บช.น.ประสาน ตม.ทั่วประเทศ ควานหาแก๊งปล้นเงิน 196 ล้านเยน โดยเฉพาะชายแดนที่มีบ่อนการพนัน ขณะที่ตร.เช็กวงจรปิดหาเส้นทางหลบหนีพร้อมสอบปากคำพนักงานในบริษัท เชื่อมีคนในรู้เห็นแน่ พร้อมนำคดีเก่าปี 2555 มาเทียบเคียง โดยครั้งนั้นเป็นการปล้นนักธุรกิจอินเดียได้เงินไป 50 ล้านบาท เป็นฝีมือคนใน แต่สุดท้ายก็จับกุมได้ยกแก๊ง ชี้คดีนี้ไม่ยาก
จากกรณีคนร้ายคลุมไอ้โม่งดักปล้น เงินเยน 196 ล้านเยน หรือคิดเป็นเงินไทย 60 ล้านบาท ของเสี่ยค้าทอง ที่ขนเงินสดกลับมาจากประเทศญี่ปุ่น เหตุเกิดที่ลานจอดรถชั้น 5 คอนโดรัชดา พาวิลเลี่ยน ซ.รัชดาฯ 30 ในพื้นที่สน.พหลโยธิน เมื่อกลางดึกวันที่ 2 ต.ค. โดยเจ้าหน้าที่พุ่งปมไปที่คนในรู้เห็นตามที่ข่าวสดนำเสนอไปก่อนหน้านี้
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 4 ต.ค. ที่สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช รรท.ผบช.น. กล่าวถึงความคืบหน้าในการสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีปล้นเงินดังกล่าวว่า เวลา 20.00 น. ตนจะไปประชุมติดตามความคืบหน้าในการสืบสวนสอบสวนที่สน.พหลโยธิน ขณะนี้ชัดเจนว่ามูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุประสงค์ต่อทรัพย์ โดยคดีลักษณะแบบนี้ปล้นทรัพย์จำนวนมาก เคยเกิดขึ้นในท้องที่สน.บางรักเมื่อ 5 ปีที่แล้ว มูลค่าความเสียหายประมาณ 50,000,000 บาท จับกุมผู้ก่อเหตุได้โดยมีคนในรู้เห็น ส่วนคดีนี้ได้เร่งรัดให้สืบสวนสอบสวนจับกุมคนร้ายให้ได้ เชื่อว่าจะได้ตัวคนร้ายในเร็วๆ นี้
พล.ต.ท.ชาญเทพกล่าวอีกว่า ยังไม่สามารถระบุได้ว่าคนร้ายยังอยู่ในประเทศหรือไม่ แต่สั่งการประสานงานไปยังด่านตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศให้สกัดจับกุม โดยเฉพาะด่านตรวจคนเข้าเมืองที่มีชายแดนติดกับบ่อนการพนัน จากการสืบสวนก็น่าเชื่อว่าคนในคนใกล้ชิดมีส่วนรู้เห็น เพราะ ผู้เสียหายทำธุรกิจนี้และมีพฤติการณ์แบบนี้มา 5 ปี แล้วก็เป็นไปได้ว่าผู้เสียหายกับผู้ต้องหารู้จักกัน แต่ยังไม่ฟันธงลงไป อย่างไรก็ตาม กำลังสืบสวนตรวจสอบอยู่ว่าคนร้ายเข้าไปก่อเหตุในลานจอดรถของคอนโด มิเนียมได้อย่างไร มีการจำลองเหตุการณ์ไล่ตรวจสอบแล้ว ส่วนบุคคลอื่นๆ ในคอนโด มิเนียมจะมีส่วนรู้เห็นหรือไม่ ไม่ขอตอบ ตอนนี้ได้สืบสวนสอบสวนคนในคนใกล้ชิดทั้งหมด ทั้งหุ้นส่วนคนที่เคยทำงานด้วย คนที่ยังทำงานด้วยไปหลายปากแล้ว ยอมรับก็มีกลุ่มที่จับตาอยู่
ที่สน.พหลโยธิน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนเข้าตรวจที่เกิดเหตุโดยรอบคอนโดรัชดา พาวิลเลี่ยน เพื่อหาเส้นทางการหลบหนีของคนร้าย และตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ ภายในอาคารและบริเวณใกล้เคียง
ต่อมาเวลา 13.30 น. พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. เดินทางมาตรวจที่เกิดเหตุบริเวณคอนโดรัชดา พาวิลเลี่ยน ซ.รัชดา 30 แยก 5 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ
พล.ต.ท.ชัยวัฒน์เปิดเผยเพียงสั้นๆ ว่า คดีดังกล่าวไม่น่ายาก ขอให้ใจเย็นๆ ขณะนี้ อยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางหลบหนีของคนร้าย เบื้องต้นตั้งประเด็นปล้นทรัพย์ไว้ก่อน ส่วนกลุ่มคนร้ายจะเป็นใคร รู้จัก กับคนในหรือไม่ ยังไม่ขอเปิดเผย ซึ่งที่ตนมาตรวจที่เกิดเหตุในวันนี้เพื่อวางกรอบประเด็นให้แคบลง โดยทางพล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รอง ผบ.ตร. จะเดินทางมาตรวจดูที่เกิดเหตุเช่นกัน
รายงานข่าวระบุว่า มีการเปิดเผยภาพกล้องวงจรปิดขณะที่ผู้ขับรถกระบะยี่ห้อ ฟอร์ด เรนเจอร์ สีส้ม ทะเบียน(ป้ายแดง) ส 5179 กรุงเทพมหานคร มีนายเกียรติพงษ์ พึ่งยิ้ม หรือ อุ้ย เป็นผู้ขับ และรถเก๋งยี่ห้อ บีเอ็มดับเบิลยู รุ่น X-6 สีขาว ทะเบียน 4 กบ 7806 มีนายจิรภัสส์ พิทักษ์เกียรติวัฒนา หรือ เนย เป็นผู้ขับ ซึ่งรถทั้ง 2 คันขับตามกันมาจากลานจอดรถของสนามบินสุวรรณภูมิ เวลาประมาณ 22.43 น. คืนวันที่ 2 ต.ค.
ทั้งนี้ ชุดคลี่คลายคดีอยู่ระหว่างการไล่กล้องวงจรปิดเพื่อหาวงจรปิดเพิ่มตามเส้นทางที่คนร้ายได้ปล้นนำรถกระบะยี่ห้อฟอร์ด เรนเจอร์ สีส้ม ทะเบียน(ป้ายแดง) ส 5179 กรุงเทพมหานคร พร้อมเงินสกุลเยนจำนวนกว่า 60 ล้านบาท เพื่อหลบหนี ความคืบหน้า พบว่ารถคันดังกล่าววิ่งออกทางปากซอย รัชดาฯ 30 ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังสี่แยกรัชดา-ลาดพร้าว ก่อนจะหายไป ซึ่งชุดคลี่คลายคดีได้เร่งค้นหากล้องวงจรปิดเพิ่มในเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้ ทั้งถนนลาดพร้าวด้านขาเข้าและขาออก ร่วมถึงข้ามสะพานข้ามแยกลาดพร้าวเพื่อวิ่งต่อบนถนนรัชดามุ่งหน้าสี่แยกสุทธิสารด้วย
ต่อมาเวลา 16.45 น. พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รองผบ.ตร. พร้อมด้วยพล.ต.ต.สมพงษ์ พล.ต.ต.ฤชากร จรเจวุฒิ รรท.รอง ผบช.น. พ.ต.อ.ไมตรี ฉิมเฉิด รรท.ผบก.ป. พ.ต.อ.ยรรยง สันติปรีชาวัฒน์ ผกก.สน.พหลโยธิน และฝ่ายสืบสวน เดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุคนร้ายปล้นเงินสกุลเยน ประมาณ 60 ล้านบาท ไปจากนักธุรกิจ ค้าทอง ภายในลานจอดรถของคอนโดมิเนียมหรูแห่งหนึ่งภายในซอยรัชดาภิเษก 30 ใช้เวลาตรวจสอบที่เกิดเหตุประมาณ 30 นาที
พล.ต.อ.เดชณรงค์เปิดเผยว่า ขณะนี้ แนวทางการสืบสวนพอที่จะจำกัดวงจนทราบกลุ่มผู้ที่ก่อเหตุแล้ว แต่รายละเอียดยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ยากคาดว่าจะได้ตัวเร็วๆ นี้ ส่วนผู้เสียหายขณะนี้ส่วนตัวยังไม่ได้พูดคุยกัน ส่วนพยานหลักฐาน ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด รวมทั้งการสอบปากคำพยานแวดล้อมอยู่ระหว่างการรวบรวม เพื่อขอศาลออกหมายจับกลุ่มผู้ก่อเหตุ ส่วนเบาะแสของรถยนต์กระบะฟอร์ดสีส้ม ที่คนร้ายปล้นไปจากผู้เสียหายอยู่ระหว่างสั่งการให้ตรวจสอบ
รายงานข่าวแจ้งว่า กลุ่มคนร้ายใช้เวลา ในการก่อเหตุทั้งหมดประมาณ 12 นาที โดยช่วงเวลาประมาณ 22.00 น. ผู้พักอาศัย ในคอนโดฯดังกล่าวได้ยินเสียงดังมาจากบริเวณลานจอดรถชั้น 5 แต่ผู้พักอาศัยคาดว่าไม่น่าจะมีเหตุการณ์อะไร จึงไม่ได้สนใจก่อนที่จะเดินเข้าลิฟต์ไป นอกจากนี้จากการสอบปากคำผู้เสียหายทราบว่า ได้จอดรถกระบะฟอร์ดไว้ที่ลานจอดรถ 5A ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเยื้องกับทางเข้าลิฟต์ประมาณ 15 เมตร เมื่อผู้เสียหายทั้ง 2 คนเดินมาใกล้จะถึงประตูทางเข้าลิฟต์ กลุ่มคนร้ายที่คาดว่าหลบซ่อนตัวอยู่หลังเสาซึ่งเป็นมุมมืด โดยลานจอดรถดังกล่าวเปิดไฟไว้เพียง 2 ดวง ได้วิ่งกรูกันออกมาก่อนจับผู้เสียหายมัดมือมัดเท้าแล้วเอาเงินสกุลเยนและรถกระบะฟอร์ดขับหลบหนีไป
เมื่อเวลา 20.00 น. ที่สน.พญาไท พล.ต.ท.ชาญเทพ เป็นประธานการประชุมคลี่คลายคดีคนร้ายปล้นเงิน 196 ล้านเยนจากลานจอดรถคอนโดชื่อดังกลางเมือง โดยมีพล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ร่วมติดตาม โดยพล.ต.อ.จักรทิพย์ได้เน้นย้ำให้ฝ่ายสืบสวนเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว