จากกรณีที่ น้องสกาย หรือ น้องโจ ที่รับบทเป็นลูกชายของใจเริง จาก ละครเพลิงบุญ มีอาการป่วยเป็นโรงมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ซึ่งได้รับการเปิดเผยว่า อยู่ในช่วงของการรักษาด้วยเคมีบำบัด เมื่อวันที่ 29 ก.ย. ที่ผ่านมา
สำหรับอาการของน้องล่าสุดนั้น พ่อน้องสกาย เผยว่า “อาการของน้องตั้งแต่เช้าได้ทำคีโมประมาณ 10 โมงเช้า ตอนนี้น้องพักฟื้น ทานน้ำ ทานยาได้ ขาขยับได้บ้างนิดหน่อย จะมีอาการช้ำและอักเสบที่บริเวณรูทวารหนักเพราะว่าช่วง 2-3 วันที่แล้ว น้องถ่ายปัสสาวะเยอะ วันหนึ่งถ่ายประมาณ 20 ครั้ง ตอนนี้ก็ทายาให้อยู่ นอกนั้นก็มีการให้เกล็ดเลือด เม็ดเลือดแดงไป 2 รอบ เพราะการให้คีโมจะไปกดภูมิต่างๆของน้องลง ปกติคนเรามีเม็ดเลือดขาว 5,000 – 10,000 ตอนนี้น้องเหลือ 1,500
ซึ่งหมอแจ้งว่าการให้คีโมครั้งถัดไปในวันศุกร์นี้มันจะทำให้ไปกดภูมิน้องลงอีกหลังจากนี้ถึงขั้นระดับศูนย์เลย ตอนนั้นก็ต้องระมัดระวังการติดเชื้อของน้องให้มากขึ้น และจำกัดการเข้าเยี่ยม ตอนนี้ระวังมากที่สุดคือเรื่องการติดเชื้อและการแทรกซ้อนของการได้รับคีโม ตั้งแต่ให้คีโมมาจนถึงตอนนี้เป็นตัวเริ่มต้นคือเข้าไปจำกัดให้เชื้อมันรวมตัวเฉยๆและฆ่าเชื้อบ้างเล็กน้อย แต่ตัวที่จะให้คีโมในรอบถัดไปเพื่อไปทำลายเชื้อมะเร็ง อันนั้นน้องจะได้รับเอฟเฟ็คต์แล้ว แต่เราก็ภาวนาไม่ให้มันเกิดเยอะก็เหมือนคนทั่วไปที่ได้รับมีอาการผมร่วง อาเจียน มีแผลในปาก จากการได้รับคีโม 5 ครั้งของน้องที่ผ่านมายังไม่ได้รับเอฟเฟ็คต์มาก จะมีผมร่วงนิดหน่อย นอกนั้นยังไม่เห็นอะไรผิดปกติมาก”
เมื่อถามว่า หมอบอกว่าอาการของน้องอยู่ในระยะที่ 4 เชื้่อลามไปกระดูก พ่อน้องสกาย กล่าวว่า “เชื้อลามไปถึงไขสันหลังและส่วนอื่นๆของร่างกายมีบ้าง ผมยังไม่ทราบว่าไปตรงไหนบ้าง ต่อมน้ำเหลืองของเรามันไปทุกระบบซึ่งก็อาจจะเกิดการลามไปทุกระบบ แต่ว่าในร่างกายของเด็กเซลล์ของเขาจะดี การให้คีโมเข้าไปและผ่านพ้นช่วงนั้นได้ก็จะไปฆ่าเชื้อมะเร็งทั้งหมดซึ่งมีโอกาสหายขาดได้ เราก็ไว้วางใจตรงนั้นครับ ถามว่าอาการน้องหนักขนาดไหนตาม ถ้าตามเอกสารทางการแพทย์อาจจะบอกว่าถึงระยะที่ 4 มันคือ การลุกลามเข้ากระดูก เข้าสันหลังและเข้าไปในทุกระบบของร่างกาย ซึ่งระบบอื่นๆ ของน้องอาจจะเจอเพราะส่วนขาเป็นตัวบ่งชี้ว่าเชื้อมะเร็งไปกดทบที่ไขสันหลังทำให้ระบบต่างๆของน้องอย่างขาทำงานได้ไม่ดี
“เรื่องของไตก็ถูกรบกวนจากเชื้อมะเร็งในการต้องขับของเสียออกมาอาจจะทำให้ไตโต มันหลายๆอย่างก็พบว่ามีเชื้่อ แต่ว่าเขาก็พยายามไม่ให้เชื้อมันแพร่กระจายต่อด้วยการให้สเตียรอยด์และให้คีโม ระยะต่างๆที่เขียนในเอกสารทางวิชาการจะระบุว่า ระยะที่ 2 พบแค่นี้ ระยะที่ 3 พบแค่นี้ แต่น้องจะพบในหลายๆระบบก็เลยตีเป็นระยะที่ 4 ถ้าอาการที่ประเมินด้วยสายตาอาการของน้องก็ค่อนข้างพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น ต้องพยายามไว้ใจคุณหมอต้องดูว่าจะดีขึ้นอย่างนี้ไปเรื่อยๆมั้ย และน้องจะทนเอฟเฟ็คต์จากคีโมได้หรือเปล่าเพราะระยะที่ 4 จะอันตรายเรื่องการให้คีโม ถ้าหมอแก้ไขไม่ทัน ฟอกเลือกล้างไตไม่ทันก็จะเข้าสู่ภาวะวิกฤตก็อันตรายได้ แนวโน้มในการให้คีโมครั้งถัดไปที่จะต้องเจอหนักขึ้น”
“ถามว่าเชื่อมั่นแค่ไหนกับการทำคีโมครั้งถัดไปในวันศุกร์นี้ จากการที่ไปหาข้อมูลและคุณหมอบอก มันสามารถรักษาให้หายขาดได้ โอกาสรอดชีวิตอยู่ที่ประมาณ 70-80 เปอร์เซ็นต์ เราก็หวังว่าสถิตินี้จะเป็นตัวยืนยันได้ว่าน้องจะรอดได้ แต่ว่าแค่การอยู่รอด รอดชีวิตไม่ใช่เป้าหมายของเรา เป้าหมายของผมอยากให้ลูกกลับมาปกติเหมือนเดิม สามารถเดินได้ วิ่งเล่นได้ แต่ถ้าระบบประสาทขาเขาไม่สามารถเหมือนเดิมได้เราก็ยังเฟล เราก็หวังว่าขาเขาจะกลับมาเดินได้เหมือนเดิม ตอนนี้ก็มีการพัฒนาเล็กน้อย แต่มันยังไม่ก้าวกระโดดให้เราเห็นว่าน้องสามารถนั่งได้ ตอนนี้นั่งต้องใช้หมอนหนุนหลังให้เขานั่ง เขายังไม่สามารถทรงตัวให้นั่งอยู่ได้ เราก็ภาวนาให้เขาดีขึ้น ก็คงต้องใช้เวลาทำกายภาพด้วยครับ”
