หิ้ว”ครูอ๋อง”จากเมืองกรุงส่งกลับนครพนมหลังหนีมากบดาน รอง ผบ.ตร.”วิระชัย”เค้นสอบจนรับสิ้น มีจอมบงการอยู่เบื้องหลังคดีสร้างหลักฐานเท็จรับผิดแทนครูจอมทรัพย์ ก่อนบินไปนครพนมสอบครูสาวด้วยตนเอง แม้ยังปากแข็งไม่ยอมรับผิด แต่ก็เริ่มคายข้อมูลเป็นประโยชน์ สรุปล่าสุดทั้งแก๊งถูกจับแล้ว 2 ขอมอบตัว 4 เหลือแค่ผัวครูจอมทรัพย์ และนางทัศนีย์ หาญพยัคฆ์ จ่อออกหมายจับแล้ว

จากกรณีศาลจังหวัดนครพนมอนุมัติหมายจับนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร และนายสุริยา นวลเจริญ หรือครูอ๋อง โดยต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันนำสืบ หรือแสดง หลักฐานอันเป็นเท็จในข้อสำคัญแห่งคดี ในการ พิจารณาคดีอาญา และซ่องโจร” ตามที่นายสับ วาปี เข้ามอบตัวกับตำรวจซัดทอดว่านางจอมทรัพย์ และนายสุริยา ว่าจ้างให้สารภาพผิดคดีขับรถชนคนตาย แทนนางจอมทรัพย์ เพื่อหวังรื้อฟื้นคดีที่ศาลตัดสิน ล่าสุดตำรวจบุกจับนางจอมทรัพย์ที่บ้านพักเมื่อวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา พร้อมไม่ให้ประกันตัวตามข่าวที่เสนอไปแล้ว

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 26 พ.ย. พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. และโฆษกตร. พร้อม พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิ์เดชไพบูลย์ พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผบก.ภ.จว.นครพนม ร่วมประชุมความคืบหน้าคดีนางจอมทรัพย์ ที่บก.ภ.จว.นครพนม หลังเจ้าหน้าที่จับกุมนายสุริยา หรือครูอ๋อง นวลเจริญ หนึ่งในผู้ต้องหาตามหมายจับในข้อหาแสดงหลักฐานเท็จ และอั้งยี่ซ่องโจร บริเวณสถานีรถไฟหลักสี่ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ เมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 25 พ.ย.

หลังถูกจับกุมพล.ต.อ.วิระชัยไปสอบปากคำ นายสุริยาด้วยตัวเอง ที่สน.ทุ่งสองห้อง ใช้เวลาสอบปากคำนาน 2 ชั่วโมง จนรับสารภาพว่า จ้าง นายสับ วาปี เป็นจำนวนเงิน 4 แสนบาท เพื่อให้เป็นแพะรับผิดแทนนางจอมทรัพย์ ขณะถูกจับกุมอยู่ระหว่างหลบหนีเข้ากรุงเทพฯ เพื่อหาพรรคพวกปรึกษาด้านคดีความ แต่พ.ต.อ.เสฏวุฒิ รอดจันทร์ ผกก.สืบสวน ภ.จว.นครพนม ในฐานะคณะทำงานหัวหน้าชุดสืบสวนจับกุม ตามแกะรอยจีพีเอสรถที่ผู้ต้องหาใช้ จนทราบความเคลื่อนไหว ประสานตำรวจบช.น.เข้าจับกุมได้ในที่สุด

พล.ต.อ.วิระชัยกล่าวว่า จากการสอบปากคำ เบื้องต้นนายสุริยาให้รายละเอียดเป็นประโยชน์ ต่อรูปคดี และให้การว่าได้ว่าจ้างนายเสริฐ รูปสะอาด ในการขับรถรับผิดแทนครูจอมทรัพย์จริงในครั้งแรกวงเงิน 2 แสนบาท เมื่อนาย เสริฐไม่สามารถเดินต่อไปได้ เพราะพยานหลักฐานไม่เอื้ออำนวยที่จะปั้นนายเสริฐ จึงเปลี่ยนตัวเป็นนายสับ วาปี และตกลงจ่าย จะจ่ายเงินให้นายสับ 4 แสนบาท

แต่เมื่อศาลไม่ประทับรับฟ้อง นายสับจึงไม่ได้เงินดังกล่าว ได้แต่เงิน 1.7 แสนบาท ที่ให้นายสับนำไว้วางศาล เพื่อชดใช้ค่าความเสียหายให้กับญาตินายเหลือผู้ตาย ในคดีที่ศาล พิพากษาที่ให้นายสับสมอ้างว่าเป็นผู้ขับขี่ชนนายเหลือถึงแก่ตาย และนำเงินจำนวนดังกล่าว ไปวางที่ศาล เพื่อให้ศาลเห็นว่าตนเองขับรถชนคนตาย เพื่อเอาผลคดีดังกล่าวไปรื้อฟื้นคดีเป็นคดีใหม่

ต่อข้อถามนางจอมทรัพย์มีส่วนรู้เห็นในกระบวนการรับผิดแทนตั้งแต่ต้นหรือไม่ พล.ต.อ.วิระชัยกล่าวว่า จากการรวบรวมพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจนางจอมทรัพย์ทราบ ส่วนนายนิรันดร์ สามีนางจอมทรัพย์ที่ออกหมายเรียกจะมีเชื่อมโยงหรือ ไม่นั้น รายละเอียดอยู่ในสำนวนการสอบสวน ขอรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจนก่อนว่าจะมีใครเกี่ยวข้องบ้าง จะได้ขออนุมัติหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

สำหรับกรณีจะมีข้าราชการในกระทรวงยุติธรรมกระทำผิดด้วยหรือไม่นั้น หากสอบ สวนพบว่าเกี่ยวพันกับใครจะไม่ไว้หน้าต้องดำเนินคดี หากมีการละเว้นเจ้าหน้าที่จะเป็น ผู้กระทำผิดเสียเอง ตามประมวลกฎหมาย อาญามาตรา 157 ส่วนเรื่องฉ้อโกงประชาชนกรณีหลอกลวงผู้ที่หลงเชื่อโอนเงินช่วยเหลือนางจอมทรัพย์มากกว่า 1 ล้านบาท ขอรวบรวม พยานหลักฐานทุกข้อหาที่เกี่ยวข้อง ถ้าครบองค์ประกอบจะดำเนินคดีทั้งหมด ถึงแม้ว่า เจ้าทุกข์มากล่าวหาไม่ได้ แต่เป็นอาญาแผ่นดิน พนักงานสอบสวนสามารถเป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษได้

วันเดียวกัน ร.ต.อ.หญิง จุฬารัตน์ อาจภิรมย์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองนครพนม เบิกตัว นางจอมทรัพย์จากห้องขัง สภ.เมืองนครพนม มาสอบปากคำเพิ่มเติม แต่นางจอมทรัพย์ยังไม่ยอมให้การใดๆ โดยคณะชุดสอบสวนระบุว่า นางจอมทรัพย์อยากให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน แต่ทั้งนี้ต้องสอบปากคำต่อหน้าทนายเท่านั้น เพราะนางจอมทรัพย์เกรงว่าจะเป็นบทเรียนซ้ำรอยเดิม เมื่อครั้งเคยถูกดำเนินคดีและติดคุกมาแล้ว ซึ่งยังตกลงยังไม่ได้ว่า จะให้ทนายคนใดใน 4-5 คนที่มีอยู่ชัดเจนเสียก่อน

สำหรับคดีดังกล่าว พนักงานสืบสวนสอบสวน ภ.จว.นครพนม แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีผู้ต้องหาทั้งหมด 8 ราย ปัจจุบันจับกุมตัวมาดำเนินคดีแล้ว 2 ราย เข้ามอบตัว 4 ราย เหลือนายนิรันดร์ แสนเมืองโคตร สามีนางจอมทรัพย์ และนางทัศนีย์ หาญพยัคฆ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ออกหมายเรียกในคดีแจ้งความเท็จ ที่สภ.เมืองนครพนม จะครบกำหนดนัดแรกในวันที่ 27 พ.ย.นี้ หากยังไม่มาพบเจ้าหน้าที่ จะออกหมายเรียกเป็นครั้งที่ 2 นัดละ 7 วัน หากไม่มาพบ 2 ครั้งอาจถูกหมายจับ

ต่อมาเวลา 15.00 น. พล.ต.อ.วิระชัย เปิดเผย หลังประชุมว่า นายสุริยายังรับสารภาพว่า เงินจำนวน 1.7 แสนบาท ที่นำไปจ่ายให้ญาตินายเหลือ พ่อบำรุง ผู้เสียชีวิตจากรถชนไม่ใช่เงินของตนเอง แต่ยังมีผู้ชักใยอยู่เบื้องหลัง ซึ่งจะใช้นายสุริยา หรือครูอ๋อง อยู่ฉากหน้า ก่อนที่จะเข้าไปสอบปากคำนางจอมทรัพย์ โดยใช้เวลานานประมาณ 1 ชั่วโมง ขณะสอบปากคำมี พ.ต.ท.สมพงษ์ แรงรอบ สารวัตร(สอบสวน) สภ.กุดตาไก้ หนึ่งในชุดคณะทำงานสอบสวน ภ.จว.เป็นผู้พิมพ์บันทึกถ้อยคำ โดยมีนายณรงค์ ไชยตา ทนายความอาวุโส ประจำสภาทนายความ จ.นครพนม อยู่ร่วมฟังการสอบปากคำ

เวลา 16.10 น. พล.ต.อ.วิระชัยกล่าว ภายหลังสอบปากคำนางจอมทรัพย์รอบที่สองว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนที่ตั้งขึ้นมาคลี่คลายคดีนี้ จำนวน 50 นาย ลงพื้นที่สอบปากคำพยานตามภูมิลำเนากว่า 20 คนแล้ว และจะรายงานผลความคืบหน้าให้ทราบเป็นระยะ ส่วนการขออนุมัติศาลจังหวัดนครพนมออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่ม ขณะนี้อยู่ในระหว่างรวบรวมหลักฐาน การให้การครั้งนี้มีบางส่วนสอดคล้องกับนายสุริยา บางส่วนยังเป็นประเด็นที่ต้องสานต่อ โดยนางจอมทรัพย์ทราบว่านายสับ วาปี ถูกว่าจ้างมาก่อนที่จะมีการไต่สวนที่ศาล ส่วนกรณีจะมีเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐที่มาเกี่ยวข้อง หรือนายนิรันดร์ สามีนางจอมทรัพย์จะมีส่วนรู้เห็นในกระบวนการนี้หรือไม่นั้น อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ถ้าพบความเชื่อมโยงจะออกหมายจับ แต่ถ้าไม่มีส่วน เกี่ยวข้องหรือบริสุทธิ์จะกันตัวไว้เป็นพยาน

วันเดียวกัน นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการ สำนักงานศาลยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงการรื้อฟื้นคดีนางจอมทรัพย์ว่า คดีดังกล่าวที่ผ่านมา ถือว่า เข้าสู่กระบวนการรื้อฟื้นคดีไปแล้วแต่ผลของศาลฎีกาที่ออกมาไม่ได้เปลี่ยนแปลงคำพิพากษาเดิมที่เคยตัดสิน เพราะเห็นว่าพยานหลักฐานที่นำมาไต่สวนนั้นไม่ใช่พยานหลักฐานใหม่ โดยคดีนี้ไม่ใช่เรื่องแรกที่ผลออกมาเช่นนี้ ซึ่งคดีต่างๆ ศาลก็ได้พิจารณาทั้งข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และหลักความน่าเชื่อถือของพยานและตรรกะความสมเหตุสมผล ขณะที่การทำหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรมเราไม่ขอ วิจารณ์กล่าวถึงหน่วยงานอื่น ศาลก็ทำหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่ที่สุด

ส่วนกรณีคำพิพากษาศาลฎีกาได้ระบุ ถึงขบวนการจ้างคนรับผิดมาอ้างเป็นพยานหลักฐานใหม่ ในคดีนี้ถือเป็นคดีแรกหรือไม่นั้น นายสราวุธกล่าวว่า ในคดีอื่นๆ ที่ผ่านมาไม่เคยเห็นลักษณะเช่นนี้มาก่อน

ต่อมาเวลา 19.00 น. พ.ต.อ.เสฏฐวุฒิ รอดจันทร์ ผกก.สืบสวน ภ.จว.นครพนม คุมตัวนายสุริยาเดินทางด้วยรถยนต์จากกรุงเทพฯ ถึงบก.ภ.จว.นครพนม พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิ์เดชไพบูลย์ รอง ผบช.ภ.4 และ พล.ต.ต. สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผบก.ภ..จว.นครพนม คุมตัวเข้าสอบปากคำทันที โดยไม่ให้เผชิญหน้ากับนางจอมทรัพย์

พล.ต.ต.ธนาศักดิ์กล่าวว่า คาดว่าจะต้องใช้เวลาสอบปากคำนานหลายชั่วโมง ส่วนนางจอมทรัพย์หลังจากพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเสร็จแล้ว จะนำตัวส่งอัยการเพื่อพิจารณาสำนวนส่งฟ้องศาลในวันที่ 27 พ.ย. ส่วนนายสุริยาจะแยกสอบสวน ซึ่งพนักงานสอบสวนทั้ง 3 สภ. และพนักงานสอบสวนในพื้นที่ 3 จังหวัดคือ สกลนคร นครพนม และมุกดาหาร ลงพื้นที่เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานหาความเชื่อมโยงผู้อยู่ขบวนการเบื้องหลังรับผิดแทนนางจอมทรัพย์ต่อไป หลังสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 2 คนเสร็จแล้ว จะนำตัวคุมที่ห้องขังแยกห้องชาย-หญิง ก่อนนำมาสอบปากคำเพิ่มเติมในรุ่งเช้าต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน