กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นดราม่าบนโลกโซเซียล หลังจากที่ร้านอาหารร้านหนึ่งได้ แคปรูปภาพของคนที่มารีวิวอาหาร มาประจานก่อนด่าแรง นักรีวิววอนนาบี-ไร้การศึกษา ชาวเน็ตถามแรงไปไหม?
เรื่องราวดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา หลังจากที่ผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราว ที่ตนเองนั้นเสียความรู้สึกกับร้านอาหารอิตาเลียนร้านหนึ่ง หลังจากที่ตนเข้าไปใช้บริการ แต่ไม่ประทับใจกับอาหาร เขาจึงไปรีวิวตามความเป็นจริง แต่กลับโดนทางร้านอาหาร แคปข้อความรีวิวเอาไปด่าในสตอรีอินสตาแกรมของร้าน

โดยภาพที่ทางเจ้าของทวิตเตอร์เอามาลงนั้น เป็นภาพจากสตอรีอินสตาแกรมของร้าน ที่ได้แคปข้อความรีวิวของลูกค้าหลายรายไปประจาน และต่อว่าลูกค้าบางรายด้วยถ้อยคำที่ค่อนข้างแรง อาทิเจ้าของทวิตได้วิจารณ์เรื่องล็อบสเตอร์ที่ได้น้อย และเส้นพาสต้าอืด ทางร้านอาหารก็ตอกกลับมาว่า “คุณสามารถไปร้านบุฟเฟ่ต์ได้ และกินล็อบสเตอร์รวมถึงพาสต้า หรือไม่ก็ทำกินเอง”

ลูกค้าอีกรายวิจารณ์ว่า อาหารไม่ตรงปกไม่มีเห็ดทรัฟเฟิล และเนื้อสุกเกินไปไม่ตรงกับที่สั่ง ก็โดนทางร้านซัดกลับมาว่า “คุณก็ปริ๊นรูปจากเมนูออกมา แล้วกินเข้าไป ถ้าอยากจะให้มันตรงปก ส่วนเนื้อที่มันแห้งก็เพราะว่าคุณใช้เวลา 10 นาที ในการถ่ายรูป”
และลูกค้าอีกรายก็วิจารณ์เรื่องผิดหวังที่รีซ็อตโตแข็ง ไม่อร่อยสมราคาทางร้านก็จวกกลับมาว่า “ความจริงแล้วคือคุณไม่รู้วิธีการกิน และเก็บเงินไว้หาหมอฟันเถอะ” ก่อนที่ทางร้านจะโพสต์ข้อความว่า “ในตอนนี้เรากำลังโดนโจมตี จากพวกไร้การศึกษาที่อยากจะเป็นนักชิม“

จึงทำให้เรื่องราวดังกล่าวถูกชาวเน็ตวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ว่าทำไมร้านอาหารถึงได้แคปข้อความของลูกค้ามาประจานและใช้คำพูดที่แรงไม่สุภาพเช่นนี้ ทั้งที่เรื่องราวก็เป็นสิทธิ์ของลูกค้าที่จะรีวิวไปตามความรู้สึกและความชอบ ตามรสนิยมของตน ทางร้านไม่ควรมาตอบกลับในลักษณะดังกล่าว ควรนำไปปรับปรุง ขอโทษ หรือไม่ก็อธิบายด้วยถ้อยคำที่สุภาพกว่านี้น่าจะเหมาะสมกว่า

อย่างไรก็ตามล่าสุดทางร้านได้ออกมาขอโทษ ลูกค้าที่มารีวิว พร้อมกับระบุข้อความว่า “พวกเราขออภัยอย่างสุดซึ้ง ในการแสดงความคิดเห็นที่หยาบคายและทัศนคติที่ไม่ดี พวกเรารู้สึกเสียใจมาก ที่ใช้คำเหล่านั้นและไม่สนใจประสบการณ์และความรู้สึกของคุณ
เราควรแสดงความเคารพต่อคุณในฐานะลูกค้าของเรา การกระทำของเราขาดการไตร่ตรองและไม่เหมาะสม เราตระหนักได้ถึงความผิดพลาดของเราและจะพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อปรับปรุงอาหาร บริการ ทัศนคติและพฤติกรรมของเรา ขอโทษอีกครั้งกับสิ่งที่เราทำลงไป”

ที่มา : ทวิตเตอร์