ตำรวจบางเสาธงจับแล้ววัยรุ่นซ่าต่อยผู้หญิงลูกสาวโชเฟอร์แท็กซี่คลิปว่อนเน็ตจนถูกรุมประณามหายซ่าอ้างสำนึกผิด เสี่ยโป้คนดังฉุนมีสื่อลงว่าเป็นลูกน้องรุดดูตัวปรี่จะเอาเรื่องแค้นแทนหญิงสาวที่ถูกกระทำ ยืนยันไม่รู้จัก ผบก.น.7 เผยขณะเกิดเหตุตำรวจไม่เพิกเฉยตามที่สังคมตั้งข้อสังเกตไประงับเหตุทันที ผู้ต้องหาสำนึกผิดโร่มอบตัว เบื้องต้นแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกาย และทำให้เสียทรัพย์ดำเนินคดี
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 20 ธ.ค.ที่สน.บางเสาธง พล.ต.ต.บุญญฤทธิ์ รอดมา ผบก.น.7 พ.ต.อ.เมธี รักพันธุ์ รอง ผบก.น.7 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน. บางเสาธง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.7 ร่วมกันแถลงผลการจับกุมตัวนายธนากร ภิรมย์ หรือ ดำ ดงกระสือ อายุ 23 ปี และนายณัฐวุฒิ รำพึงกิจ หรือ แฟรงค์ ดงกระสือ อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นและทำให้เสียทรัพย์ เหตุเกิดที่หน้าเต็นท์รถเบนซ์ 99 ถ.พุทธมณฑล สาย 1 แขวงบางเชือกหนัง เขตตลิ่งชัน กทม. เมื่อกลางดึกวันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา
สืบเนื่องจากมีผู้โพสต์เฟซบุ๊กใช้ชื่อ Thantong Rodluk ภาพเหตุการณ์เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.2560 เวลาประมาณ 06.14 น.มีกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายร่างกายโชเฟอร์รถแท็กซี่และลูกสาวภายหลังมีวัยรุ่นขี่รถจยย.มาชนท้ายรถแท็กซี่ จนได้รับบาดเจ็บ และมีเพื่อนของคนเจ็บตามมารุมทำร้าย และทุบทำลายรถแท็กซี่จนได้รับความเสียหายต่อหน้าเจ้าหน้าที่อาสาฯและ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาระงับเหตุจนถูกกระแสสังคมโลกโซเชี่ยลต่างประณามและวิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมของวัยรุ่นดังกล่าวที่ทำร้ายชกต่อยผู้หญิงจนบาดเจ็บหน้าตาบวมปูดและให้เจ้าหน้าที่ลากคอมาลงโทษจนแพร่สะพัดว่อนเน็ต
จากการสอบสวน นายธนากรให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุตนนั่งเล่นอยู่กับเพื่อนรวม 4 คนที่บ่อตกปลาห่างจากที่เกิดเหตุไม่มาก ได้รับโทรศัพท์จากนายกฤตพัฒน์ เสาวภาพันธ์ อายุ 23 ปี เพื่อนที่ซ้อนท้ายรถจยย.ของนายอมรเทพ ไม้หอม อายุ 23 ปี ว่านาย อมรเทพขี่รถจยย.ชนท้ายรถแท็กซี่ได้รับ บาดเจ็บสาหัส ที่บริเวณหน้าเต็นท์รถเบนซ์ 99 ด้วยความเป็นห่วงเพื่อน จึงรีบขี่รถจยย.ไปยังที่เกิดเหตุเมื่อไปถึงพบนายอมรเทพนอนจมกองเลือดอยู่ท้ายรถแท็กซี่ ตนคิดว่าโชเฟอร์แท็กซี่น่าจะเป็นฝ่ายผิด เพราะชอบขับปาดเข้ามารับผู้โดยสารแบบกะทันหันอยู่บ่อยๆ จึงบันดาลโทสะเข้าทำร้ายโชเฟอร์แท็กซี่ในทันทีและไม่รู้มาก่อนเลยว่าผู้หญิงทั้ง 2 คนเป็นลูกสาวยังคิดว่าเป็นผู้โดยสารที่โบกรถ เมื่อเข้ามาห้าม จึงไม่สนใจต่อยมั่วไปไม่รู้ว่าไปถูกใครบ้าง ช่วงที่มีเจ้าหน้าที่อาสาฯ มาล็อกตัวตน ตนสะบัดออกและไปถูกอาสาฯ จึงคิดว่าอาสาฯ จะตามพวกมาเอาคืน จึงตะโกนบอกเพื่อนให้เอาอาวุธมาเพื่อป้องกันตัว แต่ก็ไม่มีใครพกมาหลังเหตุการณ์สงบลง ตนเพิ่งสำนึกผิดว่า ตนได้ทำร้ายผู้หญิง จึงเดินทางไปที่ สน.บางเสาธง เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา และอยากจะขอโทษผู้เสียหาย แต่ไม่เจอผู้เสียหาย และตำรวจก็ยังไม่ได้รับแจ้งความจากคู่กรณี ตนจึงกลับบ้านไปจนกระทั่งมารู้อีกทีตอนเห็นคลิปตนมีอาชีพขายอะไหล่รถจยย.ออนไลน์ซึ่งลงเบอร์โทรศัพท์ไว้อย่างชัดเจน มีคนโทรศัพท์มาทั้งด่า และข่มขู่ จึงคิดว่าหลบหนีไปก็ไม่พ้น จึงเข้ามอบตัวดังกล่าว และที่มีกระแสว่าตนเป็นลูกน้องเสี่ยโป้นั้นตนยืนยันว่าไม่เป็นความจริง
ส่วนนายกฤตภาส รอดหลัก อายุ 43 ปี โชเฟอร์แท็กซี่ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงประมาณตีหนึ่งวันที่ 18 ธ.ค. ตนขับรถแท็กซี่ โตโยต้า ส่วนบุคคล สีเขียวเหลือง ทะเบียน มฎ 1097 กรุงเทพมหานคร มาจากถนนเพชรเกษม เพื่อไปรับน.ส.กชกร และน.ส.ธารทอง ลูกสาวทั้ง 2 คนที่ร้านอาหารอิฐแดง ที่อยู่ตรงข้ามกับที่เกิดเหตุ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุขับมาเลนซ้ายแล้วก็รู้สึกว่า มีรถจยย.มาชนท้ายรถตนอย่างแรง จึงจอดรถลงมาดูก็เห็นคนขี่จยย.นอนแน่นิ่งอยู่ท้ายรถ มีพลเมืองขี่รถตามมาช่วยโทรศัพท์แจ้งมูลนิธิ ส่วนคนซ้อนท้ายจยย.ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยและหยิบโทรศัพท์โทร.หาเพื่อน
ส่วนลูกสาวที่ยืนรอตนอยู่ฝั่งตรงข้ามก็วิ่งข้ามมาหาตนสักพักก็มีกลุ่มผู้ต้องหาขี่รถจยย.มา 2 คันไม่พูดพร่ำทำเพลงเข้ามารุมชกต่อยตนกับลูกสาวตนพยายามบอกขอโทษอยู่หลายครั้ง แต่พวกนั้นก็ไม่ยอมหยุดหลังจากเหตุการณ์สงบลง ตนพาลูกสาวไปหาหมอที่โรงพยาบาล ตนเจ็บที่ศีรษะ น.ส.กชกร ถูกชกที่เบ้าตาซ้ายจนบวมเขียว ส่วนน.ส.ธารทอง ก็เจ็บที่ศีรษะช่วงแรกไม่กล้ามาแจ้งความเพราะกลัวว่ากลุ่มคนร้ายจะตามมาทำร้ายที่โรงพักต่อมาได้เข้าแจ้งความช่วงเย็นวันที่ (18 ธ.ค.) ดังกล่าว
ด้านพล.ต.ต.บุญญฤทธิ์ กล่าวว่า ในวันเกิดเหตุตำรวจไม่ได้เพิกเฉยตามที่สังคมตั้งข้อสังเกตหลังได้รับแจ้งก็เข้าไประงับเหตุทันที แต่ไปหลังจากที่การปะทะกันสงบลงแล้วแต่ยังมีการพยายามจะเข้าไปทำร้ายกันอีกจึงได้ห้ามปรามเหตุการณ์ตรงนั้นเอาไว้ได้หลังจากที่กลุ่มผู้ต้องหามาถึง สน.บางเสาธง เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้ตรวจปัสสาวะ แต่ก็ไม่พบสารเสพติดแต่อย่างใดตรวจสอบประวัติก็ยังไม่พบการกระทำความผิด จึงได้แจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ได้รับบาดเจ็บ และทำให้เสียทรัพย์เพราะอู่ซ่อมได้ตีราคาค่าซ่อมไว้แล้ว 3 หมื่นบาทกับนายธนากร
ส่วนนายณัฐวุฒิ แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายฯ เพียงอย่างเดียว ส่วนที่มีโลกโซเชี่ยลมีการลงขันว่าถ้ามีใครทำร้ายผู้ต้องหาที่ทำร้าย ผู้หญิงได้จะได้เงินรางวัล 3 หมื่นบาทนั้น ตนขอให้เหตุการณ์ดังกล่าวจบลงด้วยดีเพราะผู้ต้องหาก็สำนึกผิด และยอมที่จะขอโทษผู้เสียหายแล้วหากใครมาทำร้ายผู้ต้องหาก็จะมีความผิดซ้อนเข้าไปอีก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่มีกระแสข่าวจากสื่อบางช่องไปออกข่าวว่า กลุ่มผู้ต้องหาเป็นลูกน้องเสี่ยโป้ อานนท์ ทำให้ในโลก โซเชี่ยลพากันโพสต์ด่าเสี่ยโป้ที่มีลูกน้องที่กล้ารุมทำร้ายผู้หญิงต่อมาเสี่ยโป้ อานนท์ ได้เดินทางมาที่ สน.บางเสาธง เพื่อรอดูหน้าของ 2 ผู้ต้องหา เมื่อพบหน้ากัน เสี่ยโป้ ได้ถามว่ารู้จักตนไหม แต่ทั้งคู่ก็ยืนยันว่าไม่รู้จักจนเกือบเหตุการณ์ชุลมุน เจ้าหน้าที่ได้เข้าห้ามปรามทั้ง 2 คนแต่ก็ไม่เกิดเหตุบานปลาย จากนั้นเสี่ยโป้ ให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากที่ตนเห็นคลิปดังกล่าว ตนจึงเกิดความโกรธแค้นแทนเพราะรับไม่ได้ที่เห็นผู้ชายทำร้ายผู้หญิง จึงอยากจะเห็นหน้าวัยรุ่นกลุ่มนี้ จึงเดินทางที่ สน.บางเสาธงแต่ก็มีสื่อบางแขนงไปออกข่าวว่า กลุ่มผู้ต้องหาเป็นลูกน้องตนและจะมาขอเคลียร์กับผู้กำกับฯ ซึ่งตนไม่รู้จักกับกลุ่มนี้เลยตนอยากจะกระทืบพวกมันด้วยซ้ำ เพราะตนรับไม่ได้กับพฤติกรรมแบบนี้