เอ้ นักเพาะกายทีมชาติไทย ผู้ป่วยโควิด 19 ที่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลภาคสนามของ จ.เชียงใหม่ เปิดใจหลังเข้าไปอยู่ใน รพ.สนาม ห่วงผู้ป่วย เก่า ใหม่ ไร้ระยะห่าง

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 17 เม.ย. นายชัยพิพัฒน์ ลิ่วตระกูล หรือ เอ้ นักเพาะกายทีมชาติไทย ผู้ป่วยโควิด-19 ที่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสนามของ จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า รู้ว่าตัวเองเป็นกลุ่มเสี่ยง เพราะว่าเพื่อนติด จึงไปตรวจและกักตัว 14 วัน ต่อมาเมื่อรู้ว่าตัวเองติดโควิด จึงถูกส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลสนาม จ.เชียงใหม่ ซึ่งอาการของตนไม่ค่อยหนักมาก มีไอ เจ็บคอและไข้ขึ้นบ้าง

เมื่อมาที่ถึงที่โรงพยาบาลตอนแรกก็ทำตัวไม่ถูก เห็นเตียงวางเรียงกันหลายร้อยเตียง ไม่มีฉากกั้นและไม่มีที่วางของ ซึ่งตอนแรกก็ทำตัวไม่ถูก แต่ก็ค่อย ๆ ปรับตัวไปเรื่อย ๆ มีเพื่อนเป็นผู้ป่วยเตียงข้าง ๆ ชวนกันทำกิจกรรม ถ่ายคลิปเล่น ช่วยทำความสะอาด ช่วยประกอบเตียงผู้ป่วยบ้าง หาอะไรทำแก้เหงา เพราะเจ้าหน้าที่มีจำนวนน้อยมาก ถ้าเทียบกับจำนวนผู้ป่วยที่ทยอยเข้ามาเรื่อย ๆ ทุกวัน เตียงล้นออกไปด้านนอก เราจึงช่วยกัน

ในแต่ละวันเจ้าหน้าที่ จะมาวัดไข้วันละ 2 ครั้ง มีข้าวมาวางให้ทุกมื้อ แต่ต้องไปหยิบเอง การมารักษาครั้งนี้ เหมือนมาเข้าค่ายในช่วงสมัยเรียน การใช้ชีวิตไม่ค่อยลำบากเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้สะดวกสบาย เสื้อผ้าคนป่วยไม่พอ ต้องซักตากเอา อยากสั่งของกินจากข้างนอก ก็สั่งได้แค่ 2 ช่วง คือ 11.00 น. และ 15.00 น. และ 23.00 น. จากนั้น เจ้าหน้าที่ก็จะปิดไฟให้นอนพักผ่อน ช่วงแรกยังปรับตัวไม่ค่อยได้ บางคนก็มีเสียงดังมาก แต่พักหลังก็เสียงเบาลง ส่วนห้องน้ำจากตอนแรกมีเพียงแค่ 5 ห้อง ก็เพิ่มเป็น 9 ห้องแล้ว

สิ่งที่กังวลมาก ๆ ในตอนนี้ คือ เรารักษามา 7 วันแล้ว อาการดีขึ้นตามลำดับ แต่ยังมีผู้ป่วยเข้ามารักษาเพิ่มตลอด และผู้ป่วยใหม่ส่วนใหญ่มักจะมีอาการไอ แต่ที่อยู่ไม่มีฉากกั้น ไม่มีการเว้นระยะห่างมากเท่าที่ควร ต้องใช้ห้องน้ำรวม จึงทำให้เกิดความกลัวว่า คนที่รักษามานานแล้วจะได้รับเชื้อเพิ่มอีก จึงอยากให้มีฉากกั้นให้ชัดเจน แบ่งโซนผู้ป่วย ใหม่กับเก่า และเว้นระยะห่างให้กว้างกว่านี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน