อาชีวะป้องสถาบัน เตือน คณะราษฎร อย่าจาบจ้วง จนทำให้เผชิญหน้ากัน
วันที่ 15 พ.ย. ที่ลานคนเมือง กทม. นายฐากูร นวลแก้ว โฆษกอาชีวะปกป้องสถาบันฯ ได้อ่านแถลงการณ์ โดยระบุว่า กลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบัน ได้ติดตามการชุมนุมของกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่าคณะราษฎร์มาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ซึ่งข้อเรียกร้องดังกล่าว ยังหลีกเลี่ยงไม่พ้นกับเนื้อหาข้อความแสดงการลบหลู่ และการปราศรัยจาบจ้วงล่วงละเมิด “สถาบันพระมหากษัตริย์” อันเป็นที่เคารพรักของปวงชนชาวไทย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการชุมนุมของคณะราษฎร เมื่อวันที่ 8 พ.ย. ที่ผู้ชุมนุมได้เคลื่อนขบวนมายัง สำนักพระราชวัง บริเวณวัดพระแก้วมรกต ซึ่งเป็นเขตพระราชฐาน และสถานที่ที่ประชาชนไทยเคารพบูชา โดยมีการทำลายรถเจ้าหน้าที่ตำรวจ รถประจำทางรถเมล์ขสมก. ทำร้ายเจ้าหน้าที่ทหาร จนได้รับบาดเจ็บ มีการปาระเบิดปิงปอง ยิงแสงเลเซอร์ เข้าไปยังวัดพระแก้วมรกต และทำร้ายชาวต่างชาติที่พัทยา อันเป็นการแสดงถึงการดูหมิ่นอย่างจงใจ
อีกทั้งยังใช้คำหยาบคายต่าง ๆ นานา การนำถังขยะมาดัดแปลงเป็นตู้จดหมายส่งสาสน์ ถึงพระมหากษัตริย์ การกระทำของกลุ่มคณะราษฎรตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้สร้างความหดหู่ ความเกลียดชัง และความแตกแยก ต่อประชาชนที่มีความจงรักภักดีต่อสถาบันฯเป็นอย่างยิ่ง
“หากยังให้มีกลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าวนี้ นำมวลชนออกมาขัดขวาง จะนำไปสู่การเผชิญหน้ากันในที่สุด”
โฆษกอาชีวะปกป้องสถาบันฯ กล่าวต่อว่า หลายครั้งที่ผู้ชุมนุมและแกนนำ มิได้เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง และมีท่าทีที่จะหนักขึ้นเรื่อย ๆ กลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบัน จึงขอให้ทางกลุ่มคณะราษฎร ได้ตระหนักถึงความสงบสุขบ้านเมือง หยุดพฤติกรรมที่มีการจาบจ้วงล่วงละเมิดอย่างเด็ดขาด อันซึ่งจะนำไปสู่การเผชิญหน้าของกลุ่มคนที่จะออกมาต่อต้าน
ทั้งนี้กลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบันฯ ขอให้รัฐบาลใช้กฎหมายบังคับเด็ดขาด ต่อกลุ่มผู้ชุมนุมและแกนนำ รวมถึงบุคคลผู้ที่เบื้องหลังอย่างถึงที่สุด ทางกลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบันขอยืนยันว่า ประเทศไทย
จะต้องปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เท่านั้น