วันนี้ 12ธ.ค. เมื่อปี 2546 เปลี่ยนวิธีประหารชีวิต จาก"ยิงเป้า"เป็น"ฉีดสารพิษ"

12 ธ.ค. 2560 - 20:15 น.

วันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ.2546 ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงวิธีการประหารชีวิต

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

จาก“ยิงเป้า”เป็น“ฉีดสารพิษ”

การประหารชีวิตด้วยวิธีฉีดสารพิษ ครั้งล่าสุด นักโทษคดียาเสพติดรายใหญ่ 2 คน ถูกประหารเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ.2552

ขั้นตอนและวิธีการประหารชีวิตด้วยการฉีดสารพิษ
หลังจากเรือนจำกลางบางขวางได้รับคำสั่งจากสำนักนายกรัฐมนตรี หรือคำสั่งใดก็ตามที่มีอำนาจถูกต้องตามกฎหมาย ให้ดำเนินการประหารชีวิตนักโทษเด็ดขาดที่ถูกศาลตัดสินลงโทษประหาร เรือนจำจะมอบหมายหน้าที่ให้ฝ่ายทะเบียนประวัติผู้ต้องขังทำการตรวจสอบหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับนักโทษประหารว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันกับคำสั่งที่ให้ดำเนินการประหารชีวิตหรือไม่ เพื่อป้องกันการประหารผิดคน เช่นเดียวกับการประหารชีวิตด้วยการยิงเป้า แต่จะออกคำสั่งแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องในการประหารชีวิตด้วยการฉีดสารพิษ ดังนี้
1.หัวหน้าชุดพี่เลี้ยง 1 นาย
2.พี่เลี้ยง 3 นายต่อนักโทษประหาร 1 คน
3.หัวหน้าชุดผู้ไปรับยาและสารพิษ 1 นาย
4.เจ้าหน้าที่รับยาและสารพิษ 3 นาย
5.เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 1 นาย
6.เจ้าหน้าที่ฝ่ายทัณฑปฏิบัติ 2 นาย
7.เจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนประวัติ 4 นาย
8.ช่างภาพ 1 นาย
9.ผู้ให้สัญญาณการประหารชีวิต 1 นาย (หัวหน้าชุดประหาร)
10.เจ้าหน้าที่ฉีดยาและสารพิษ 3 นาย

จากนั้นจะแจ้งเจ้าหน้าที่ทั้งหมดทราบอย่างเป็นความลับที่สุด และจัดวางกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษไว้ทุกจุดของเรือนจำ เพื่อป้องกันเหตุไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้นได้

เจ้าหน้าที่ชุดประหารเมื่อรับทราบคำสั่งแล้ว จะจัดเตรียมสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆที่ใช้ในการประหารชีวิต เช่น ตรวจสอบความพร้อมของห้องประหาร เตียงประหาร สายยางสำหรับเดินน้ำยาและสารพิษ ห้องสักขีพยาน ถุงมือยาง อาหารมื้อสุดท้าย ดอกไม้ธูปเทียน ฯลฯ รวมทั้งนิมนต์พระหรือตัวแทนศาสนาอื่นที่นักโทษประหารนับถือ และแจ้งไปที่กองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดส่งเจ้าหน้าที่มาร่วมดำเนินการตรวจสอบประวัติบุคคลทั้งก่อนและการประหารชีวิต รวมทั้งทำหนังสือแจ้งกรรมการซึ่งมีหลายหน่วยงานให้รับทราบ เพื่อร่วมเป็นสักขีพยาน

เวลาประมาณ 11.00 น. เจ้าหน้าที่รับยาและสารพิษ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย จะเดินทางไปรับยาและสารพิษที่กรมราชทัณฑ์ ซึ่งมีตัวยาและสารพิษที่จะต้องใช้กับนักโทษประหาร ดังนี้
1.สารโซเดียนเพนโททัล
2.สารแพนคูไรเนียมโบรไมค์
3.สารโพแทสเซี่ยมคลอไรด์

เวลาประมาณ 16.00 น. น. เจ้าหน้าที่พี่เลี้ยงจะเบิกตัวนักโทษประหารจากห้องควบคุมภายในแดน นำตัวไปที่ศาลาเย็นใจ หน้าห้องประหารด้วยการยิงเป้าเดิม เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนก่อนประหาร เจ้าหน้าที่ทะเบียนประวัติผู้ต้องขังและเจ้าหน้าที่จากกองทะเบียนประวัติอาชญากร จะเข้ามาตรวจสอบประวัติ ตำหนิแผลเป็น และพิมพ์ลายนิ้วมือ เพื่อตรวจสอบว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับที่มีคำสั่งให้ประหารชีวิตหรือไม่ เสร็จแล้วจะให้เขียนจดหมายและทำพินัยกรรม จากนั้นเปิดโอกาสให้โทรศัพท์หาญาติได้เป็นครั้งสุดท้าย

หลังจากโทรศัพท์สั่งเสียญาติเสร็จแล้ว ผู้อำนวยการส่วนควบคุมหรือเวรผู้ใหญ่จะอ่านคำสั่งยกฎีกาให้นักโทษประหารฟัง แล้วนำตัวไปนั่งที่เก้าอี้ขาวหันหน้าไปทางวัดบางแพรกใต้ พี่เลี้ยงจะนำดอกไม้ธูปเทียนให้นักโทษประหารกราบไหว้ไปที่อุโบสถของวัด จากนั้นนำตัวไปที่ห้องประหาร
บริเวณห้องประหาร จะมีห้องทาสีขาวขนาดกว้างประมาณ 2 เมตร คูณ 2 เมตร จำนวน 2 ห้องอยู่ในช่องทางก่อนเข้าถึงจุดประหาร ด้านในสุดของทั้งสองห้องจะมีช่องหน้าต่างมองทะลุไปยังอีกห้องหนึ่ง ถ้าประหารเพียงรายเดียวจะใช้ห้องเดียว แต่ถ้าประหารมากกว่าหนึ่งรายจะใช้ห้องนี้พร้อมกันทั้งสองห้อง ภายในห้องจะมีอาหารมื้อสุดท้ายวางไว้พร้อมน้ำดื่ม พี่เลี้ยงจะให้นักโทษรับประทานอาหารจนอิ่ม และชวนพูดคุยเพื่อให้คลายความเครียด

เสร็จจากอาหารมื้อสุดท้าย จะมีพระสงฆ์มานั่งในห้องที่สามารถมองทะลุได้จากช่องหน้าต่างของห้องควบคุมตัวนักโทษประหารไว้ พระสงฆ์จะเทศนาธรรมให้กับนักโทษฟังเป็นครั้งสุดท้าย นักโทษประหารจะถวายดอกไม้ธูปเทียนที่ถือมาให้พระสงฆ์ เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีการทางศาสนา

เมื่อเสร็จขั้นตอนทางศาสนา พี่เลี้ยงจะแจ้งหัวหน้าชุดพี่เลี้ยงที่อยู่นอกห้องทราบ หัวหน้าชุดจะประสานเจ้าหน้าที่ฉีดยาและสารพิษ เมื่อทุกอย่างพร้อม หัวหน้าชุดพี่เลี้ยงจะไขกุญแจห้องให้พี่เลี้ยงนำตัวนักโทษเข้าสู่ห้องประหาร ซึ่งพี่เลี้ยงจะนำผ้ามาปิดตานักโทษก่อนนำตัวไปยังห้องประหารชีวิต

ภายในห้องที่ใช้ในการประหารชีวิตด้วยการฉีดสารพิษ จะมีเตียงนอนอยู่จำนวน 2 เตียง พื้นเบาะของเตียงเป็นสีดำ ความสูงของเตียงประมาณ 1.20 เมตร มีด้านข้างยื่นออกมาทั้งสองข้างแบบกางเขนนอน ที่เตียงมีเข็มขัดสำหรับรัดตัว 5 เส้น ที่กางเขนมีเข็มขัดสำหรับรัดแขนข้างละ 2 เส้น เตียงทั้งสองตั้งห่างกันประมาณ 2.5 เมตร ทั้งสองเตียงนี้มีชื่อเรียกว่า “เตียงประหาร” หัวเตียงมีขาตั้งสำหรับแขวนถุงน้ำเกลือ

เมื่อนำนักโทษเข้ามาในห้องประหาร จะให้นักโทษนอนลงที่เตียงประหาร ใช้เข็มขัดรัดตัว 5 จุด ดังนี้
1.รัดที่ศีรษะบริเวณหน้าผาก
2.รัดที่หน้าอก
3.รัดที่หน้าท้อง
4.รัดที่หน้าขา
5.รัดที่ข้อเท้า

จากนั้นเจ้าหน้าที่ฉีดยาและสารพิษจะนำถุงน้ำเกลือมาต่อเข้าที่หลังมือของนักโทษประหาร ทำการปล่อยน้ำเกลือให้เดินเข้าสู่กระแสเลือดของนักโทษ ซึ่งยังไม่มีสารพิษเจือปนแต่อย่างใด
ถ้าประหารเพียงรายเดียว จะใช้เพียงเตียงเดียว แต่ถ้าประหารมากกว่าหนึ่งราย จะใช้เตียงทั้งสองในการประหารชีวิตพร้อมกัน โดยจะนำเข้ามาประหารครั้งละ 1-2 ราย จนกว่าจะหมดจำนวนที่มีคำสั่งให้ทำการประหารชีวิต


ที่ข้างเตียงประหารจะมีเครื่องตรวจจับสัญญาณเต้นของหัวใจ ซึ่งเจ้าหน้าที่ฉีดยาและสารพิษจะต่อสายติดเข้าที่ร่างกายของนักโทษ ที่จอมอนิเตอร์จะเห็นสัญญาณการเต้นของหัวใจเป็นเส้นกราฟขึ้นลง และเสียงดังเป็นจังหวะ “ปิ๊ป ปิ๊ป ปิ๊ป ปิ๊ป ปิ๊ป” ไปเรื่อยๆ

พี่เลี้ยงและเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆจะขอขมาต่อนักโทษประหารที่นอนอยู่บนเตียง แล้วมายืนรออยู่ที่ข้างห้อง
บริเวณหัวเตียงประหารจะมีห้องหน้าต่างกระจกบานใหญ่หนึ่งห้อง เหนือกระจกจะมีไฟสีเขียว สีเหลือง และสีแดงติดอยู่ ภายในห้องหน้าต่างกระจกจะต่อสายน้ำเกลือจากห้องออกไปที่เตียงประหาร ปลายสายน้ำเกลือด้านหนึ่งจะต่อเข้ากับปุ่มกด และที่ข้างปุ่มกดจะมีหัวอัดไซลิงค์ซึ่งมีไว้สำรองกรณีปุ่มกดขัดข้อง ส่วนปลายสายอีกด้านจะต่อเข้าใต้ถุงน้ำเกลือซึ่งได้ต่อสายไปที่หลังมือของนักโทษไว้แล้วโดยจะปิดทางเดินยาและสารพิษไว้ก่อน

ปุ่มกดจะมีด้วยกันทั้งหมด 2 ชุด ชุดละ 3 ปุ่ม ทั้งสามปุ่มนี้จะบรรจุสารพิษปุ่มละชนิด ห้องนี้เรียกว่า “ห้องฉีดสารพิษ”

ที่ปลายเตียงประหาร จะมีห้องกระจกสีทึบอยู่ห้องหนึ่ง ถ้ามองจากห้องประหารออกไปจะมองไม่เห็นอะไร แต่ถ้ามองจากในห้องนี้ออกมาที่ห้องประหารจะสามารถมองเห็นเหตุการณ์ต่างๆภายในห้องประหารได้อย่างชัดเจน ห้องนี้คือห้องของกรรมการและสักขีพยาน ทั้งหมดจะนั่งดูการดำเนินการประหารชีวิตภายในห้องนี้ตั้งแต่เริ่มต้น จนกระทั่งนักโทษประหารสิ้นใจ

เมื่อคณะกรรมการและสักขีพยานพร้อม และมัดตัวนักโทษให้ติดกับเตียงประหาร พร้อมกับเดินสายน้ำเกลือเข้าเส้นเลือดที่หลังมือเรียบร้อย ผู้ให้สัญญาณการประหารชีวิตจะสะบัดธงแดงลง เพื่อให้สัญญาณว่าดำเนินการประหารได้
เจ้าหน้าที่ฉีดสารพิษจะปิดทางเดินน้ำเกลือสายที่มาจากถุงน้ำเกลือ แล้วเปิดทางเดินสายที่มาจากห้องฉีดสารพิษแทน

จากนั้นจะฉีดสารพิษเข้าไปในสายน้ำเกลือ พร้อมกับไฟทั้งสามสีเหนือหน้าต่างกระจกสว่างขึ้นตามลำดับ ดังนี้

ขั้นตอนที่หนึ่ง เมื่อไฟสีเขียวสว่างขึ้น เจ้าหน้าที่จะกดปุ่มฉีดสารโซเดียมเพนโททัล ชนิดผงละลายน้ำ ปริมาณ 20-25 ซีซี เข้าสู่กระแสเลือดของนักโทษ ยาชนิดนี้จะทำให้นักโทษประหารหลับลึก ไม่รู้สึกตัว

ขั้นตอนที่สอง เมื่อไฟสีเหลืองสว่างขึ้น เจ้าหน้าที่จะกดปุ่มฉีดสารแพนคูไรเนียมโบรไมค์ ชนิดน้ำ ปริมาณ 50 ซีซี เข้าสู่กระแสเลือดของนักโทษ ยาชนิดนี้จะทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว และทำให้ระบบการหายใจหยุดทำงาน

ขั้นตอนที่สาม เมื่อไฟสีแดงสว่างขึ้น เจ้าหน้าที่จะกดปุ่มฉีดสารโพแทสเซี่ยมคลอไรด์ ชนิดน้ำ ปริมาณ 50 ซีซี เข้าสู่กระแสเลือดของนักโทษเป็นชนิดสุดท้าย ยาชนิดนี้จะทำให้หัวใจหยุดเต้น ซึ่งมีผลทำให้เสียชีวิตในที่สุด

ในระหว่างที่ยาและสารพิษทั้งสามชนิดเดินเข้าสู่กระแสเลือดของนักโทษ เส้นกราฟที่จอมอนิเตอร์ของเครื่องตรวจจับการเต้นของหัวใจจะแคบลง และทิ้งระยะห่างกันมากขึ้นเรื่อยๆ เสียง “ปิ๊ป ปิ๊ป ปิ๊ป ปิ๊ป” จะดังช้าลง ช้าลง ช้าลง จนกระทั่งเส้นกราฟเปลี่ยนเป็นเส้นตรง พร้อมกับเสียงดังยาว “ปี๊ปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปป” หมายถึงเสียงเตือนจากเครื่องว่า หัวใจของร่างกายที่อยู่กับเครื่องตรวจจับการเต้นของหัวใจ ได้หยุดทำงานแล้ว

เมื่อแน่ใจว่านักโทษประหารสิ้นใจแล้ว พี่เลี้ยงจะเชิญแพทย์ตรวจร่างกายนักโทษเพื่อยืนยันอีกครั้ง เมื่อแพทย์ประกาศว่านักโทษประหารเสียชีวิตแล้ว ผู้ให้สัญญาณการฉีดยาและสารพิษจะสั่งให้พี่เลี้ยงนำร่างของนักโทษลงจากเตียงประหาร เจ้าหน้าที่จะถอดสายน้ำเกลือและสายตรวจวัดชีพจรออกจากร่างกายของนักโทษ เจ้าหน้าที่ทุกนายจะขอขมาต่อร่างของนักโทษประหารอีกครั้ง

พี่เลี้ยงจะปลดเข็มขัดที่รัดตัวของนักโทษออกทุกเส้น แล้วนำร่างลงจากเตียงประหารมาไว้บนถาดอลูมิเนียม จากนำถาดดังกล่าวใส่เข้าไปในช่องเก็บศพที่มีอุณหภูมิเย็นจัดตั้งอยู่ในห้องประหารนั่นเอง เสร็จแล้วจะปิดช่องเก็บศพใส่กุญแจล็อคไว้ ทิ้งศพไว้ภายในนั้น 1 คืน

รุ่งเช้าจะมีเจ้าหน้าที่มาเปิดล็อคช่องเก็บศพ นักโทษชั้นดีที่อาสามาจะช่วยตัดตรวนออกจากเท้าของร่างนักโทษประหาร แล้วช่วยกันอาบน้ำทำความสะอาดร่างกาย ทาแป้งจัดใส่เสื้อผ้าให้ใหม่ พร้อมกับห่อมัดตราสังข์ให้เรียบร้อยก่อนบรรลุลงโลงศพ

จากนั้นส่งศพออกทางประตูผีที่ใช้มาตั้งแต่ยังมีการยิงเป้า นำศพไปเก็บไว้ช่องเก็บศพนักโทษประหารของวัดบางแพรกใต้ เพื่อรอญาติมารับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

เครดิต – ยุทธบางขวาง เพชฌฆาตคุกบางขวาง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ วันนี้ 12ธ.ค. เมื่อปี 2546 เปลี่ยนวิธีประหารชีวิต จาก"ยิงเป้า"เป็น"ฉีดสารพิษ"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง