หนึบทุกสาย ถนนมุ่งสู่กรุง คนแห่กลับหลังปิดฉากเทศกาลหยุดปีใหม่ ทั้งพหลโยธิน เอเชีย มิตรภาพพระราม 2 รถแน่นขนัด โคราชติดยาว ตร.เปิดช่องพิเศษเป็นช่วงๆ ขณะที่สถานีขนส่งคึกคัก ทั้งเชียงใหม่ โคราช ขอนแก่น ฯลฯ ชาวสุรินทร์หิ้วข้าวหอมมะลิของดีเมืองสุรินทร์ติดมือมาด้วย เก๋งติดแก๊สคว่ำระทึกช่องตะโก ปภ.สรุปยอด 5 วัน ดับ 317 เจ็บ 3 พันกว่า นายกฯ ขอบคุณจนท.ช่วยดูแลจนยอดตายเจ็บลดลง ?บิ๊กโจ๊ก?ตรวจความพร้อมดอนเมือง-หมอชิต เตรียมรับคนกลับถึงกทม.
ยอด 5 วันดับ 317 เจ็บ 3 พันกว่า
เมื่อวันที่ 2 ม.ค. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 โดยสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 1 ม.ค.ซึ่งเป็นวันที่ห้าของการรณรงค์ “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” เกิดอุบัติเหตุ 677 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 71 ราย ผู้บาดเจ็บ 696 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาสุรา ร้อยละ 47.27 ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 26.00 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 82.45 รถปิกอัพ 5.18
จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ อุดรธานี 38 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ร้อยเอ็ดและกรุงเทพฯ 5 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ อุดรธานี 39 คน สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 5 วัน (28 ธ.ค.2560- 1 ม.ค.2561 ) เกิดอุบัติเหตุรวม 3,056 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 317 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 3,188 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตมี 9 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท ตรัง ตาก นครนายก นราธิวาส น่าน ยะลา ระนอง และหนองบัวลำภู อุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ อุดรธานี 114 ครั้ง เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ ศรีสะเกษ 13 ราย บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ อุดรธานี 118 คน
นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีปภ. ฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) กล่าวว่า วันนี้คาดว่าเส้นทางสายหลักจะมีปริมาณรถหนาแน่นตลอดทั้งวัน ศปถ.ได้กำชับทุกจังหวัดเพิ่มความถี่ในการจัดตั้งจุดตรวจบนเส้นทางสายหลัก ทางร่วม ทางแยก และจุดเสี่ยงอุบัติเหตุ เพื่อชะลอความเร็วรถและประเมินความพร้อมของ ผู้ขับขี่ รวมถึงเข้มข้นการดูแลจุดเสี่ยงอุบัติเหตุ โดยเฉพาะเส้นทางตรงที่มีระยะทางยาวที่มักเกิดอุบัติเหตุจากการหลับใน
นายกฯขอบคุณจนท.คุมเข้ม
พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง เข้มงวดกวดขันวินัยจราจร และอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเดินทางกลับ กทม. อย่างปลอดภัย โดยเบื้องต้นได้รับรายงานว่า จำนวนอุบัติเหตุ ผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ลดลงกว่าปีก่อน ทั้งๆ ที่ประชาชนเดินทางออกต่างจังหวัด เพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของมาตรการที่ภาครัฐกำหนดและความร่วมมือของประชาชนเอง
โฆษกรัฐบาลกล่าวว่า อย่างไรก็ตามใน วันนี้จะมีประชาชนเดินทางกันเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงต้องเพิ่มความใส่ใจและระมัดระวังการเกิดอุบัติเหตุมากขึ้น ทั้งจุดตรวจ ด่านชุมชน และบนถนนหลวงสายหลัก โดยเฉพาะความปลอดภัยของรถโดยสารสาธารณะ เช่น รถบัส และรถตู้ ที่มีผู้โดยสารใช้บริการจำนวนมาก ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด คือ เมาสุรา ขับรถเร็ว และขับขี่รถตัดหน้า
พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า นายกรัฐมนตรียังได้กำชับให้ผู้มีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยของสถานีขนส่งสาธารณะต่างๆ ทั้งสถานีขนส่งรถโดยสารประจำทาง สถานีรถไฟ สถานีรถตู้ เข้มงวดสอดส่องเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เพราะอาจเป็นช่วงที่มิจฉาชีพจะใช้โอกาสที่มีประชาชนจำนวนมากก่อเหตุขึ้นได้ ส่วนนายกฯ ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท เสียสละ เพื่อให้ประชาชนเดินทางถึงที่หมายอย่างปลอดภัย และขอบคุณประชาชนทุกคนที่ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามกฎจราจรและข้อแนะนำต่างๆ รวมทั้งความมีน้ำใจเอื้อเฟื้อที่มอบให้แก่เพื่อนร่วมทางด้วย
ผู้คนแห่กลับขนส่งแน่นขนัด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้เป็นวันหยุด วันสุดท้ายของเทศกาลปีใหม่ ประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างทยอยเดินทางกลับจากต่างจังหวัด ทำให้บรรยากาศทั้งที่สถานีขนส่ง สถานีรถไฟ และสนามบินทั่วประเทศ แน่นขนัดไปด้วยผู้คน ขณะที่บนถนนสายหลักสายรองที่คับคั่งไปด้วยรถยนต์ตั้งแต่เมื่อวานนี้ ก็ยังมีปริมาณรถเพิ่มอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ เชียงใหม่ ขอนแก่น นครราชสีมา กาฬสินธุ์ สุรินทร์ ตราด ฯลฯ โดยเฉพาะที่สุรินทร์ พบว่าประชาชนที่กลับบ้านต่างนำข้าวสาร ซึ่งเป็นข้าวหอมมะลิของจังหวัดสุรินทร์ กลับไปรับประทานและเป็นการประหยัด หลายคนบอกเมื่อกลับมาฉลองเทศกาลปีใหม่ในแต่ละครั้งก็จะนำกลับไปด้วยทุกครั้ง
ขณะที่สถานีขนส่งอาเขตเชียงใหม่แห่งที่ 3 มีประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติจำนวนมากเริ่มทยอยเข้ามาซื้อตั๋วเพื่อกลับภูมิลำเนา ด้าน นายชาญชัย กีฬาแปง ขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่า ช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ได้สั่งการให้ผู้ประกอบการเตรียมพร้อมเพิ่มเที่ยวรถสำรองไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 โดยเฉพาะในเส้นทางสายเหนือ ซึ่งปกติมีเที่ยวรถให้บริการวันละ 100 เที่ยว เบื้องต้น ผู้ประกอบการได้เพิ่มจำนวนเที่ยวรถรองรับอีกเป็น วันละ 150 เที่ยว ส่วนเส้นทางเชียงใหม่-กรุงเทพฯ ปกติมีรถให้บริการวันละ 60 เที่ยว ได้มีการเพิ่มจำนวนเที่ยวรถรองรับอย่างน้อยอีกวันละ 30-40 เที่ยว รวมทั้งเน้นย้ำว่าจะต้องไม่มีผู้โดยสารตกค้างและต้องเดินทางถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย ซึ่งมั่นใจว่าจะไม่มีผู้โดยสารตกค้างอย่างแน่นอน
สายเหนือรถเยอะแล้ว
ขณะที่สภาพการจราจรบนถนนซูเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่-ลำปาง มีรถยนต์ของประชาชน และนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ตำรวจทางหลวงเชียงใหม่ได้ตั้งจุดบริการประชาชนง่วงไม่ขับ พร้อมทั้งได้มีการจัดเจ้าหน้าที่ออกสำรวจ เส้นทางเสี่ยงตลอดเวลา
สำหรับบรรยากาศการจราจรบนถนนพหลโยธิน ขาล่อง ที่จ.ตาก มีปริมาณรถเริ่มหนาแน่น ตั้งแต่ช่วงเช้าปริมาณรถ 2,664 คัน ต่อชั่วโมง สามารถทำความเร็วได้ 83-98 ก.ม./ชั่วโมง
เจ้าหน้าที่ได้เปิดสัญญาณไฟจราจรแบบสัมพันธ์ เพื่อเร่งระบายรถขาล่องลดการสะสมคงค้างของรถ ตามแยกต่างๆ ในขณะที่ปริมาณรถที่หนาแน่น ทำให้เกิดอุบติเหตุ รถชนท้ายกัน ต่อเนื่องหลายคัน ช่วงก่อนถึง สี่แยกทางหลวงตากแต่ไม่มีผู้บาดเจ็บ โดย เจ้าหน้าที่เร่งนำรถออกจากพื้นผิวจราจร ไม่ให้กีดขวาง ให้เร็วที่สุด เพื่อป้องกันการจราจรติดขัด
เปิดสะพานเดชาติวงศ์ 1
ขณะที่จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นเส้นทางหลักที่รถที่มาจากภาคเหนือจะมุ่งหน้าสู่ภาคกลาง ตั้งเช้าเริ่มมีรถหนาแน่นขึ้น โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจราจรเปิดสะพานเดชาติวงศ์ 1 ให้รถวิ่งล่องเข้ากรุงเทพฯได้สะดวกขึ้น และ ตามจุดยูเทิร์นต่างๆได้ปิดให้รถวิ่งตรงได้อย่างเดียว ส่วนตามทางแยกต่างๆที่มีสัญญาณไฟจราจรก็ลดให้เหลือเพียง 2 สัญญาณคือตรงไปกรุงเทพฯและขึ้นเหนือเท่านั้น นอกจากนี้ยังใช้การควบคุมสัญญาณไฟด้วยมือเพื่อเปิดให้รถวิ่งขาล่องเข้ากรุงเทพฯได้มากที่สุด โดยจะมีรถวิ่งมารวมกันที่สี่แยกเดชาติวงศ์จำนวนมาก ส่วนที่สามแยกบึงบอระเพ็ดเจ้าหน้าที่ก็ปิดสัญญาณไฟให้รถวิ่งตรงเข้ากรุงเทพฯได้เท่านั้น ซึ่งสัญญาณไฟที่สี่แยกเดชาติวงศ์เปิดให้รถวิ่งตรงเข้ากรุงเทพฯยาวนานกว่าปกติ แต่ก็ยังไม่พอเพียงกับปริมาณรถ บางครั้งมีรถติดยาวรอสัญญาณไฟถึงสี่แยกพหลโยธิน และบางทีก็มีรถจอดรอสัญญาณไฟที่สี่แยกจิระ ประวัติ ติดยาวมาถึงสี่แยกเดชาติวงศ์ ซึ่งรถต่างๆก็ยังสามารถวิ่งได้ด้วยความเร็วที่ไม่มากนัก แต่สภาพการจราจรก็ยังสามารถลื่นไหลไปได้ด้วยดี คาดว่ายังมีปริมาณรถอีกจำนวนมากที่จะวิ่งเข้ากรุงเทพฯในวันนี้ทั้งวันยันค่ำ
โคราชติดยาว-เปิดช่องพิเศษ
ด้านสภาพการจราจรบริเวณสี่แยกโชคชัยจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นเส้นทางจากอีสานมุ่งสู่ภาคกลาง ที่ถนนสาย 24 สีคิ้ว-เดชอุดมตั้งแต่ช่วงเช้า มีปริมาณรถมาจากเขตจังหวัดสุรินทร์ บุรีรัมย์ จนติดสะสมยาวกว่า 5 กิโลเมตรเจ้าหน้าที่เปิดช่องทางพิเศษช่วงสี่แยก 3 ช่องทาง โดยพบว่าปีนี้รถมากกว่า ทุกปี แต่สามารถระบายรถได้ดีกว่า นาย จักรกฤษณ์ บุญเรืองศรี ผอ.แขวงทางหลวงนครราชสีมาที่ 3 กล่าวถึงปัญหาการจราจร ปีนี้ว่า ไม่สามารถห้ามหรือควบคุมรถบรรทุกขนาดใหญ่ได้ ตรงนี้จึงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การจราจรมีรถติดสะสมยาว แต่คาดว่าจะสามารถระบายรถได้ดี สำหรับรถที่มุ่งหน้าไปจังหวัดชลบุรีหรือจังหวัดระยองจะแยกไปยังเส้นทางแยกจากถนนสาย 24 ออกไปทางเลียบถนนสายคลองชลประทานลำพระเพลิงตัดไปยังถนนสาย 304 ไปถนนเส้นกบินทร์บุรี ขณะที่บนถนนสาย 304 อ.วังน้ำเขียว มีรถมากและชะลอตัวเป็นบางช่วง โดยเฉพาะช่วงขาขึ้นเขา และบริเวณปั๊มน้ำมัน แต่ภาพรวมรถยังสามารถเคลื่อนตัวได้ตามปกติ ทั้งนี้ตำรวจจราจรได้เปิดช่องทางพิเศษบนถนนมิตรภาพจำนวนหลายจุดเพื่อเร่งระบายรถ ทำให้ยังสามารถเคลื่อนตัวได้ ส่วนการเกิดอุบัติเหตุมีเพียงที่อำเภอหนองบุญมากที่มีรถเสียหลักลงข้างทางเสียชีวิต 1 ราย
ขอนแก่นตายแล้ว 8 เจ็บ 63
ว่าที่ ร.ต.อัธยา ลาภมาก ผู้อำนวยการ ท่าอากาศยานนานาชาติขอนแก่น กล่าวว่า มีผู้โดยสารเดินทางมากับสายการบินพาณิชย์มากถึงวันละกว่า 5,000 คน ได้จัดกำลัง เจ้าหน้าที่ของสนามบิน ประสานการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่สายการบิน ในการให้บริการและอำนวยความสะดวกตามกฎการบินอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเดินทางตามตารางและเวลาการบินเพื่อให้ทุกคนนั้นได้เดินทางกลับบ้านเพื่อเฉลิมฉลองและเดินทางกลับหลังสิ้นสุดเทศกาลปีใหม่ได้ตรงตามเวลาที่กำหนด
ขณะที่ถนนมิตรภาพ เส้นทางขาล่อง มุ่งหน้าสู่ กทม. การจราจรหนาแน่น ตั้งแต่ บริเวณสี่แยกสามเหลี่ยมเขตเทศบาลนครขอนแก่น ยาวไปจนถึง สามแยกท่าพระ เจ้าหน้าที่ต้องจัดการจราจรเพื่อสามารถให้รถนั้นเคลื่อนตัวได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่การตั้งจุดบริการประชาชนและจุดตรวจ มีการปรับแผนการดำเนินงานมาตั้งในฝั่งขาล่องทั้งหมด เพื่อให้บริการประชาชนและผู้ช้รถใช้ถนนได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง คาดการณ์ว่าปริมาณรถจะสะสมหนาแน่นตลอดไปจนถึงช่วงค่ำ ส่วนถนนเลี่ยงเมืองขอนแก่นปริมาณรถมาก ติดขัดบริเวณทางร่วมทางแยก เจ้าหน้าที่ปรับมาใช้มือกดสัญญาณไฟแทนการตั้งสัญญาณอัตโนมัติเพื่อเร่งระบายรถ
นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า การดำเนินการในการเฝ้าระวังและป้องกันอันตรายในช่วงเทศกาลปีใหม่นั้นขอนแก่น เกิดอุบัติเหตุ 66 ครั้ง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 63 ราย เสียชีวิตแล้ว 8 ราย สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุพบว่ายังคงเกิดจากการขับขี่รถขณะเมาสุรา ขับรถเร็วและฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร
สำหรับสภาพการจราจรในตัวเมืองอำนาจเจริญมีรถติดจำนวนมากและนานกว่าปกติ เนื่องจากประชาชนพากันแวะซื้อของฝากติดไม้ติดมือก่อนเดินทางกลับ ทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องมาคอยใช้การควบคุมสัญญาณไฟด้วยมือ เพื่อปล่อยรถขาออกจากตัวเมืองอำนาจเจริญมุ่งหน้าไปยังกรุงเทพฯ และจังหวัดอื่นๆ โดยการจราจรจากตัวเมืองอำนาจเจริญไปยังจ.ยโสธร เพื่อเดินทางต่อไปยังกรุงเทพฯ เริ่มไหลลื่นช่วงเขต ต.น้ำปลีก รถสามารถทำความเร็วได้ 60-80 ก.ม./ช.ม. เช่นเดียวกับขาออกไปยังจ.อุบลราชธานี ก็เช่นกันมีรถติดจำนวนมากและเริ่มไหลลื่นช่วงเขต อ.ลืออำนาจ
ชุมแพแจกข้าวหลาม
ส่วนที่อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น นายพันธ์เทพ เสาโกศล นอภ.ชุมแพ พร้อมด้วย พ.ต.อ.สรายุทธ ฉ่ำผิว ผกก.สภ.ชุมแพ พร้อมเจ้าหน้าที่ปกครอง ตำรวจ ร่วมกันตั้งจุดบริการผู้ใช้รถใช้ถนนบริเวณด่านบ้านห้วยบั้งทิง ต.ไชยสอ อ.ชุมแพ บนทางหลวงหมายเลข 12 ถนนมลิวรรณ เส้นทางหลักประตูสู่ภาคอีสานเหนือ พร้อมแจกข้าวหลาม สินค้า โอท็อป ของดีเมืองชุมแพ แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนที่สัญจรผ่านจุดบริการแห่งนี้ ถือเป็นการคืนความสุขให้ประชาชนช่วงเทศกาลวันปีใหม่เดินทางปลอดภัย
รถทัวร์ถุงลมแตกตกถนน
เมื่อเวลา 09.00 น. พ.ต.ท.มนู หรศาสตร์ สว.(สอบสวน) สภ.บางระกำ จ.พิษณุโลก รับแจ้งมีรถทัวร์โดยสารเสียหลักตกถนนข้างทางมีผู้ได้รับบาดเจ็บ บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 117 พิษณุโลก-นครสวรรค์(ขาเข้าเมือง) ก.ม.111-112 ม.2 บ้านวังเป็ด ต.บางระกำ อ.บางระกำ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพมงคลธรรม และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน ที่เกิด เหตุพบรถโดยสารปรับอากาศของบริษัท ชาญวิทย์ ทราเวล แบบ 1 ชั้น ยี่ห้อเบนซ์ สีขาว-ชมพู ทะเบียน 30-0054 อุตรดิตถ์ ชนกับร้านค้าขายปลาริมถนน กระจกหน้าแตกละเอียดเสียหายพังยับเยิน มีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 2 ราย เป็นคนขับรถพ่อลูก ทราบชื่อคือนายดลวัฒน์ พุ่มชา อายุ 32 ปี และนายสมพงษ์ พุ่มชา อายุ 68 ปี กู้ภัยจึงช่วยนำตัวส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร เบื้องต้นพบคนขับตีรถเปล่าจากกทม.มารับคนที่ อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย กระทั่งขับมาถึงจุดเกิดเหตุถุงลมรับน้ำหนักฝั่งซ้ายเกิดแตกกะทันหันทำให้รถเสียการควบคุมจึงพุ่งตกข้างทางแล้วไปชนกับร้านค้าดังกล่าว ซึ่ง เจ้าหน้าที่ได้ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งจะสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงครั้งนี้ต่อไป
เก๋งติดแก๊สคว่ำระทึกช่องตะโก
ขณะที่บรรยากาศที่เขาช่องตะโก ต.ทัพราช อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ปริมาณรถหนาแน่นแต่ก็สามารถเคลื่อนตัวไปได้เรื่อยๆ เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายเร่งระบายรถลงมาจากบนเขา มีการควบคุมไม่ให้ขับแซงกันตลอดทางลงเขา ซึ่งวันนี้ผู้ขับรถค่อนข้างเชื่อฟังทำให้รถสามารถเคลื่อนตัวไปได้เรื่อยๆ ส่วนที่อรัญประเทศ ร.ต.อ.ทวิทย์ ประกอบนันท์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.อรัญประเทศ รับแจ้งจากกู้ภัยอรัญ ประเทศ ว่าเกิดอุบัติเหตุรถเก๋งแหกโค้งพลิกคว่ำ มีถังแก๊สแอลพีจีหลุดกระเด็นออกมาจากตัวรถและมีแก๊สพุ่งออกมาตลอดเวลา เหตุเกิดบนถนนสุวรรณศร บริเวณโค้งหน้าสยามเกสท์เฮ้าส์ หลังรับแจ้งจึงรุดไปยังที่เกิดเหตุ พบ นักท่องเที่ยวยืนมุงดูอยู่จำนวนมาก เนื่องจากจุดเกิดเหตุอยู่ที่หน้าผับ พบรถเก๋งโตโยต้า รุ่นโคโรนา สีดำ ทะเบียน กฉ 4310 ราชบุรี พลิกหงายท้องอยู่กลางถนน ส่วนถังแก๊สกู้ภัยได้เข้าไปปิดแก๊สไว้แล้ว มีผู้บาดเจ็บ 1 คนชื่อนายธีรวัฒน์ แช่มชื่น อายุ 26 ปี หลังทำบาดแผลแล้วหมออนุญาตให้กลับบ้านได้ สอบถามนายธีรวัฒน์บอกว่า ตนเองไปอยู่ที่ราชบุรี แต่เกิดที่อรัญประเทศ ช่วงเทศกาลปีใหม่จึงได้ชวนเพื่อนฝูงมาเยี่ยมบ้านเกิด หลังจากนั้นได้ชวนกันไปเที่ยวตลาดโรงเกลือ ขากลับขับมาด้วยความเร็ว แต่เนื่องจากไม่ชำนาญทางพอถึงโค้งรถจึงเสียหลักพลิกคว่ำหลายตลบ โชคยังดีที่ไม่เกิดประกายไฟ ไม่เช่นนั้นผับและร้านอาหารแถวนั้นคงถูก เผาราบ
นักท่องเที่ยวโวยเฟอร์รี่สมุย
ที่สนามบินเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวนมากต่างทยอยเดินทางมาเช็กอินและรอขึ้นเครื่องบิน หลังมาท่องเที่ยวพักผ่อนในช่วงเทศกาล ปีใหม่ยังเกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า ทำให้เที่ยวบินทุกเที่ยวที่นั่งกว่า 4,500 ที่นั่งถูกจับจองล่วงหน้าเต็มหมด ที่ไม่ได้จองตั๋วล่วงหน้าต้องนั่งสแตนด์บายรอที่นั่งว่าง
ขณะที่ท่าเทียบเรือเฟอร์รี่ ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวคนไทยทยอยเดินทางออกจากเกาะสมุย ต่างนำรถยนต์มาเข้าคิวรอซื้อตั๋วเรือเฟอร์รี่จนล้นออกไปด้านนอกพื้นที่สาธารณะ แต่ภายในลานจอดรถของผู้ให้บริการเรือเฟอร์รี่กลับไม่มีรถจอด ทำให้นักท่องเที่ยวต่างมึนงงกับการให้บริการ นักท่องเที่ยวราย หนึ่งบอกว่านำรถมาเข้าคิวซื้อตั๋วตั้งแต่เวลา 10.00 น. ขณะนี้ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองจะได้ลงเรือเฟอร์รี่เที่ยวไหน และในช่วงเทศกาล ปีใหม่หรือเทศกาลต่างๆ ทางบริษัทควรที่จะเพิ่มช่องจำหน่ายตั๋วรถยนต์จาก 1 ช่องเป็น 2 ช่อง เพราะปล่อยให้รถแออัดอยู่ด้านนอกโดยที่ไม่รู้กำหนดเวลาที่จะได้ลงเรือ ต่อไปหากการเดินทางมาเที่ยวเกาะสมุยจะต้องรอคิวและลำบากขนาดนี้ก็คงหันไปเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวอื่นดีกว่า ขณะเดียวกันที่ถนนสายเอเชียที่ 41 ซึ่งเป็นถนนสายหลักของภาคใต้ มีรถสะสมในฝั่งขาขึ้นเป็นจำนวนมากแต่ยังคงเคลื่อนตัวได้ ตำรวจอำเภอชุมแพแจกข้าวหลามให้กับประชาชนที่เดินทางกลับ เข้าทำงาน ขณะที่สภาพการจราจรบนถนนมิตรภาพมีปริมาณรถยังไม่มาก
สายเอเชียรถแน่นเคลื่อนตัวช้า
สภาพการจราจรบนถนนสายเอเชีย ในพื้นที่ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี ช่องทางขาล่องเข้ากทม.ยังคงหนาแน่นมาก แขวงทางหลวงชนบทจังหวัดสิงห์บุรีได้ติดตั้งป้ายทางเลี่ยง ทางลัดเพิ่มเติม บนทางหลวงชนบทสาย สห. 3026 และเปิดช่องทางเดินรถพิเศษช่วงหลักก.ม.ที่ 104 (ขาล่อง) เพื่อรองรับและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เลี่ยงปริมาณจราจรที่หนาแน่น
ขณะที่ช่วงผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยามุ่งหน้าเข้ากรุงเทพมหานครพบว่าปริมาณรถยนต์แน่นเต็มทุกช่องทาง เคลื่อนตัวได้ช้า โดยพบว่าที่บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำป่าสัก ก.ม.ที่ 26 ช่วงลงสะพานมีรถยนต์เลี้ยวเข้า อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ทำให้ชะลอตัว ส่วนบริเวณสะพานข้ามทางรถไฟ หลักก.ม.ที่ 24 ช่วงผ่าน อ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อลงสะพานแล้วเป็นทางเบี่ยงเขาสู่ช่อง คู่ขนานมีรถชะลอตัวเพื่อไปตลาดกลางเพื่อการเกษตร ส่วนการจราจรบนถนนสาย 347 ปทุมธานี-บางปะหัน มุ่งหน้าเข้าปทุมธานี พบว่ามีปริมาณรถเพิ่มมากขึ้นแต่ยังสามารถเคลื่อนตัวได้
ตร.ทท.ดูแลรับ-ส่งคนกลับ
ส่วนที่เกาะล้าน ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตในช่วงวันหยุด มีนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติทยอยเดินทางกลับหลังได้พักผ่อนอย่างเต็มอิ่มในวันหยุดยาว พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ เอนสาร สารวัตรตำรวจท่องเที่ยวพัทยา ร่วมกับตำรวจน้ำและสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาพัทยาเพื่อความปลอดภัยในการเดินเรือและการท่องเที่ยวในเมืองพัทยา ทั้งนี้ ในระหว่างการเดินทางกลับก็ได้มีการบริการดูแลรักษาความปลอดภัยจากตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยา โดยพบว่าเรือโดยสารขนาดใหญ่มีผู้ใช้บริการกันอย่างคึกคัก ในขณะที่เรือสปีดโบ๊ต ผู้โดยสารใช้บริการค่อนข้างบางตา แต่ก็ส่งผลให้บริเวณท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮายมีนัก ท่องเที่ยวแน่นขนัด โดยต่างทยอยขนสัมภาระกลับเพื่อเตรียมไปทำงานในวันถัดไป
ต่อมาเวลา 14.00 น. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตัวแทนผู้บริหารท่าอากาศยานดอนเมือง และสุนัขตำรวจ ตรวจความเรียบร้อยบริเวณอาคารผู้โดยสารขาเข้าและ ขาออก ท่าอากาศยานดอนเมืองและสถานีขนส่งผู้โดยสาร(หมอชิต) เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางกลับจากภูมิลำเนาของประชาชน และนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ และสร้างความเข้าใจกับผู้ขับแท็กซี่รับส่งผู้โดยสาร โดยกำชับให้เป็นเจ้าบ้านที่ดีและกดมิเตอร์ในการคิดค่าโดยสารทุกครั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานสภาพการจราจรบนถนนพระราม 2 ช่วงพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครขาเข้ากรุงเทพฯ ตั้งแต่ก.ม.ที่ 53+857 เขตติดต่อระหว่างตำบลนาโคก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร กับจังหวัดสมุทรสงคราม(แม่กลอง) เรื่อยขึ้นมาจนถึงก.ม.ที่ 14+400 (เขตติดต่อนครบาล) ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร กับเขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ พบว่าการจราจรเริ่มติดขัดเป็นบางช่วง ปริมาณรถหนาแน่นมากขึ้นเรื่อยๆ สามารถใช้ความเร็วได้อยู่ที่ 40-60 ก.ม./ช.ม.


