สาวเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยว เปิดใจโดนชายฉกรรจ์ 6 คน อ้างตม.บุกตีกินลูกน้องต่างด้าว พาตัวไปโรงพัก เรียกเงิน 4 พัน ก่อนมีคนเคลียร์ขอโทษ พบปรับจริงแค่ 800

วันที่ 5 ก.ย.2565 น.ส.กัญญาพัชร์ ขจรวงศ์วาณิช อายุ 37 ปี เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวแซ่บแตกซิก ปากซอยเทิดราชัน 17 เขตดอนเมือง ให้สัมภาษณ์กับทางข่าวสดออนไลน์ หลังมีชายฉกรรจ์อ้างเป็นตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเข้าบุกจับกุมลูกน้องต่างชาติในร้าน ทั้งที่มีเอกสารถูกต้องตามกฎหมาย จนตนต้องไปยืนขวางรถตู้ปกป้องลูกน้อง โดยเจ้าของร้านเผยว่า เหตุการณ์นี้มันเกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา

โดยมีชาย 6 คน อ้างเป็นตำรวจตรวจคนเข้าเมือง มาขอตรวจบัตรลูกน้องที่เป็นคนต่างชาติ ตอนนั้นตนอยู่บ้าน ดูวงจรปิดในมือถือ ก็งงว่าทำไมเป็นตำรวจแต่ไม่ใส่เครื่องแบบ จึงรีบขับรถมาที่ร้าน พอขอดูบัตรตำรวจ เขาก็ปฏิเสธไม่อยากให้ดูด้วย

ทั้งนี้ตนได้ยืนยันว่า ลูกน้องมีบัตรต่างด้าวถูกต้องตามกฎหมาย แต่เวลาทำงาน ไม่ได้พกมาด้วย เขาก็รีบกลับไปที่หอพัก มายืนยันชายฉกรรจ์เหล่านี้แล้ว เพียงแต่ที่พักในบัตรไม่ตรงกับที่ทำงาน ตนเลยบอกว่าตอนตำรวจมาตรวจครั้งก่อน ไม่เห็นมีปัญหาอะไรเลย

โดยกลุ่มชายฉกรรจ์ได้ขู่ว่า ถ้าไม่อยากให้ลูกน้องถูกกลับประเทศ ให้จ่ายเงินคนละ 4 พันบาท 3 คนเป็นเงิน 1.2 หมื่นบาท ตนไม่ยอมจ่าย เพราะไม่รู้ว่าตำรวจจริงหรือปลอม จึงโทร.หาสน.ดอนเมือง ให้มาที่ร้าน กลุ่มชายฉกรรจ์ทำทีเดินออกร้าน ตนก็ขวาง พอตำรวจมาถึงก็เข้าไปคุย ก่อนจะอ้างว่า เป็นเรื่องของเขา ผมไม่รู้กฎหมาย และก็กลับไปเลย

ระหว่างนั้นชายฉกรรจ์ทั้ง 6 คนยังขู่ลูกน้องอีกว่า “ถ้าไม่จ่ายเงินได้กลับประเทศแน่นอน” ลูกน้องก็อยากจะจ่าย แต่ตนห้ามไม่ให้จ่าย และเขาก็ใช้สายรัดข้อมือลูกน้องพาขึ้นรถตู้ ตนพยายามยืนขวางรถไว้ เพื่อปกป้องลูกน้อง ไม่ให้ใครพาไปไหน จนขับออกไปได้

 

พอตนตามไปที่สน.ดอนเมือง เห็นเขานั่งพิมพ์สำนวนตรงศาลา ไม่ได้เข้าไปที่โรงพัก และพยายามให้ลูกน้องเซ็นเอกสาร ตนก็ห้ามไม่ให้เซ็น เพราะไม่รู้ว่าข้อมูลในเอกสารมีอะไรบ้าง และทาง ตำรวจ สน.ดอนเมือง แจ้งว่า ลูกน้องต้องจ่ายค่าปรับ คนละ 4,000 บาท เพราะที่อยู่ในเอกสารไม่ตรงกับที่ทำงาน หากไม่จ่ายต้องนอนคุก ด้วยความที่ตนเป็นเจ้านาย ยอมให้เด็กนอนคุกไม่ได้ เลยจ่ายไป 12,000 บาท เพื่อให้เรื่องจบ

พอวันต่อมาตนเข้าไปแจ้งความ เจอผู้ชาย 3 คน เดินเข้ามาหา แนะนำว่าเป็นหัวหน้าของผู้ชาย 6 คน พร้อมกับยกมือไหว้ บอกว่า “ขอโทษแทนเด็กๆ ขอให้อย่าเอาเรื่อง ขอความเห็นใจ ถ้าลูกน้องโดนผมก็โดนด้วย และจะโอนค่าปรับคืน 12,000 บาท”

ตนเลยบอกไปว่าไม่ได้หิวเงิน เพียงแต่ต้องการทวงความยุติธรรมให้ตัวเองและลูกน้อง มั่นใจว่าตัวเองบริสุทธิ์ วันนี้ลูกน้องไปดำเนินการเปลี่ยนที่อยู่ในบัตร เจ้าหน้าที่แจ้งว่า ค่าปรับ 800 บาท ไม่ใช่ 4,000 บาท

ทั้งนี้ตนได้แจ้งความดำเนินคดี กับผู้ชายทั้ง 6 คน ทั้งหมด 5 ข้อหา ประกอบด้วย 1.หมิ่นประมาท , 2. พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ , 3.บุกรุก , 4.ข่มขู่ และ 5.มาตรา 157 โดยวันพรุ่งนี้ (6 ก.ย.) เวลา 11.00 น. จะเข้าไปให้ปากคำเพิ่มเติม พร้อมทนายความส่วนตัว “ยืนยันจะเอาเรื่องถึงที่สุด ไม่ยอมเด็ดขาด เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน