแรงดันสูง อานุภาพทำลายล้างวงกว้าง คนร้ายน่าจะวางระเบิดอยู่บริเวณด้านหลังฝั่งขวาของตู้เอทีเอ็ม เนื่องจากพบร่องรอยการแตกจนทะลุของกำแพงทางด้านขวา เบื้องต้นยังไม่สามารถประเมินความเสียหายได้ ต้องรอเจ้าหน้าที่ พฐ. และหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดสรุปผล ส่วนการติดตามคนร้ายนั้นต้องตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดและสอบปากคำพยานแวดล้อม เพื่อมาดำเนินการต่อไป

ต่อมาเวลา 10.00 น. ที่สน.ประเวศ พล.ต.ท. ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พร้อมด้วยพล.ต.ต. นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4 พ.ต.อ.มานพ น่วมลิวงศ์ รองผบก.น.4 เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ ทั้งนี้พล.ต.ท.ศานิตย์ได้สอบปากคำเบื้องต้นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ทำงานอยู่ในช่วงเกิดเหตุ หัวหน้ารปภ. และพยานที่เห็นเหตุการณ์ พร้อมสั่งให้เร่งนำข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ของตู้เอทีเอ็ม ซึ่งมีภาพกล้องวงจรปิดที่สามารถบันทึกภาพขณะเกิดเหตุไว้ได้มาตรวจสอบ

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า คนร้ายใช้เวลา 5 นาทีในการก่อเหตุดังกล่าว จากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบว่ามีการก่อเหตุโดยใช้ระเบิดทำลายสิ่งคุ้มครองทรัพย์มาก่อน ซึ่งคนร้ายน่าจะประสงค์ต่อทรัพย์มากกว่าเป็น การก่อความไม่สงบหรือเกี่ยวข้องกับความมั่นคง ส่วนสาเหตุที่คนร้ายเลือกใช้วิธีการเช่นนี้เพราะเป็นวิธีการที่ใช้เวลาน้อยและทำลายสิ่งกีดขวางทรัพย์ได้อย่างง่ายดาย จากการสอบ สวนพยานเบื้องต้นทราบว่าคนร้ายมีแค่คนเดียว ลักษณะท้วม หลังก่อเหตุได้ขับขี่รถจยย.ฮอนด้าคลิก สีดำ หลบหนีไป ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดี

พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้แบ่งงานให้กับทั้งฝ่ายสอบสวนและฝ่ายสืบสวนแล้ว โดยขณะนี้ทราบจำนวนเงินที่คนร้ายได้ไปคือ 314,100 บาท เป็นธนบัตร 1,000 และ 100 บาท ส่วนกล่องธนบัตร 500 ไม่ได้นำไปด้วย ซึ่งคนร้ายอาจจะรีบร้อนจนไม่ได้นำไปด้วย ส่วนกล้องวงจรปิดมีเพียงภายในตัวห้างที่สามารถทำงานได้ ภายนอกห้างนั้นกล้องวงจรปิดเสียทั้งหมด ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานขอกล้องวงจรปิดหน้าตู้เอทีเอ็มจากทางธนาคาร และยืนยันว่าการก่อเหตุในครั้งนี้เป็นการประทุษร้ายต่อทรัพย์สิน ไม่ได้เป็นการก่อเหตุความไม่สงบ แต่จะใช่คนมีสี หรือไม่นั้น ต้องรอให้พิสูจน์ทราบให้แน่ชัดก่อนเพราะบางทีไม่ใช่คนมีสีก็สามารถก่อเหตุในลักษณะนี้ได้เช่น เหตุระเบิดที่ร.พ.พระ มงกุฎเกล้า

ต่อมาเวลา 10.40 น. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. เดินทางมาติดตามคดีดังกล่าวที่สน.ประเวศ โดยพล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ เปิดเผยว่า เหตุดังกล่าวเป็นการประสงค์ ต่อทรัพย์ เพราะหลังเกิดเหตุ คนร้ายนำเงินออกจากตู้เอทีเอ็ม ซึ่งเป็นการชิงทรัพย์ในรูปแบบใหม่ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เบื้องต้นเตรียมแจ้งข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำลายสิ่งกีดกั้นที่คุ้มครองทรัพย์ ทั้งนี้ได้สั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างรัดกุมเพื่อติด ตามตัวคนร้ายและดำเนินการออกหมายจับ ต่อไป

รายงานจากหน่วยเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด แจ้งเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบตู้เอทีเอ็ม และบริเวณโดยรอบพบว่าแผงปุ่มกดตัวเลข และช่องเงินกระเด็นไปไกลกว่า 50 เมตร และพบว่ามีรอยแรงระเบิดจากบริเวณด้านข้างซ้ายของตู้เอทีเอ็มนั้นคือส่วนที่เปราะบางที่สุด ลักษณะการระเบิดคือการสร้างแรงดันบริเวณนั้นเพื่อผลักให้กล่องเก็บเงินกระเด็นออกมาด้านหน้าอย่างง่ายดาย การลงมือในลักษณะนี้ได้คนร้ายต้องมีความรู้เรื่องตู้เอทีเอ็ม และระเบิดเป็นอย่างดี ส่วนระเบิดที่ใช้อาจเป็นระเบิดซีโฟร์ แรงดันสูง น้ำหนักประมาณ 200 กรัม รัศมีการทำลายล้าง 25 เมตร คนร้ายใช้สายชนวนในการจุดระเบิด จากการตรวจสอบไม่ใช่ระเบิดที่ซับซ้อน

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ. กำธร อุ่ยเจริญ รองผบก.สปพ.หรือ191 เดินทางเข้าพบ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. ด้านความมั่นคง เพื่อรายงานความคืบหน้าการเก็บหลักฐาน ตรวจพิสูจน์ เหตุระเบิดที่ตู้เอทีเอ็ม

พ.ต.อ.กำธรกล่าวว่า เหตุระเบิดครั้งนี้ เชื่อว่าไม่เกี่ยวกับการเมืองหรือสร้างสถานการณ์แน่นอน และการประกอบระเบิดก็ไม่ใกล้เคียงกับเหตุระเบิดร.พ.พระมงกุฎเกล้า หรือหน้ากองสลากเก่า วิธีประกอบก็แตกต่างกัน ซึ่งคนที่ประกอบระเบิดไม่จำเป็นต้องมีความชำนาญ มีความรู้ทั่วไปก็สามารถประกอบได้ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวชิ้นส่วนระเบิดไว้ตรวจสอบ ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลจากห้องปฏิบัติการ