ตร.เรียกสอบ “มาร์ค พิทบูล” ปมระดมเงินบริจาค ช่วย”ครูจอมทรัพย์” รองผบ.ตร.แนะชาวบ้านที่บริจาคเงินแจ้งความได้ ชี้เข้าข่ายฉ้อโกง-หลอกลวง พร้อมเปิดความสัมพันธ์”ครูอ๋อง-สับ-เสริฐ” พบเคยโดนจับคดีตัดไม้แล้วช่วยเหลือกัน แฉ”สับ”ให้การดีเอสไอถูกจ้างเป็นพยานเท็จก่อนขึ้นเบิกความ เตรียมเรียกจนท.ดีเอสไอสอบปมนี้ด้วย ก่อนคุมตัวครูจอมทรัพย์ฝากขัง-ไม่ได้ประกัน ส่วน”สับ-จัน” ศาลให้ประกันด้วยเงิน 1 แสน ผู้การนครพนมยังรออดีตสามีนางจอมทรัพย์มอบตัว ด้านครูอ๋องยังปฏิเสธข้อหาแสดง หลักฐานเท็จต่อศาล-อั้งยี่ แต่สารภาพบางเรื่อง พร้อมรับชะตากรรมต้องติดคุก
จากกรณีศาลจังหวัดนครพนมอนุมัติหมายจับนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร และนายสุริยา นวลเจริญ หรือครูอ๋อง โดยต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันนำสืบ หรือแสดง หลักฐานอันเป็นเท็จในข้อสำคัญแห่งคดีในการพิจารณาคดีอาญาและซ่องโจร” ตามที่นายสับ วาปี เข้ามอบตัวและซัดทอดนางจอมทรัพย์และนายสุริยา ว่าจ้างให้สารภาพผิดคดีขับรถชนคนตาย แทนนางจอมทรัพย์ เพื่อหวังรื้อฟื้นคดีที่ศาลตัดสิน ล่าสุดตำรวจบุกจับนางจอมทรัพย์และนายสุริยา ตามที่เคยเสนอข่าวไปแล้วนั้น
สำหรับความคืบหน้า เมื่อวันที่ 27 พ.ย. ที่บก.ภ.จว.นครพนม พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผบ.ตร. พร้อมพล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิ์เดชไพบูลย์ รองผบ.ช.ภ.4 และพล.ต.ต. สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผบก.ภ.จว.นครพนม ประชุมติดตามคดี
โดยพล.ต.อ.วิระชัยกล่าวว่า นางจอมทรัพย์ให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีมาก โดยให้รายละเอียดถึงขั้นตอนในขบวนการทั้งหมดในการยื่นเรื่องร้องและยื่นขอความเป็นธรรม รวมถึงยื่นขอรื้อฟื้นการพิจารณาคดีใหม่ ตั้งแต่เริ่มต้นจนเสร็จสิ้นขบวนการ ส่วนนายสุริยาได้สอบปากคำไปส่วนหนึ่งแล้ว ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติพบนายสุริยาเคยทำผิดมากถึง 4 ครั้งและยังไม่รวมครั้งนี้ คดีแรกสภ.คำชะอี จ.มุกดาหาร คดีที่ 92/2537 เหตุเกิดเมื่อ 23 พ.ค.2537 ข้อหาเแปรรูปไม้ คดีที่ 2 วันที่ 27 พ.ค.2555 ตามเลขคดีที่ 79/2555 สภ.คำชะอี ข้อหาสนับสนุนการแปรรูปไม้คดีที่ 3 ข้อหามีไม้หวงห้ามคือไม้พะยูง พื้นที่สภ.เมืองมุกดาหาร เมื่อวันที่ 26 ต.ค.2555 ตามคดีหมายเลขดำที่ 1657/2556 และหมายเลขแดงที่ 617/2557 ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา และคดีที่ 4 ข้อหาทำไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อวันที่ 25 เม.ย.2555 พื้นที่สภ.คำชะอี จ.มุกดาหาร
พล.ต.อ.วิระชัยกล่าวต่อว่า ตอนนี้ยัง สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความเชื่อมโยงและความสัมพันธ์ของนายสุริยาและนายสับ พบก่อนที่นายสับจะให้ปากคำเป็นคนขับรถแทนนางจอมทรัพย์ นายสับเคยถูกดำเนินคดีเรื่องไม้เหมือนกันในวันที่ 1 ต.ค.2556 และนายสับยังเคยถูกจับกุมในข้อหารับไว้ด้วย ประการใดๆ ซ่อนเร้น จำหน่ายหรือช่วยพาไปเสียซึ่งของป่า ตามพ.ร.บ.ป่าไม้ ที่สภ. หนองสูง จ.มุกดาหาร และในช่วงนี้เอง นายสุริยาได้เข้ามาช่วยเหลือทางคดีกับนายสับ จึงเป็นเหตุให้นายสับช่วยเหลือนายสุริยา คืนบ้าง ส่วนนายเสริฐ รูปสะอาด นั้น ตรวจสอบพบเป็นลูกน้องนายสุริยา ซึ่งเป็นมือเลื่อยไม้ให้ โดยนายสุริยาให้นายเสริฐมาเป็น แพะคดีขับรถชนนายเหลือจนตายแทนนางจอมทรัพย์ แต่ตอนหลังปรากฏว่านายเสริฐไม่มีใบขับขี่และขับรถไม่เป็น จึงเปลี่ยนตัวเป็นนายสับ ก่อนเป็นที่มาของตัวละครในขบวนการปั้นพยาน ซึ่งจากนี้อยู่ระหว่างออกหมายจับ เพิ่มเติม
เมื่อถามว่านางจอมทรัพย์พาดพิงถึง ดีเอสไอหรือกระทรวงยุติธรรมหรือไม่ พล.ต.อ. วิระชัยกล่าวว่า ใครก็ตามที่เข้ามาเกี่ยวข้องหรือพาดพิงถึงบุคคลใด ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการหรือบุคคลธรรมดา ตำรวจจะสอบปากคำทั้งหมด รวมถึงเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมและดีเอสไอ แต่ยังไม่ระบุว่าจะเรียกมาวันไหน
“ครูจอมทรัพย์ยืนยันได้ทราบจากนายสับโดยตรง ขณะอยู่ระหว่างการคุ้มครองพยาน ที่ดีเอสไอ ในที่พักโรงแรมในกรุงเทพฯ และทราบว่านายสับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอว่า ถูกว่าจ้างเป็นพยานเท็จ เป็นเงิน 4 แสนบาท ขณะนั้นครูจอมทรัพย์กับนายสับก็ได้พูดคุยกันถึงเรื่องอื่นๆ ด้วย ก่อนที่จะมาเบิกความในศาล จึงชัดแล้วว่าครูจอมทรัพย์ทราบถึงการเป็นพยานเท็จของนายสับมาก่อน เป็นเหตุให้ นายสับไม่ขึ้นเบิกความในศาล” รองผบ.ตร.กล่าวและว่า การที่นางจอมทรัพย์รู้ว่านายสับเป็นพยานเท็จตั้งแต่ต้น แต่ยังยืนยันที่จะ สืบพยานในชั้นศาลวันที่ 8-10 ก.พ.2560 ดังนั้นเรื่องนี้ต้องสอบปากคำเจ้าหน้าที่ดีเอสไอในข้อเท็จจริง
พล.ต.อ.วิระชัยกล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนประเด็นการบริจาคช่วยเหลือนางจอมทรัพย์ หากมีประชาชนได้รับความเสียหาย สามารถเข้าแจ้งความได้ เพราะถือว่าเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน มีการหลอกลวง เนื่องจากรู้มาก่อนว่าไม่ได้เป็นแพะและร่วมขบวนการรับจ้างทำผิดแทน โดยตำรวจยืนยันว่าทุกคนที่เกี่ยวข้องจะดำเนินคดีตามกฎหมายทุกราย
รายงานข่าวแจ้งว่า ตำรวจเตรียมออกหมายเรียกนายณัชพล สุพัฒนะ หรือมาร์ค พิทบูล ประธานชมรมมิตรภาพพิทบูล ภายในสัปดาห์นี้ เนื่องจากเข้าไปเกี่ยวข้องในการระดมเงินบริจาคทางโซเชี่ยลมีเดีย เพื่อช่วยเหลือนางจอมทรัพย์ในการต่อสู้คดี โดยเจ้าหน้าที่จะสอบสวนว่ามีส่วนได้ประโยชน์จากเงินบริจาคตรงนี้ด้วยหรือไม่
นอกจากนี้เมื่อสอบสวนยังพบด้วยว่า ขบวนการรับจ้างติดคุกคดีนี้มีต้นคิดจากนางจอมทรัพย์ โดยวางแผนเซ็นมอบอำนาจตั้งแต่อยู่ในเรือนจำ ซึ่งมอบอำนาจให้นายสุริยาและคนใกล้ชิด เพื่อให้ดำเนินการร้องเรียนและรื้อฟื้นคดี หวังกลับเข้ารับราชการ รับเงินบำนาญตลอดชีวิตและเงินเยียวยาระหว่างติดคุกกว่าล้านบาท
ด้านพล.ต.ต.สุวิชาญกล่าวว่า สำหรับนายนิรันดร์ แสนเมืองโคตร อดีตสามีนาง จอมทรัพย์ และนางทัศนีย์ หาญพยัคฆ์ พยานผู้เห็นเหตุการณ์คดีขับรถชนคนตาย เจ้าหน้าที่ยังรอเข้ามอบตัว หากไม่มาจะออกหมายเรียกครั้งที่ 2 และออกหมายจับต่อไป
ขณะที่นายสุริยา หรือครูอ๋อง กล่าวว่า ได้รับสารภาพในบางเรื่องเท่านั้น โดยข้อกล่าวหาแสดงหลักฐานเท็จต่อศาลและอั้งยี่ซ่องโจร ได้ปฏิเสธเช่นเดียวกับนางจอมทรัพย์ ซึ่งเหตุที่ยอมสารภาพบางเรื่อง เพราะช่วงที่ขึ้นศาลจังหวัดนครพนม หลังจากศาลแพ่งสั่งให้ชดใช้ 1.7 แสนบาทกับญาตินายเหลือ ขณะนั้นนายเสริฐ รูปสะอาด และนายอุบล ไชยบัน ให้การกับตำรวจเรื่องรถทะเบียน บค 56 มุกดาหาร เสียก่อนว่านายเสริฐขับรถไม่เป็นและไม่มี ใบขับขี่ ส่วนนายอุบลอ้างเป็นผู้รับซื้อรถคัน ดังกล่าวและขายรถเป็นเศษเหล็กไปแล้ว เรื่องจึงแดงและแผนที่วางไว้จึงแตก ส่วนตอนนี้ ก็ยอมรับชะตากรรมแล้วว่าต้องติดคุก
ต่อมาเจ้าหน้าที่คุมตัวนางจอมทรัพย์ไปส่งฟ้องและขออำนาจศาลจังหวัดนครพนม ฝากขัง ก่อนนายพิรดา แสนเมืองโคตร ลูกชายนางจอมทรัพย์ ยื่นหลักทรัพย์ 2 แสนบาท ขอประกันตัว แต่ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าพนักงานสอบสวนค้านการประกันตัวและ คดีอยู่ระหว่างการสอบสวน เกรงกระทบต่อ รูปคดี จึงอนุมัติฝากขังผัดแรกเป็นเวลา 12 วัน
ขณะที่ญาตินายสับ วาปี และนางจัน วาปี ภรรยา ได้ยื่นขอประกันตัวต่อศาล โดยศาลอนุญาตให้ประกันตัวด้วยหลักทรัพย์ 1 แสนบาท นอกจากนี้เจ้าหน้าที่เตรียมคุมตัวนายสุริยามาฝากขังในวันที่ 28 พ.ย.
วันเดียวกัน นายดิษเดช หิรัญจิรคุณ รองประธานธรรมภิบาล ยื่นหนังสือถึงพล.ต.ต. สุวิชาญ เพื่อให้ตรวจสอบพฤติกรรมกลุ่มบุคคลสนับสนุนการทำผิดในคดีนี้ด้วย
ส่วนดีเอสไอ รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับประเด็นที่นางจอมทรัพย์ให้การนายสับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอว่าถูกจ้างเป็นพยานเท็จนั้น เรื่องนี้หากมีผู้ร้องเรียนให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ดีเอสไอก็พร้อมตรวจสอบทันที