จากกรณี ที่มีผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อ “ธิติวัฒน์ เลิศรัตนโมลี” ได้โพสต์ข้อความ “ฉันก็รักเธอ” พร้อมกับ โชว์ภาพข้อความจากโทรศัพท์มือถือ ที่ภรรยาได้เขียนทิ้งเอาไว้ก่อนที่จะพบว่าติดเชื้อโควิด – 19 แล้วเสียชีวิตลงในที่สุดโดยมีลูกสาวในครรภ์วัย 5 – 6 เดือน เสียชีวิตด้วยนั้น
โดยข้อความในโทรศัพท์มือถือเขียนไว้ว่า “ ถึงเจมที่รัก ถ้าเค้าไม่รอด เพราะโควิด เค้าขอโทษที่ไม่ได้ให้เธอเห็นหน้าลูก เค้าจะไปอยู่กับลูกเอง เค้าจะเลี้ยงลูกให้เธอเอง ขอให้เธอใช้ชีวิตให้ดี คิดถึงฉันกับลูกบ้างก็พอ ถ้ามีครอบครัวใหม่ เลือกคนดีๆในชีวิต ชีวิตต้องก้าวต่อไป หวังว่าชาติหน้าเราจะได้เจอกันอีก อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูกนะ ฉันไม่มีอะไรให้เธอเลย แต่เค้าฝากแม่โอนรถให้เธอแล้ว
ขอบคุณที่อดทนกับเค้ามานานแสนนานนะที่รัก เค้ารักเจมนะ สู้ๆนะ อย่างน้อยฉันก็ได้ลาเธอ เลิกเล่นพนันบอลนะ มันมีแต่หมด ทำมาหากินอย่างเดียวพอ ตั้งใจผ่อนบ้าน ไม่ได้อยากจากไป แต่มันห้ามกันไม่ได้จริงๆ ถ้ามีแฟนใหม่ เอารูปแต่งงานมาไว้กับแม่ฉันนะ ผญ มันทนเห็นไม่ได้หรอก เลี้ยงมีตังดีๆ อย่าให้กินเยอะ อาบน้ำบ่อยๆ จะได้ไม่เหม็น และบอกมันว่าฉันคิดถึงมัน รักมัน เลิกบุหรี่ด้วยนะ ปอดมันจะพัง ฝากมาดูแม่ฉันบ้างนะ ช่วงแรกๆเค้าคงทำใจไม่ได้ มาบังคับให้เค้ากินข้าว แม่ฉันเค้าก็รักเธอนะ แต่เค้าห้วนๆ ฉันฝากแม่หน่อยนะ”
ต่อมาเมื่อเวลา 11.00 น.ของวันที่ 4 ส.ค. ผู้สื่อข่าวได้พบกับนางธนินท์รัฐ แกล้วเกษตรกรณ์ อายุ 58 ปี มารดาของนางสาวชฎาพร (น้องหมิว) เพ็ญเขตรวิทย์ อายุ 26 ปี ผู้เสียชีวิต และ นายธิติวัฒน์ เลิศรัตนโมลี อายุ 26 ปี สามีของผู้เสียชีวิต ซึ่งได้มาทำบุญถวายสังฆทาน ที่วัดป้อมวิเชียรโชติการาม (พระอารามหลวง) ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เพื่ออุทิศส่วนบุญกุศลให้กับน้องหมิว เหยื่อโควิด 19 และ เด็กหญิงตัวน้อยที่เสียชีวิตลงทั้งๆ ที่ยังไม่มีโอกาสได้ลืมตาดูโลก
นางธนินท์รัฐ แกล้วเกษตรกรณ์ อายุ 58 ปี มารดาของน้องหมิว ว่าที่คุณแม่ลูกอ่อนที่เสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด 19 เล่าว่า ลูกสาวเป็นพนักงานของศูนย์การค้าฯ แห่งหนึ่ง ตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด 19 เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2564 จากนั้นได้เข้าทำการรักษาตัวที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร และเสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2564 ซึ่งขณะที่น้องหมิวเข้ารับการรักษาตัวจากการติดเชื้อโควิด 19 นั้น อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์ลูกคนแรก อายุครรภ์ประมาณ 5 – 6 เดือนแล้ว ตอนนั้นทุกคนเป็นห่วงอาการของน้องหมิวและเด็กในท้องเป็นอย่างมาก
โดยหมอได้บอกว่าโอกาสที่เด็กจะเสียชีวิตค่อนข้างสูงเพราะแม่ไม่แข็งแรง แม้จะผ่าเอาเด็กออกมาแต่ก็อาจจะเสียชีวิตได้ ซึ่งทางลูกเขยและแม่ก็บอกว่า อย่างไรก็ขอให้รักษาชีวิตนน้องหมิวเอาไว้ก่อน แต่สุดท้ายข่าวร้ายที่ครอบครัวไม่อยากจะให้เกิดขึ้นก็เป็นจริงคือ น้องหมิว พร้อมลูกในครรภ์เสียชีวิตลงอย่างสงบในวันที่ 2 สิงหาคม สร้างความเสียใจให้กับทุกคนเป็นอย่างมาก ไม่คิดว่าจะต้องมาสูญเสียดวงใจไปด้วยโรคโควิด 19 เนื่องจากที่ผ่านมาน้องหมิวเป็นคนที่รักษาสุขภาพตัวเองอย่างดี มีความระมัดระวังเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังคอยเตือนคนอื่นในเรื่องของการรักษาความสะอาดและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด 19 อีกด้วย ส่วนที่ทำงานของน้องก็ไม่พบผู้ติดเชื้อโควิดแต่อย่างใด จึงไม่รู้ว่าน้องไปติดโควิดมาจากที่ไหนกันแน่
นางธนินท์รัฐฯ ยังกล่าวอีกว่า หลังจากวันนี้ที่ได้มาทำบุญให้กับลูกสาวและหลานสาวที่ไม่มีโอกาสได้เห็นหน้ากันแล้ว ก็จะนำกระดูกของลูกสาวกลับไปบรรจุในสถูปที่จังหวัดอุทัยธานี บ้านเกิดของแม่ และท้ายนี้ก็อยากจะบอกกับดวงวิญญาณของลูกสาวและหลานสาวว่า ขอให้ทั้งสองไปเกิดเป็นนางฟ้า ขอให้นางฟ้าทั้งสองมองลงมาข้างล่าง ส่วนแม่และยายคนนี้จะคอยมองขึ้นไป หากชาติหน้ามีจริงก็ขอให้ได้มาเกิดเป็นแม่ลูก เป็นยายหลานกันอีกครั้ง
ด้านนายธิติวัฒน์ เลิศรัตนโมลี สามีของผู้เสียชีวิตเล่าว่า ตนเองกับน้องหมิว ทำงานอยู่ที่เดียวกันและคบหาดูใจเป็นแฟนกันมานานกว่า 7 ปีแล้ว หลังจากนั้นก็แต่งงานอยู่กินด้วยกัน พอภรรยาท้องได้ประมาณ 5 – 6 เดือน ก็มาติดเชื้อโควิด 19 ซึ่งที่ผ่านมาทุกคนให้กำลังใจน้องหมิวมาตลอดเพื่อให้ต่อสู้กับโรคนี้ให้ผ่านพ้นไปให้ได้ พร้อมกับชีวิตน้อยๆ ของลูกในท้องด้วย โดยก่อนที่น้องหมิวจะเข้าห้อง ไอซียู นั้นตนเองได้มีโอกาสพูดคุยกับน้องหมิวผ่านทางโทรศัพท์เป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งก็มีประโยคที่น้องพูดออกมาว่า “ลูกไม่อยู่กับเราแล้วนะ” แต่ตนในฐานะสามีแม้จะเสียใจที่ไม่มีโอกาสได้เป็นพ่อ ไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าลูกแล้ว ก็พยายามสร้างกำลังใจให้กับภรรยาโดยบอกว่า “ไม่เป็นไร ขอให้หมิวปลอดภัยก่อน” จากนั้นก็ไม่มีโอกาสได้พูดคุยหรือพบเจอกันอีกเลย จนกระทั่งได้รับแจ้งจากหมอว่าน้องหมิวเสียชีวิตลงแล้ว
นายธิติวัฒน์ฯ บอกอีกว่า ในส่วนของข้อความจากโทรศัพท์มือถือที่ตนโพสต์ลงในเฟสบุ๊คนั้น พบเมื่อวานนี้ ( 3 ส.ค.) หลังจากที่เผาศพน้องไปแล้ว ซึ่งข้อความนั้น น้องหมิวได้เขียนไว้ในโทรศัพท์ของน้องหมิว ตั้งแต่เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2564 ก่อนที่น้องจะตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด 19 อีก เหมือนน้องได้เขียนสั่งลาไว้ล่วงหน้า พอทุกคนได้เห็นก็รู้สึกสะเทือนใจและเสียใจจนไม่สามารถที่จะมีคำพูดใดๆ ออกมาได้ เพราะมันตื้อไปหมด

