สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ล่าชื่อชาวกองถ่าย ขอผ่อนปรนให้เปิดกอง ฟาดรัฐบาลวางแผนหละหลวม ทั้งล้มเหลวในการฉีดวัคซีนให้ทันเวลา
กรณีการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ที่ทำให้ทุกอาชีพได้รับผลกระทบไปตามๆกัน เช่นเดียวกับกลุ่มวงการภาพยนตร์ไทย ที่ไม่สามารถรวมตัวกันเกิน 20 คนได้ ตามคำสั่งของภาครัฐ
วันที่ 3 กรกฎาคม สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย จึงขอความร่วมมือชาวกองถ่าย ร่วมลงชื่อ เพื่อแสดงความเดือดร้อนที่ได้รับ พร้อมจะทำไปยื่นต่อกมธ.ที่รัฐสภา เพื่อขอให้ผ่อนปรนกองถ่าย ในวันที่ 7 ก.ค.นี้
โดยระบุว่า เนื่องจากสถานการณ์โรคระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2563 รวมถึงการประกาศใช้พระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อออกคําสั่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโรคระบาด ซึ่งรวมถึงนโยบายการห้ามรวมตัวเกิน 20 คน นโยบายเหล่านี้สร้างความเดือดร้อนให้กับกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจกองถ่ายเป็นอย่างมาก
แม้ว่าทางผู้ประกอบการธุรกิจกองถ่ายภาพยนตร์และวิดีทัศน์ได้ร่วมหารือกับทางกระทรวงวัฒนธรรมและกรมควบคุมโรคจนออกเป็นมาตรการควบคุมการระบาดของไวรัสโคโรนาในกองถ่าย มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2563
แต่เมื่อมีการปรับเปลี่ยนนโยบายจากทางภาครัฐและศบค. อย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดความสับสน และเกิดปัญหาการอนุญาติการถ่ายทำจากทางเขตและอำเภอทั่วประเทศ ส่งผลให้กิจการกองถ่ายทั้งหมดต้องหยุดชะงักลงทั้งที่มีมารตรการควบคุมการระบาดของโรคที่รัดกุมอยู่แล้ว
ในช่วงที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 นั้นเป็นสถานการณ์ต่อเนื่องมาจากปีพ.ศ.2563 ซึ่งเกิดจากหลายสาเหตุรวมถึงความหละหลวมของรัฐบาลในการวางแผนสถานการณ์ล่วงหน้า และความล้มเหลวในการฉีดวัคซีนให้ทันแก่เวลา ทําให้สถานการณ์การระบาดมีแนวโน้มว่าจะกินเวลาต่อไปอีกหลายเดือน
อีกทั้งทางกลุ่มผู้ประกอบการเองก็ต้องการนโยบายที่จะช่วยฟื้นฟูสภาพคล่องของธุรกิจ ในสถานการณ์เช่นนี้ผู้ประกอบการไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยื่นข้อเรียกร้องให้ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาติดตามตรวจสอบการใช้เงินตามพระราชกําหนด 3 ฉบับ เพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจของธุรกิจกองถ่าย ดังต่อไปนี้
1. อนุญาติให้ธุรกิจกองถ่ายสามารถปฎิบัติงานได้ ตามข้อกำหนดของ ศบค. โดยมีทีมงานจำนวนไม่เกิน 50 คน และให้สำนักงานเขตและอำเภอพิจารณาอนุญาติการถ่ายทำ โดยใช้ผลการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนาของทีมงานทุกคนภายในระยะเวลา 72 ชั่วโมง
2.ขอให้ทางภาครัฐส่งหนังสือเวียนแจ้งถึงข้อกำหนดนี้ให้กับศาลากลางจังหวัด สำนักงานเขตและที่ว่าการอำเภอทุกจังหวัด เพื่อให้รับทราบตรงกันว่าธุรกิจกองถ่ายภาพยนตร์ เป็นธุรกิจที่ได้รับการผ่อนปรนภายใต้มาตรการควบคุมโรคดังกล่าว
3.ขอให้ทางภาครัฐจัดหาวัคซีนให้กับบุคคลากรในธุรกิจภาพยนตร์และสื่อวิดีดีทัศน์ที่อยู่นอกเหนือจาก ม.33 โดยทางสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทยจะเป็นผู้รวบรวมรายชื่อให้
4.หากทางภาครัฐต้องการปรับเปลี่ยนมาตรการกองถ่ายเพื่อให้เหมาะกับสถานการณ์การระบาดของโรคไวรัสโคโรนา ขอให้มีการกำหนดมาตรการต่างๆให้เหมาะสมและชัดเจนโดยมีสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทยเข้าร่วมหารือด้วย