วิ่งจากกทม.ไปบางสะพาน จนได้เงินบริจาคให้โรงพยาบาลบางสะพาน ทะลุไปถึง 85 ล้านไปครั้งหนึ่งแล้ว โปรเจคครั้งใหม่ ของหนุ่มตูน คือ การจากสุดเขตแดนใต้ไปจนถึงเหนือสุดแดนสยาม บนระยะทาง 2,191 กม. เบตง – แม่สาย กับโครงการ” ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ ”
ตูน บอดี้สแลลม ได้มาเปิดอก ผ่านรายการเจาะใจ ว่า “ผมคิดเยอะไม่อยากถูกมองว่า ทำดีเอาหน้า มีพี่ปิงปอง บอกว่า ให้ไปออกรายการมากๆ เมื่อคนรู้จะได้มาช่วย แต่ผมบอกว่า ผมกลัวเรื่องนี้ จึงได้รับคำสอนว่า เราต้องก้าวข้ามมันไปและมองไปถึงจุดหมายปลายทาง การวิ่งครั้งก่อน มีเหตุการณ์ประทับใจ มีกลุ่มคุณยาย คุณป้า ถามว่า ไหนตูน เมื่อบอกว่า เราเขาก็เอาเงินให้เรา นั่นเป็นสิ่งที่ประทับใจและดีใจมาก หรือ รปภ.คนหนึ่ง วิ่งเอาเงิน 1 พันบาทมาช่วยเรา เด็กตัวเล็กๆ เอากระปุกออมสินมาให้เพราะรู้ว่าจะเอาเงินไปช่วยคน ก่อนออกวิ่งไม่เคยคิดว่าจะเจอภาพพวกนี้ รู้สึกดีที่ได้ทำโครงการ ได้เห็นคนอื่นรู้จักที่จะเป็นผู้ให้”
ตูน กล่าวถึงการวิ่งครั้งสุดท้ายจากใต้จรดเหนือ ว่า ผมอยากได้เงินจากคนไทยแค่คนละ 10 บาท เพื่อให้ได้เงิน 700 ล้าน เพื่อการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ โดยจะวิ่งจากใต้สุดไปเหนือสุด เพื่อโรงพยาบาลศูนย์ 11 แห่ง และ รพ.น่าน รพ.พระมงกุฏเกล้า โดยก่อนจะวิ่ง ได้ทราบความรู้จากหมอแล้วว่า หากเราใช้กำลังจากกล้ามเนื้อเกินก็จะทำให้กล้ามเนื้อสลาย หากดื่มน้ำไม่พอดูแลตัวเองไม่ดี ก็อาจทำให้เกิดไตวายเฉียบพลันได้ ซึ่งผมไม่มีส่วนได้ส่วนเสียในเงินนี้ แค่ทำแล้วมีความสุข และอยากเป็นคนไทยคนแรกที่วิ่งจากใต้สุดไปเหนือสุดได้สำเร็จ และอีกอย่างคือ ผมอยากให้กำลังใจบุคลากรการแพทย์ในโรงพยาบาลทุกคนที่ต้องทำงานอย่างหนัก ซึ่งต้องทำงานอย่างหนักภายใต้ความกดดัน ความไม่พร้อม
“ถ้าการวิ่งของผมจะช่วยบรรดาลใจให้คนที่ไม่เคยออกกำลังกาย ได้หันมาออกกำลังกาย ดูแลตัวเอง เพื่อลดการเจ็บป่วย มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้มากขึ้นก็จะช่วยลดภาระในโรงพยาบาลได้ด้วย สิ่งที่หวังคือ ให้ทุกคนช่วยกันทำในสิ่งที่พอจะทำได้ ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคเงิน หรือ ดูแลตัวเองก็ดีแล้ว อย่าคิดว่าเราทำไม่ได้คนเล็กๆ ช่วยกันทำในสิ่งที่เราทำได้ อย่าคิดว่าเงินจำนวนน้อยของเราจะช่วยใครไม่ได้ หากช่วยในสิ่งที่ทำได้ก็จะสมทบให้กลายเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้” ตูนกล่าว
นอกจากนี้ ตูน ยังได้บอกว่า สามารถหาทุนเพื่อบริจาคให้กับโรงเรียนที่วิ่งผ่านประมาณ 40 โรงเรียน โรงเรียนละ 5 หมื่นบาท อีกด้วย

