รองเจ้าอาวาสวัดดังเมืองน่านโผล่แจงแช็ตหลุดซื้อกามดช. อ้างเฟซบุ๊คถูกแฮ็ก(คลิป)

รองเจ้าอาวาสวัดดังเมืองน่านโผล่ชี้แจง แช็ตหลุดซื้อกามกินเด็กชายยอมรับรูปในโปรไฟล์เป็นของตัวเองจริง แต่เลิกใช้ไปแล้วเพราะถูกแฮ็ก แต่ยืนยันไม่รู้จักพระกับเด็กหนุ่มในแช็ตโฉ่ เตรียมหารือ เจ้าอาวาสและพระผู้ใหญ่แจ้งความดำเนินคดี ขณะที่สมภารวัดพญาวัดเผยได้เรียกตัวรอง เจ้าอาวาสมาสอบถามแล้ว เตรียมรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นให้เจ้าคณะปกครองตามลำดับชั้นทราบ ยอมรับข่าวอื้อฉาวที่เกิดขึ้นครั้งนี้สะเทือนศรัทธาญาติโยม

จากการณีแช็ตหลุดพระสงฆ์วัดชื่อดัง จังหวัดน่าน สั่งซื้อบริการเด็กหนุ่มแพร่สะพัดในโลกออนไลน์ สร้างความเสื่อมเสียต่อวงการพระสงฆ์เป็นอย่างมากนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 9 พ.ย. พระสมุห์อุดร ชินวังโส รองเจ้าอาวาสวัดพญาวัด ต.ตู่ใต้ อ.เมือง จ.น่าน ยอมรับว่า ภาพและ เฟซบุ๊กที่ระบุชื่อ สิทธิโชค จันทรสุข หนึ่งในโปรไฟล์ที่เป็นข่าวนั้น เป็นของตนจริง แต่ไม่ได้ใช้นานแล้ว เนื่องจากเข้าใช้งานไม่ได้ ซึ่งคาดว่าจะถูกแฮ็กและปัจจุบันได้สมัคร ใช้เฟซบุ๊ก บัญชีใหม่ชื่อว่า “ดร พญาวัด” พร้อมกับยืนยันว่า ภาพพระรูปอื่นๆ รวมทั้งตัวเด็กผู้ชายที่ปรากฏในแช็ตนั้นไม่รู้จักมาก่อน ทั้งนี้ ได้หารือกับเจ้าอาวาสวัดพญาวัด เพื่อจะรายงานคณะสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ และ จะดำเนินการแจ้งความหรือไม่อย่างไรที่จะเป็นการเหมาะสม

ทางด้านพระครูปลัดมงคลเจติยวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดพญาวัด กล่าวว่า หลังจากทราบเรื่องดังกล่าวได้เรียกพระสมุห์อุดร ซึ่งเป็นรองเจ้าอาวาส มาสอบถามรายละเอียดข้อเท็จจริง และต้องให้เป็นไปตามกระบวนการสอบสวนตามลำดับขั้น อย่างไรก็ตาม ทราบดีว่าข่าว ดังกล่าวสะเทือนวงการพระสงฆ์และทำให้เกิดความเสื่อมศรัทธา มีการวิพากษ์วิจารณ์รุนแรงอย่างกว้างขวางบนสื่อโซเชี่ยล วอนขอร้องให้ญาติโยมแยกแยะพระดีพระชั่ว หากศรัทธาต่อพระสงฆ์เสื่อมถอยพระดีที่ตั้งใจปฏิบัติธรรมก็จะอยู่ยากและท้อถอยได้ และขอให้ศรัทธามั่นต่อพระพุทธศาสนา ส่วนพระชั่วที่ทำตัวนอกรีตขอให้นึกถึงพระพุทธศาสนาให้มาก และให้ลาสิกขาออกไป

ขณะนายสิทธา มูลหงส์ ผู้อำนวยการสำนักพุทธศาสนาจังหวัดน่าน เปิดเผยว่า ได้ประชุมหารือกับคณะสงฆ์แล้วโดยให้เจ้าคณะอำเภอเมือง ซึ่งเป็นพระผู้ปกครองเป็นผู้ดำเนินการ ตอนนี้พอจะทราบแล้ว พระที่เกิดเรื่องเป็นพระในเขตอำเภอเมืองและอำเภอภูเพียง แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นพระวัดไหน ส่วนโทษนั้นต้องดูผลสอบสวนว่ามีความ ผิดเพียงไร ซึ่งทางพระฝ่ายปกครองจะเป็น ผู้กำหนดโทษเอง