สั่งฟันให้ออกราชการ พ.ต.ท. สารวัตรทางหลวงช่วยเมียค้ากัญชา หลักฐานชัดทำหน้าที่ดูแลเรื่องการเงิน รวมถึงสับเปลี่ยนรถให้เมียขนกัญชามานับ 10 ปี แฉเป็นเครื่อข่าย”ไซซะนะ” เจ้าพ่อยาเสพติดชาวลาวที่ติดคุกอยู่ “บิ๊กแป๊ะ”แถลงโชว์ผลงาน ปิดล้อมตรวจค้น 59 จุดทั่วประเทศ ทลายเครือข่ายยาเสพติดระดับชาติได้ 4 แก๊ง อายัดทรัพย์ 200 ล้านบาท

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 ม.ค. ที่บช.ปส. เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อมพล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.(ปป), พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. และผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร. และรอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. (ปป 3), พล.ต.ท.พรหมธร ภาคอัต ผู้ช่วย ผบ.ตร.(ปป2) และพล.ต.ท. สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. ร่วมกันแถลงผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดตามแผนปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/2

แผนปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/2 ดำเนินการกวาดล้างปราบปราม จับกุมนักค้ายาเสพติดรายสำคัญ ในช่วงวันที่ 12 -19 ม.ค. จำนวน 59 เป้าหมาย แบ่งเป็นพื้นที่กรุงเทพฯ 20 เป้าหมาย, บช.ภาค 1 จำนวน 11 เป้าหมาย, บช.ภาค 4 จำนวน 2 เป้าหมาย บช.ภาค 5 จำนวน 10 เป้าหมาย และบช.ภาค 7 จำนวน 16 เป้าหมาย

จับกุม 4 เครือข่ายที่สำคัญ ได้แก่ 1.เครือข่าย น.ส.ทิพย์อาภา รักษาแสง (กัญชา 520 ก.ก.) และขยายผลจับนายสุชาติ แสงตะวัน กับพวกรวม 3 คน พร้อมกัญชา 520 ก.ก. โดยพบว่า น.ส.ทิพย์อาภาเป็นผู้ควบคุมสั่งการและทำธุรกรรมทางการเงิน 2. เครือข่าย น.ส.ธิดารัตน์ จิตรานนท์ (เครือข่ายยาไอซ์) โดย น.ส.ธิดารัตน์เป็นผู้ควบคุมสั่งการและทำธุรกรรมทางการเงิน โดยมีเงินหมุนเวียนกว่า 24 ล้านบาท

3. เครือข่ายม้งเวียงแก่น นายมนตรี วงศ์บุญชัยเลิศ และ 4. เครือข่าย เอกอ้วน (เป้าหมาย นายทวีศักดิ์ ภู่รุ่งเรืองผล) ทั้งนี้ จากปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 60/6 (ผลพวงแห่งความโลภ) นำไปสู่ปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/1 (เสือสิ้นลาย) ซึ่งยึดทรัพย์ได้ประมาณ 200 ล้านบาท และได้ขยายผล สามารถติดตามจับนายทวีศักดิ์ ภู่รุ่งเรืองผล ซึ่งเป็นพี่เขยของนายเอกอ้วน เป็นผู้ถือครองทรัพย์สินแทน จึงนำไปสู่ปฏิบัติการในครั้งนี้ ในตอน “หมดเวลาของเอกอ้วน”

จับกุมรวมทั้งสิ้น 9 คดี ผู้ต้องหา 14 คน ตรวจยึดยาบ้า, ยาไอซ์, กัญชา และโคเคนจำนวนมาก ปืน 21 กระบอก กระสุนปืน 1,163 นัด ตรวจยึดทรัพย์สินเป็นรถยนต์ 11 คัน มูลค่า 8,200,000 บาท บ้าน 2 หลัง มูลค่า 9,600,000 บาท ที่ดิน/คอนโดฯ 37 แปลง มูลค่า 157,000,000 บาท เงินสด 7,965,900 บาท ทองรูปพรรณมูลค่า 2,700,000 บาท และอื่นๆ มูลค่า 2,639,800 บาท รวมมูลค่าการตรวจยึดทรัพย์สิน 188,105,700 บาท

พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า กรณีคดีของน.ส.ทิพย์อาภา ที่มีพ.ต.ท.ธนกฤต นิตสพันธ์ สว.สอบสวน กก.1 บก.ทล. สามี มาเกี่ยวข้องนั้น ต้องตรวจสอบย้อนหลัง เพราะเคยมี คำสั่งให้ช่วยราชการเมื่อครั้งเคยอยู่สน.มักกะสัน ก่อนที่จะมารับตำแหน่งที่ตำรวจทางหลวงว่ามีความผิดปกติหรือไม่ เบื้องต้น บช.ก. มีคำสั่งให้ออกราชการไว้ก่อน ทั้งนี้ตนมีคำสั่งให้ทุกกองบัญชาการตรวจสอบข้าราชการตำรวจทุกนายในสังกัด หากพบใครเกี่ยวข้องกับยาเสพติดจะไม่เอาไว้เด็ดขาด

ด้านพล.ต.ท.สมหมาย เปิดเผยว่า พ.ต.ท. ธนกฤตยังคงให้การปฏิเสธ แต่เจ้าหน้าที่มั่นใจว่าข้อมูลหลักฐานที่มีอยู่สามารถทำให้ติดคุกได้แน่นอน ไม่เช่นนั้นศาลคงไม่อนุมัติหมายจับ เมื่อตอนที่เจ้าหน้าที่จับน.ส.ทิพย์อาภา ผู้ต้องหาได้โทร.มาแจ้งพ.ต.ท.ธนกฤตให้ขนของออกจากบ้าน โดยพ.ต.ท.ธนกฤตขนเงินจำนวน 2 ล้านบาทไปยัง จ.เพชรบุรี พฤติการณ์ของพ.ต.ท.ธนกฤตคือให้ความช่วยเหลือกันตลอดทั้งดูแลเรื่องเงิน และการสับเปลี่ยนรถให้ อีกทั้งเจ้าหน้าที่พบเครื่องนับเงิน หากไม่ทำธุรกิจเกี่ยวกับเงินจะมีไว้ทำไม และรถยนต์ที่ตรวจยึดได้ก็มีการดัดแปลงด้านล่างไว้สำหรับลำเลียงยาเสพติด ทำให้น.ส.ทิพย์อาภารอดจากการจับกุมนานกว่า 10 ปี

พล.ต.ท.สมหมายกล่าวว่า คาดจะมีนายตำรวจนายอื่นที่อยู่ในขบวนการของพ.ต.ท. ธนกฤตอีก เพราะคนเดียวคงทำไม่ได้ ส่วนจะมีการนำเงินที่ได้จากขบวนการค้ายาเสพติดมาใช้ในการโยกย้ายตำแหน่งหรือไม่นั้นยังไม่ทราบ ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ทั้งนี้ ขบวนการของน.ส.ทิพย์อาภาถือเป็นกลุ่มค้ายาเสพติดรายใหญ่และเชื่อมโยงกับเครือข่ายของนายไซซะนะ แก้มพิมพา ราชา ยาเสพติดชาวลาวที่ถูกจับกุมไปแล้ว

“พฤติการณ์กลุ่มนี้จะมีคนถือทรัพย์สินแทน ไม่ระบุชื่อเจ้าของที่เจ้าหน้าที่จับ อาจจะเป็นพ่อ หลาน น้อง ซึ่งเราต้องเชื่อมโยงให้ได้ ส่วนลักษณะการลำเลียงยาเสพติดนั้น จะนำรถยนต์ที่ถูกขโมยไปดัดแปลงใต้ท้องรถให้ว่างไว้สำหรับลำเลียงยาเสพติด รถยนต์คันหนึ่งขนกัญชาได้กว่า 200 ก.ก. และมีการศัลยกรรมใบหน้าใหม่เพื่อไม่ให้คนจำได้อีกด้วย ในส่วนพ.ต.ท.ธนกฤตจากแนวทางการสืบสวน พบว่าเป็นนายตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงาน ไม่มีรายได้อื่น แต่กลับมีรายได้เข้ามามาก จนสามารถส่งลูกเรียนโรงเรียนนานาชาติที่ต้องใช้เงินปีละกว่าล้านบาทได้ ผมไม่มีความหนักใจ และไม่กังวลที่จะต้องสอบสวนตำรวจด้วยกันหรือมียศสูงกว่า เนื่องจากสมัครเป็นตำรวจมาแล้วก็ต้องทำเพื่อประชาชน เมื่อทำผิดก็ต้องได้รับโทษ” ผบช.ปส.กล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับพ.ต.ท.ธนกฤต ขณะนี้ถูกควบคุมไว้ที่ บช.ปส. และพนักงานสอบสวน บช.ปส. จะนำตัวไปฝากขังผัดแรกต่อศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ในวันที่ 19 ม.ค.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน