พระบรมฉายาลักษณ์ที่สำนักข่าวต่างประเทศเผยแพร่ในข่าวการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ส่วนหนึ่งเป็นภาพที่พระองค์ พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ เยือนนานาประเทศ พบปะทั้งพระบรมวงศานุวงศ์ และผู้นำทางการเมืองคนสำคัญ

ระหว่างปี พ.ศ.2502-2510 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศต่างๆ ทั้งในทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ รวม 27 ประเทศ เพื่อเจริญพระราชไมตรีกับบรรดามิตรประเทศเหล่านั้นให้มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และเพื่อนำความปรารถนาดีของประชาชนชาวไทยไปมอบให้กับประชาชนในประเทศต่างๆ

ประเทศที่เสด็จฯ เยือน ได้แก่ เวียดนามใต้ อินโดนีเซีย สหภาพพม่า สหรัฐอเมริกา (2 ครั้ง) สหราชอาณาจักร เยอรมนี (2 ครั้ง) โปรตุเกส สวิตเซอร์แลนด์ เดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน อิตาลี นครรัฐวาติกัน เบลเยียม ฝรั่งเศส ลักเซมเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ สเปน ปากีสถาน สหพันธรัฐมลายา นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น จีน ฟิลิปปินส์ ออสเตรีย (2 ครั้ง) อิหร่าน และแคนาดา

จากนั้น มิได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศอีกเป็นเวลานาน เพราะทรงเห็นว่าพระราชภารกิจภายในประเทศนั้นมีมากมาย โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระราชโอรส หรือพระราชธิดา เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ เพื่อเจริญสัมพันธไมตรี รวมทั้งเพื่อทอดพระเนตรวิทยาการ และศิลปวัฒนธรรมของชาตินั้นๆ

กระทั่งในปี 2537 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศลาว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งนับเป็นการเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศอีกครั้ง หลังจากที่ว่างเว้นมานาน

พระราชกรณียกิจด้านการต่างประเทศของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ยังรวมไปถึงการเสด็จพระราชดำเนินออกต้อนรับพระราชอาคันตุกะจากประเทศต่างๆ ที่เดินทางมาเยือนประเทศไทย ทั้งยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้บรรดาทูตานุทูตเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสาส์นตราตั้งในการเข้ามารับตำแหน่งในประเทศไทย และถวายบังคมทูลลาเมื่อครบวาระ

พระราชสาส์นและสาส์นจากผู้นำนานาประเทศทั่วโลกที่แสดงความเสียใจต่อการสวรรคตนั้น มีถ้อยคำที่เชิดชูพระเกียรติยศอันแผ่ไพศาล ดังนี้

“พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นมิตรที่ใกล้ชิดของสหรัฐอเมริกาและทรงเป็นพันธมิตรที่ทรงค่ายิ่งของประธานาธิบดีสหรัฐหลายคน ข้าพระพุทธเจ้าได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เข้าเฝ้าฯ เมื่อคราวเยือนประเทศไทยในปี พ.ศ.2555 ข้าพระพุทธเจ้ายังรำลึกได้ ถึงพระราชจริยวัตรอันงดงามและนํ้าพระราชหฤทัยอันเปี่ยมด้วยความรักความเมตตาที่พระองค์ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย…น้ำพระราชหฤทัยที่ทรงห่วงใยพสกนิกรชาวไทยโดยเสมอมาจะเป็นสมบัติอันล้ำค่าที่ชนรุ่นหลังจักเทิดทูนสืบต่อไป” นายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

“ในรัชสมัยของพระองค์ ประเทศไทยประสบความสำเร็จอย่างยิ่งยวดในด้านเศรษฐกิจและมีบทบาทในเวทีโลก พระองค์ทรงได้รับความรักจากใจคนไทยและเจ้าหน้าที่ระดับสูงในต่างประเทศตลอดที่ทรงครองราชย์หลายทศวรรษ รัสเซียจะระลึกถึงพระองค์ที่ทรงเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนามิตรภาพและความร่วมมือระหว่างสองประเทศ” นายวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย

“ทรงเป็นแบบอย่างของประมุขที่แท้จริง ทรงเป็นผู้นำที่เปี่ยมด้วยพระปรีชาสามารถ พระเมตตา และทรงทุ่มเทพระวรกายเพื่อพัฒนาประเทศชาติและความเป็นอยู่ของพสกนิกรกว่า 70 ปีที่พระองค์ทรงครองราชย์” สมเด็จพระราชาธิบดีฮัจญี ฮัสซานัล โบลเกียห์ มูอิซซัดดินวัดเดาละห์ สุลต่านแห่งบรูไนดารุสซาลาม

“ทรงเป็นแบบอย่างของกษัตริย์ผู้ครองประเทศด้วยหลักแห่งความสามัคคีและความสงบสุข ข้าพเจ้า พร้อมด้วยสมเด็จพระราชินี แม็กซิมาแห่งเนเธอร์แลนด์ พระอัครมเหสี และอดีตสมเด็จพระราชินีนาถเบียทริกซ์แห่งเนเธอร์แลนด์ พระราชมารดา ยังจดจำได้ถึงเมื่อครั้งเข้าเฝ้าฯ” สมเด็จพระราชาธิบดีวิลเลม-อเล็กซานเดอร์ แห่งเนเธอร์แลนด์

“ทรงเป็นที่พึ่งทางจิตวิญญาณของประชาชน ได้ทรงพัฒนาคุณภาพชีวิตของพสกนิกรของพระองค์ และพระราชกรณียกิจที่ทรงเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างไทยและญี่ปุ่น จะเป็นที่จดจำของชาวญี่ปุ่นทุกคน” นายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น

“ทรงเป็นผู้นำพัฒนาชาติไทย ขับเคลื่อนความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับไทยให้ดีขึ้นอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ พระองค์ทรงให้ความสำคัญและความพยายามให้มิตรภาพระหว่างไทยกับจีนเจริญรุ่งเรืองและประสบความสำเร็จ พระองค์จะสถิตในดวงใจของประชาชนสองประเทศ” นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน

“พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่โดดเด่นและที่น่านับถืออย่างลึกซึ้ง พระองค์ทรงงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยตลอดการทรงครองราชย์อย่างยาวนาน เพื่อให้ประชาชนไทยมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โลกได้สูญเสียกษัตริย์และผู้นำที่ยิ่งใหญ่ในครั้งนี้” นายลี เซียนลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์

“พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงทุ่มเทเพื่อประเทศชาติมาอย่างยาวนาน ทรงเป็นผู้นำที่ทำให้ประชาชนมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ทรงได้รับความจงรักภักดีและความเคารพยิ่งจากพสกนิกรของพระองค์ ขณะที่พระราชกรณียกิจและโครงการในพระราชดำรินั้น สหประชาชาติได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ ในปี 2549 ข้าพเจ้าในฐานะเลขาธิการสหประชาชาติ มีความหวังว่าประเทศไทยจะยกย่องพระราชกรณียกิจ และพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชซึ่งพระองค์ทรงเชื่อมั่นในค่านิยมสากล และเคารพซึ่งสิทธิมนุษยชน” นายบัน คีมุน เลขาธิการสหประชาชาติ

“พระองค์ทรงปกครองประเทศไทยด้วยความทุ่มเท และทรงมีสายพระเนตรอันกว้างไกล พระองค์จะทรงอยู่ในห้วงความทรงจำและเป็นที่ระลึกถึงเสมอ” นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร

“โลกสูญเสียทั้งประมุขแห่งรัฐที่ปกครองยาวนานที่สุดในโลก และรัฐบุรุษที่มุ่งมั่นอย่างยิ่งเพื่อความสงบสุขและ การอยู่ร่วมกันอย่างสันติ” นายไมเคิล ดี. ฮิกกินส์ ประธานาธิบดีไอร์แลนด์

“พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีความหมายต่อชาวไทยอย่างหาที่เปรียบมิได้ และเมื่ออยู่ในประเทศไทยไม่ว่าใครก็สามารถสัมผัสได้ถึงความจงรักภักดีที่ชาวไทยมีต่อพระองค์” นายสเตฟาน ลอฟเวน นายกรัฐมนตรีสวีเดน

“ทรงอยู่เบื้องหลังความเจริญรุ่งเรืองของประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความก้าวหน้ามากที่สุดในภูมิภาคเอเชีย” นายร็อดริโก ดูแตร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์

“ทรงเป็นที่เคารพสักการะและมีคุณูปการต่อประเทศไทยและภูมิภาคอื่นเกินกว่าที่จะบรรยายเป็นคำพูดได้” นายนาจิบ ราซัก นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย

“ทรงเป็นพ่อของแผ่นดินไทยและเสาหลักทางจิตวิญญาณ ในรัชสมัยของพระองค์ ประเทศไทยได้ส่งกองกำลังมาเข้าร่วมกับกองกำลังพันธมิตรในช่วงสงครามเกาหลี และทำให้สองประเทศมีความสัมพันธ์อันแนบแน่นต่อกัน” น.ส. ปาร์ก กึนเฮ ประธานาธิบดีเกาหลีใต้

“ทรงเป็นผู้นำโลกที่ใกล้ชิดกับประชาชน และทรงนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ประเทศในการทรงครองราชย์ 70 ปี” นายโจโก วิโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย

1.ดไวต์ ไอเซนฮาวร์แห่งสหรัฐ รับเสด็จที่กรุงวอชิงตัน 27 มิ.ย.2503 2.ทรงต้อนรับสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธแห่งสหราชอาณาจักร ที่กรุงเทพฯ เมื่อ 28 ต.ค.2539 3.บารัก โอบามา และฮิลลารี คลินตัน แห่งสหรัฐอเมริกา เข้าเฝ้าฯ ที่ร.พ.ศิริราช เมื่อ 18 พ.ย.2555 4.ฌากส์ ชีรัก แห่งฝรั่งเศส เมื่อ 17 ก.พ.2549 5.โคฟี อันนัน ในฐานะเลขาธิการสหประชาชาติ ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลความสำเร็จสูงสุด ด้านการพัฒนามนุษย์ 6.ทรงต้อนรับจอร์จ ดับเบิลยู.บุช แห่งสหรัฐอเมริกา 19 ต.ค.2546 7.หนูฮัก พูมสะหวัน แห่งสปป.ลาว 8 เม.ย.2537

1.ดไวต์ ไอเซนฮาวร์แห่งสหรัฐ รับเสด็จที่กรุงวอชิงตัน 27 มิ.ย.2503
2.ทรงต้อนรับสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธแห่งสหราชอาณาจักร ที่กรุงเทพฯ เมื่อ 28 ต.ค.2539
3.บารัก โอบามา และฮิลลารี คลินตัน แห่งสหรัฐอเมริกา เข้าเฝ้าฯ ที่ร.พ.ศิริราช เมื่อ 18 พ.ย.2555
4.ฌากส์ ชีรัก แห่งฝรั่งเศส เมื่อ 17 ก.พ.2549
5.โคฟี อันนัน ในฐานะเลขาธิการสหประชาชาติ ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลความสำเร็จสูงสุด ด้านการพัฒนามนุษย์
6.ทรงต้อนรับจอร์จ ดับเบิลยู.บุช แห่งสหรัฐอเมริกา 19 ต.ค.2546
7.หนูฮัก พูมสะหวัน แห่งสปป.ลาว 8 เม.ย.2537

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน