เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา เจ้าของเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์เล่าเรื่องราหลานสาวของตนที่ทำให้รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก พร้อมทั้งแนบภาพเป็นแชทข้อความของหลานสาวตนที่พูดคุยกับครูเรื่องการไปรับอุปกรณ์การเรียน ซึ่งหลานตนไม่ได้อยู่ในกรุ๊ปแชทจึงไม่ทราบเรื่อง

แต่ครูกลับแคปเอาแชทของหลานสาวตนไปนินทาในกรุ๊ปแชทอื่น และนักเรียนคนอื่นก็เข้ามาผสมโรงด้วย ทำให้หลานของตนรู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างมาก และไม่กล้าไปโรงเรียน เพราะหลานของตนนั้นนเพิ่งย้ายมาจากโรงเรียนอื่น และยังไม่มีเพื่อนที่นี่เลย

โดยเจ้าของเฟสได้กล่าวว่า “ผมในฐานะศิษย์เก่าโรงเรียนนี้ ไม่น่าเชื่อว่ายังจะมีสังคมแบบนี้ในโรงเรียนเก่าผม ครูที่ปรึกษาไม่ควรจะพูดแบบนั้น ล่าสุด หลานขอแม่กลับไปเรียนที่เดิมละครับ ขอแชร์เรื่องนี้ไว้เป็นอุทาหรณ์สำหรับลูกหลานใครที่เคยโดนบูลลี่แบบนี้ตั้งแต่ครูที่ปรึกษายันนักเรียนร่วมห้องบางคน” และมันทำให้ตนรู้สึกหดหู่ใจ สงสารหลานมาก เพราะการบูลลี่นั้นไม่ใช่เรื่องตลก

จากเรื่องราวดังกล่าวทำให้มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก และแชร์กันไปแล้วกว่า 1.2 หมื่นครั้ง ซึ่งชาวเน็ตล้วนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าคุณครูรายนี้นั้นมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และมีความเป็นห่วงนักเรียนรายนี้ว่าหากยังเรียนต่อที่นี่จะโดนกลั่นแกล้งหรือไม่ เพราะยังไม่ทันเปิดเรียนก็มีเรื่องในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นแล้ว

แต่ทว่ากระแสโพสต์แรกยังไม่ทันซา เจ้าของโพสต์ก็ได้ออกมาโพสต์ถึงเรื่องราวดังกล่าวอีกครั้ง เพื่ออัพเดทให้ชาวเน็ตที่กำลังติดตามเรื่องดังกล่าวอยู่ได้ทราบว่าตนนั้นเพิ่งได้รับแชทมาใหม่ ซึ่งในตอนแรกตนนั้นก็แค่อยากให้คุณครูที่ปรึกษารู้สึกสึกนึกผิดและไม่ได้ต้องการให้ออกจากหน้าที่ แต่ตอนนี้อยากให้ออกจริงๆแล้ว เพราะแทนที่เห็นโพสต์แล้วจะรู้สึกผิด กลับยังพิมพ์หัวเราะขำ ๆ ทำเอาหลานของตนไม่กล้าไปเรียน ซึ่งมันกระทบจิตใจเด็กมากๆ

โดยภายในแชทนั้นก็มีการระบุตามหาตัวคนแคปแชท และบอกว่าแค่ขำๆกับเพื่อนๆเฉยๆในฐานะครูไม่ทำร้ายนักเรียนอยู่แล้ว พร้อมทั้งบอกบอกว่าตนแคปแชททุกอย่างเอาไว้ทั้งหมดแล้วระวังเอาไว้ พร้อมทั้งเหน็บแนมนักเรียนภายในห้องว่า ‘หิวแสง’ พร้อมทั้งตามหาว่าใครเป็นคนแคปแชทออกไป ก่อนจะทิ้งท้ายว่า “ครูรู้แล้วว่าใคร”

อย่างไรก็ตามเจ้าของโพสต์ก็ได้ออกมาโพสต์อีกครั้งว่าอาจจะลบโพสต์ทุกอย่าง เพราะญาติผู้ใหญ่รู้สึกไม่สบายใจที่เรื่องราวดังกล่าว และยังได้ชี้แจงว่าทางครูได้เข้ามาคุยแล้ว ซึ่งในวันนี้จะเป็นการขอโทษแล้วผู้ข้อมือ ให้จบเรื่องราวกันไป ไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่โต ส่วนเรื่องครูคนดังกล่าวโรงเรียนเป็นคนดำเนินการต่อ ก่อนจะทิ้งท้ายว่าตนคงทำได้แค่นี้ ขอบคุณที่เข้ามา ช่วยแชร์และแฉ พฤติกรรมครูคนหนึ่ง นี่คงเป็นบทเรียนให้ครูคนนั้นแล้ว

ที่มา : FB 1 2 3

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน