จากกรณีชาวเน็ตแชร์ภาพ รถแท็กซี่ที่ถูกจอดทิ้ง จนรถมีเถาวัลย์ขึ้นเต็มรถ และอยู่ในสภาพทรุดโทรมอย่างมาก ซึ่งเกิดมาจากผลกระทบของโควิด
เมื่อวันที่ 2 ส.ค. นายฐาปกรณ์ อัศวเลิศกุล อายุ 54 ปี ที่ปรึกษาสหกรณ์บวร และราชพฤกษ์แท็กซี่ เปิดเผยกับ “ข่าวสดออนไลน์” ว่า รถแท็กซี่ที่ถูกจอดทิ้งไว้เกือบ 2 ปี ภายในอู่สหกรณ์บวรแท็กซี่ ถนนพุทธมณฑลสาย 4 ตัดใหม่ ต.สวนหลวง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร รวมกว่า 200 คัน ซึ่งอยู่ในสภาพเครื่องยนต์พังและอะไหล่เสียหาย โดยมีเถาวัลย์และกอหญ้าปิดปกคลุมนั้นเกิดจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 ภายในประเทศจนเป็นเหตุให้ผู้เช่ารายวันขาดรายได้เพราะไม่มีผู้ใช้บริการ
ทำให้ผู้ขับรถผันตัวไปทำไร่ทำนาตามต่างจังหวัด จึงส่งผลกระทบต่อสหกรณ์บวร และราชพฤกษ์แท็กซี่เป็นอย่างมาก จึงอยากวิงวอนให้ทางภาครัฐทุกหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้ลงมาช่วยเยียวยา กับทางสมาคม เนื่องจากสมาชิกได้ทิ้งภาระไว้ให้กับทางองค์กรทั้งเรื่องดอกเบี้ย และค่างวดรถรวมมูลค่าความเสียหลายพันล้านบาท
ทั้งนี้ ตนอยากให้ทางไฟแนนซ์โตโยต้าลีสซิ่งมีนโยบายไม่เก็บเรื่องเบี้ยค่าปรับ และช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการแท็กซี่ เนื่องจากทางโตโยต้าเปรียบเสมือนเป็นผู้ลงทุนให้กับผู้ประกอบการ ซึ่งรถต่อคันมีราคา 1 ล้านกว่าบาท ทั้งนี้ อยากวิงวอนให้ปรับดอกเบี้ยเท่ากับราคารถบ้านทั่วไป และพักชำระหนี้เพราะประวัติของสหกรณ์บวร และราชพฤกษ์แท็กซี่ นั้นถือเป็นลูกค้าชั้นดีและส่งค่างวดรถตรงมาโดยตลอด แต่จนถึงขณะนี้เจอสถานการณ์โควิด-19 เป็นเหตุให้แบกรับภาระไม่ไหวและไปไม่รอดจริงๆ
“แท้จริงแล้วรถแท็กซี่ของสหกรณ์บวรที่จอดทิ้งไว้มีอยู่ประมาณ 2 พันกว่าคัน โดยไปเช่าพื้นที่เพื่อจอดต่อเดือนรวมมูลค่าหลายแสนบาท ซื้อ่งเป็นภาระของทางสหกรณ์แต่จนถึงขณะนี้ทางสหกรณ์ก็ไม่มีรายได้มาเสียค่าเช่าที่แล้วจึงจำเป็นต้องเรียกร้องนำไปจอดตามหน้ากระทรวงต่างๆในเขตพื้นที่ กทม. ตนอยากให้ทางภาครัฐเห็นใจผู้ประกอบการแท็กซี่ โดยควบคุมราคาแก๊ส และก๊าซเชื้อเพลิง ซึ่งมีราคาพุ่งสูงถึง 14-15 ต่อลิตร จึงอยากให้ลดราคาในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 เหลือเพียงแค่ 8.50 บาทต่อลิตร เพื่อให้คนขับแท็กซี่เหลือเงินกลับบ้านเพราะช่วงนี้กินไข่จนจะขันเป็นไก่ได้อยู่แล้วครับ” นายฐาปกรณ์ กล่าว

