ลุยล่าเพิ่ม! ขบวนการล้มบอลไทยลีก รวบแล้ว12-มีทั้งนักเตะ โกล์-เปา-ผอ.สโมสรดัง บิ๊กอ๊อดลั่นแบนชั่วชีวิต

22 พ.ย. 2560 - 08:47 น.

“บิ๊กอ๊อด”นายกสมาคมฟุตบอลฯ-“บิ๊กแป๊ะ”ผบ.ตร.แถลงจับกุมขบวนการล้มบอลไทยลีก เผยรวบแล้ว 12 คน มีทั้งนักเตะ ผู้บริหารสโมสร กรรมการ ไลน์แมน แฉจัดตั้งแบบครบวงจร มีนายทุนทั้งจากไทยและต่างประเทศ ลั่นถ้ามีพยานหลักฐานและพาดพิงถึงใครฟันไม่ไว้หน้า ล่าสุดผู้ที่อยู่ในข่ายมาสอบเพิ่มแล้ว กำลังดูพยานหลักฐานว่าจะเอาผิดได้หรือไม่ ส่วน 12 คนที่โดนแจ้งข้อหากำลังดูข้อบังคับว่าสามารถแบนห้ามลงแข่งขัน หรือทำหน้าที่ในวงการฟุตบอลตลอดชีวิตได้หรือไม่ ด้าน ผู้จัดการสโมสรสวาดแคท-โค้ชราชนาวีตกใจไม่เคยรู้มีนักเตะร่วมขบวนการด้วย

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 21 พ.ย. ที่สำนัก งานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมขบวนการกำหนดผลการแข่งขันกีฬาฟุตบอลล่วงหน้า โดยมีผู้กระทำผิดทั้งสิ้น 12 ราย พร้อมจับกุมและคุมตัวสอบปากคำอยู่ที่บก.สส.บช.น. เรียบร้อย แล้ว โดยมีบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 12 คน ประกอบด้วย นักฟุตบอลอาชีพ 5 ราย คือ 1.นายสุทธิพงษ์ เหลาพร ทีมราชนาวี 2.นายณรงค์ วงษ์ทองคำ ผู้รักษาประตูทีมราชนาวี 3.นายสุวิทยา นำสินหลาก ทีมราชนาวี 4.นายเสกสันต์ ชาวทองหลาง ทีมราชนาวี 5.นายวีระ เกิดพุดซา ผู้รักษาประตู ทีมนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี

กรรมการผู้ตัดสินฟีฟ่า 1 ราย คือ นาย ภูมิรินทร์ คำรื่น และไลน์แมน 1 ราย คือ นายธีรจิตร สิทธิศุข ผู้บริหารสโมสร 1 ราย คือ นายเชิดศักดิ์ บุญชู ผู้อำนวยการสโมสรศรีสะเกษ เอฟซี กลุ่มนายทุนหรือตัวแทนนายทุน 4 ราย คือ 1.นายวัลลภ สมาน 2.นายกิตติภูมิ ปาภูงา 3.นายมานิตย์ หรือเศรษฐปสิทธิ์ โกมลวัฒนะ 4.นายภาคภูมิ พันธ์นิกุล

พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่าจุดเริ่มต้นของขบวนการปราบปรามการล้มบอลไทย เริ่มต้นมาจากเมื่อเกมวันที่ 20 ก.ค. มีผู้ตัดสินคือนายธีรจิตร ได้ติดต่อนักฟุตบอลรายหนึ่ง เพื่อให้ล็อกผลการแข่งขัน แต่ถูกปฏิเสธ ก่อนจะนำเรื่องไปรายงานกับผู้ใหญ่ในสโมสร ต่อมามีการส่งเรื่องต่อไปยังสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยจึงเป็นจุดเริ่มต้นของขบวนการสืบสวนทั้งหมด จากนั้น สืบทราบพบว่ามีการล็อกผลการแข่งขันอีก 4 ครั้งด้วยกัน

พล.ต.อ.สมยศกล่าวต่อว่าเริ่มต้นที่วันที่ 26 ก.ค. คู่ระหว่าง อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด พบ ศรีสะเกษ เอฟซี มีกลุ่มนายทุน และผู้บริหารสโมสร ร่วมกับกรรมการว่าจ้างให้ล้มฟุตบอล แบ่งออกเป็นค่าจ้างกรรมการ 1 คน จำนวน 100,000 บาท ค่าจ้างนักกีฬา 4 คน คนละ 200,000 บาท รวมทั้งสิ้น 900,000 บาท ซึ่งผลในเกมนั้นต้องการให้ทีมเป้าหมายชนะในครึ่งเวลาแรก และเมื่อจบครึ่งแรกทีมเป้าหมายขึ้นนำ 1-0 เป็นไปตามที่กำหนดไว้

คู่ต่อมาวันที่ 10 ก.ย. ระหว่าง นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี กับ สุพรรณบุรี เอฟซี มีการว่าจ้างผู้รักษาประตู จำนวนเงิน 350,000 บาท กำหนดผลการแข่งขันล่วงหน้าให้ทำประตูรวมในการแข่งขันตามราคาต่อรองของ เว็บไซต์พนันฟุตบอลที่ราคา 2.5 ประตู ทำให้ต้องมีประตูมากกว่า 3 ลูกขึ้นไป ซึ่งผลจบลงทั้งสองทีมเสมอกัน 2-2 เท่ากับว่าเป็นไปตามที่กำหนดไว้

คู่ที่สาม วันที่ 17 ก.ย. ระหว่าง ราชนาวี พบ พัทยา ยูไนเต็ด มีการว่าจ้างนักกีฬา 4 ราย รายละ 200,000 บาท รวมเป็นเงิน 800,000 บาท เพื่อล็อกผลการแข่งขันล่วงหน้าให้มีประตูเกิดขึ้นในเกมนี้เกิน 3 ประตูขึ้นไป ก่อนผลจบลงด้วยการเสมอกัน 2-2 เป็นไปตามที่กำหนดเอาไว้

คู่ที่ 4 แมตช์การแข่งขันระหว่าง ราชนาวี พบ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด วันที่ 23 ก.ย. มีการว่าจ้างนักกีฬาจำนวน 4 รายให้กำหนดผลการแข่งขันให้ครึ่งแรกมีประตูมากกว่า 2 ประตู โดยมิได้มีการระบุจำนวนเงิน แต่เมื่อจบครึ่งแรกนั้น เอสซีจี เมืองทองฯ นำอยู่ 1-0 ทำให้ผลไม่เป็นไปตามที่กำหนดเอาไว้

พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่าตำรวจพยายามรวบรวมหลักฐาน และตามสืบเรื่องนี้มานานพอสมควร เนื่องจากกีฬาฟุตบอลเป็นที่ครหาสงสัยมาตลอดว่ามีการล้มบอลหรือไม่ เรื่องนี้มีผลกระทบร้ายแรงต่อวงการฟุตบอลไทย เพราะการทำทีมบอลแต่ละทีมต้องใช้เงินมหาศาล ในการซื้อนักเตะ จ่ายค่าจ้างนักเตะ แต่กลับมาถูกคนอื่นซื้อตัวนักเตะให้ล็อกผลการแข่งขัน โดยที่เจ้าของทีมไม่รู้ด้วยซ้ำ เป็นการเอาเปรียบที่ไม่น่าให้อภัย ซึ่งแต่ละครั้งจะเปลี่ยนวิธีการไปเรื่อยๆ ทั้งนี้เชื่อว่ากลุ่มทุนและขบวนการพวกนี้ยังอยู่ และเป็นกลุ่มที่ใหญ่พอสมควร ซึ่งเราจะพยายามสืบพยานหลักฐานเพื่อขยายผลต่อไป

ผบ.ตร.กล่าวว่าสำหรับผู้ต้องหาทั้ง 12 คนโดนจับมาสอบสวนหมดแล้ว และประกันตัวออกไป จากนี้จะว่ากันตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งโทษทางอาญาจะอยู่ในหมวดที่ 8 มีอยู่ 5 มาตรา ดังต่อไปนี้

มาตรา 64 ผู้ใดให้หรือขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่นัก กีฬาอาชีพหรือผู้อื่น เพื่อจูงใจให้นักกีฬาอาชีพกระทำการล้มกีฬา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 65 ผู้ใดเรียก รับหรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเอง หรือผู้อื่นเพื่อให้มีการกระทำการล้มกีฬา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 66 ผู้ใดให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ผู้ตัดสินหรือผู้อื่นเพื่อจูงใจให้ผู้ตัดสินทำหน้าที่ตัดสินไม่เป็นไปตามระเบียบ หรือกติกาการแข่งขัน หรือทำหน้าที่ตัดสินอย่างไม่ถูกต้องเที่ยงธรรม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


มาตรา 67 ผู้ตัดสินใดเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เพื่อทำหน้าที่ตัดสินไม่เป็นไปตามระเบียบหรือกติกาการแข่งขันหรือทำหน้าที่ตัดสินอย่างไม่ถูกต้องเที่ยงธรรม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สามแสนบาทถึงหกแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 68 ผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (1) ไม่มาให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสารหลักฐานหรือสิ่งอื่นใดตามคำสั่งของคณะกรรมการ (2) ขัดขวางหรือไม่อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ของนายทะเบียน หรือพนักงานเจ้าหน้าที่

ด้าน พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า หลังจาก เข้ามาทำหน้าที่นายกสมาคมมีคำถามจากสื่อ มวลชน และแฟนกีฬาฟุตบอล ถามเข้ามาถึงวงการฟุตบอลไทย และต่างประเทศนั้น มีการล้มบอลจริงหรือไม่ ซึ่งตนต้องการพิสูจน์ว่ามีจริงหรือไม่ จึงมาปรึกษาพล.ต.อ.จักรทิพย์ และได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี จึงตั้งคณะทำงานร่วมกันมาเกือบปี ก่อนจะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อการจับกุมในวันนี้

นายกสมาคมฟุตบอลฯ กล่าวว่าไม่เพียงแต่สมาคมฟุตบอล และตำรวจ เท่านั้น แต่เรายังได้รับความร่วมมือจากสปอร์ตเรดาร์ของ สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) ช่วยสืบด้วยอีกทาง ซึ่งไม่เพียงดูจากผลการแข่งขัน แต่ยังลงลึกไปถึงรายละเอียดของนักเตะ เป็นรายบุคคลว่ามีประวัติอย่างไร โดยมีการประชุมร่วมกันมาตลอดแบบลับๆ จนมีทั้งพยานหลักฐานแน่ชัดจึงมาแถลง อยากบอกทุกคนเรื่องการล็อกผลการแข่งขัน ไม่ใช่เพิ่งมีเฉพาะช่วงนี้ แต่มันมีมานานแล้วเป็น 10 ปี แต่ที่ผ่านมาไม่มีการดำเนินการใดๆ มีทั้งอดีตผู้บริหารสมาคม หรือผู้มีอิทธิพลในวงการกีฬา ที่เกี่ยวข้องเริ่มจาก ขอร้อง บังคับ เสนอข้อแลกเปลี่ยน เพื่อกำหนดผล สร้างผลประโยชน์ให้ตัวเอง พวกพ้อง ซึ่งการกระทำเหล่านี้รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เพราะมีการพัฒนาเป็นอาชีพ มีผลตอบแทนมากขึ้น มีทั้งเงินรางวัล เงินสนับสนุนจากการกีฬาแห่งประเทศ ไทย รวมถึงสปอนเซอร์ต่างๆ ต่อมายิ่งมีการพนันเข้ามาทั้งยังเข้าถึงง่ายทางเว็บไซต์ บุคคลเหล่านี้ เอาประโยชน์การล็อกผลมาเล่นพนัน

“มีคนถามว่า วงการฟุตบอลจะดูตกต่ำหรือไม่ถ้ามีการเปิดเผยเรื่องนี้ในวันนี้ อยากเปรียบว่าถ้าการล็อกผลเหมือนโรคร้ายในร่างกายเรา มันก็ต้องมีการรักษา ต้องผ่าตัด ซึ่งการผ่าตัดมันก็ต้องเจ็บ ถ้าปล่อยไว้เราก็รอวันตาย เราประเมินแล้วมันมีผลมากกว่า ผลดี เราจะไม่ยอมตายเหมือนประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีการพนันฟุตบอล ล้มบอลเข้ามาเกี่ยวข้อง จนพัง” พล.ต.อ.สมยศระบุ

พล.ต.อ.สมยศ เปิดเผยอีกว่า สำหรับขบวน การล้มบอลเหล่านี้ มีการจัดตั้งแบบครบวงจร มีทั้งนายทุนจากไทยและต่างประเทศ ทางเราสอบสวนผู้ที่อยู่ในข่ายและได้รับการเปิดเผยว่าเรื่องนี้มีมานานแล้ว บอกได้เลยว่ายังไม่หมดแค่ 12 คน ถ้ามีพยานหลักฐาน และพาดพิงถึงใครเราก็จะสืบสาวต่อ นอกจาก 12 คนนี้ เราได้เชิญคนอื่นๆ ที่เข้าข่ายเข้ามาตรวจสอบ ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นตอนของเรา ก็ต้องมาดูตามพยานหลักฐานว่าจะสามารถดำเนินกฎ หมายได้หรือไม่ ส่วนคนที่ตรวจพบว่าผิดจริง กำลังดูข้อบังคับของสมาคมว่า สามารถแบนห้ามลงแข่งขัน หรือทำหน้าที่ในวงการฟุตบอล ตลอดชีวิตได้หรือไม่ ถ้าทำได้เราก็จะทำ

พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า ขณะนี้พล.ต.ท. อำนวย นิ่มมะโน ประธานคณะกรรมการพิจารณาวินัยมารยาทสมาคมฟุตบอลฯ กำลังร่างกฎข้อห้าม และบทลงโทษเกี่ยวกับกรณีแบบนี้ ขึ้นมา เนื่องจากในไทยยังไม่เคยเกิดกรณีแบบนี้ เพื่อป้องกันและปราบปรามการล้มบอลในอนาคต

วันเดียวกัน ที่ร้านไวน์ คอนเนคชั่น ศูนย์ การค้าเซ็นทรัล เวิลด์ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ประธานสโมสร “สวาดแคท”นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี เปิดเผยถึงกรณีที่วีระ เกิดพุดซา ผู้รักษาประตูของทีมอยู่ใน 12 หมายจับคดีล้มบอล ว่า ตอนที่ได้รับทราบข่าวว่ามีนักเตะของสวาดแคทก็ค่อนข้างตกใจ จึงอยากชี้แจงว่าทางสโมสรไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด และไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อน เพราะปกติแล้วสโมสรจะมีกฎห้ามนักกีฬายุ่งเกี่ยวกับเรื่องของการพนันฟุตบอลทุกอย่างอยู่แล้ว

นายเทวัญกล่าวว่าในกรณีนี้ถือว่าสโมสรเป็นผู้เสียหาย ใน 4-5 เกมสุดท้ายก็รู้สึกแปลกใจอยู่เหมือนกัน เพราะว่าทีมนั้นแพ้ใน ช่วงท้ายเกมหลายครั้ง จึงได้บอกกับพล.ต.อ. สมยศว่าสามารถดำเนินคดีทางกฎหมาย ได้อย่างเต็มที่ ทั้งทางแพ่งและอาญา ซึ่งทางสโมสรจะเอาเรื่องถึงที่สุด วิกฤตครั้งนี้ทำให้ทีมตื่นตัวมากยิ่งขึ้น และคงจะต้องระมัดระวังในการเซ็นสัญญากับนักเตะมากขึ้น และจะระบุไว้ในสัญญาทุกคนห้ามยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของการพนันอย่างสิ้นเชิง ไม่เช่นนั้นจะสามารถยกเลิกสัญญาได้

ด้าน “น้าฉ่วย”สมชาย ชวยบุญชุม หัวหน้าโค้ชราชนาวี ฤดูกาล 2017 กล่าวว่า จากที่เห็นพฤติกรรมของ 4 นักเตะ ไม่พิรุธ ทั้งการซ้อม การแข่ง ไม่คิดว่าจะอยู่ในขบวนการ แต่เมื่อฝ่ายสืบสวน สืบพฤติกรรมมาแล้วต้องว่ากันตามกฎหมาย ตนคุมทีมฟุตบอล ทีมแพ้ เชื่อว่าเพราะซ้อมน้อย แรงไม่ดี สมาธิไม่ดี ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีการล้มบอล เรื่องนี้ส่งผลต่อศรัทธาแฟนบอล อยากให้สมาคมกวาดล้างจริงจังเพราะเชื่อว่าคงไม่มีแค่นี้

รายงานข่าวจากสโมสรราชนาวี ระบุว่า จะแถลงข่าววันที่ 23 พ.ย. เบื้องต้น ผู้บริหารทีม โดยพล.ร.อ.รังสฤษดิ์ สัตยานุกูล ผบ.กองเรือยุทธการ ในฐานะประธานสโมสร ตกใจกับข่าวที่ออกมา เพราะราชนาวี เน้นย้ำเรื่องสปิริตนักฟุตบอล ตามแคมเปญ “สุภาพบุรุษราชนาวี” ยินดีร่วมมือกับตำรวจ ในการให้ข้อมูล และหากมีนักเตะพฤติกรรมอย่างนี้ ก็ร่วมงานกันไม่ได้ นอกจากนี้ นักเตะทั้ง 4 คน ที่รับราชการทหารอยู่ด้วย ถ้าผิดจริงจะดำเนินการตามวินัยของทางราชการให้ออกจากการทำหน้าที่ทหาร

ด้าน “ซิโก้”เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง อดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย เปิดเผยว่าการล้มบอลเป็นวงจรอุบาทว์เป็นสิ่งที่ทำลายวงการฟุตบอลไทยอยู่แล้ว การเป็นนักเตะต้องซื่อสัตย์ต่ออาชีพตัวเองยิ่งอาชีพนักฟุตบอลเสมือนอาชีพหมาล่าเนื้อ ยิ่งต้องซื่อสัตย์กับ มัน การจับได้ครั้งนี้เหมือนเป็นดาบสองคมเหมือนกัน อย่างแรกก็เป็นการกำจัดมะเร็งร้ายให้หมดไปซึ่งเป็นเรื่องที่ดี แต่อีกมุมหนึ่งความน่าเชื่อถือจะลดน้อยลง ซึ่งอาจมีผลไปถึงการเข้ามาสนับสนุนสโมสรฟุตบอลอาชีพของภาคเอกชนด้วย

“ที่ผ่านมาผมบอกน้องๆ นักฟุตบอลเสมอถึงการเป็นนักเตะ ยิ่งเป็นทีมชาติแล้วยิ่งจะต้องทุ่มเทเป็นเท่าตัว ส่วนตัวผมเองไม่อยากเห็นลีกประเทศไทยเป็นเหมือนฟุตบอลลีกมาเลเซีย ที่เขามีการกำจัดนักเตะที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการล้มบอลไปกว่า 200 คน ซึ่งกว่าจะสร้างนักเตะได้ขนาดนั้นต้องใช้เวลาเป็น 10 ปี” ซิโก้กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ ลุยล่าเพิ่ม! ขบวนการล้มบอลไทยลีก รวบแล้ว12-มีทั้งนักเตะ โกล์-เปา-ผอ.สโมสรดัง บิ๊กอ๊อดลั่นแบนชั่วชีวิต
ข่าวที่เกี่ยวข้อง