ติวเตอร์สาว สอนภาษา ช็อกเจอนักเรียนวัย 41 ปี คุกคาม ทำทีอยากเรียนภาษา ก่อนชวนไปดูหนังก่อนเรียนจะให้เพิ่ม 1 พัน เผยชวนไปติวที่ลับตา ถามอยู่บ้านหรืออยู่ห้อง
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 20 ธ.ค.65 น.ส.บี (นามสมมุติ) นักศึกษาและครูสอนพิเศษภาษาญี่ปุ่น เปิดใจกับ ‘ข่าวสดออนไลน์’ หลังจากโดนนักเรียน อายุ 41 ปี ชวนไปดูหนังก่อนเรียนและพูดจาคุกคาม
น.ส.บี กล่าวว่า ตนเป็นครูสอนภาษาญี่ปุ่น มักจะเปิดคอร์สเรียนในทวิตเตอร์ โดยนักเรียนท่านนี้ติดต่อตนผ่านทางทวิตเตอร์ ทักมาว่าสนใจอยากจะเรียนพิเศษแบบเจอตัว ตนก็ส่งคิวอาร์โค้ดเพื่อให้นักเรียนทักมา ก่อนจะส่งรายละเอียดการเรียน และแนะนำตัวเองไปว่าอายุเท่าไหร่ เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยไหน โดยนักเรียนท่านนั้นก็แนะนำตัวมา ชื่ออะไร อยากจะเรียนภาษาญี่ปุ่น พร้อมกับขอบัตรนักศึกษาของตนไปดู ตนก็ส่งให้ เพราะอยากให้นักเรียนมีความมั่นใจว่า ตนไม่ใช่มิจฉาชีพ จากนั้นเขาก็ขอเบอร์ติดต่อ ตนก็ให้ไป

น.ส.บี กล่าวต่อว่า พอหลังจากที่ให้เบอร์ไป นักเรียนท่านนี้ก็ทำตัวแปลกๆ ก็พูดคุยกันเรื่องรายละเอียดเนื้อหาที่จะเรียนและสถานที่เรียน หลังจากนั้นก็ถามตนว่า “เป็นหญิงแท้หรือเปล่า” ซึ่งตนก็ตอบไปว่า “ใช่” ก่อนจะไม่ได้ใส่ใจคำถามอะไร เพราะเห็นว่าไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องเรียน แต่พอหลังจากที่ตกลงกันได้แล้ว นักเรียนท่านนี้ก็โทรมาหาตน แล้วก็ถามคำถามที่ไม่เกี่ยวกับการเรียนเท่าไหร่ เช่น ถามว่าตนพักอาศัยอยู่ที่ไหน, ความหมายของชื่อคืออะไร ตนก็ตอบแบบไม่ได้สนใจ

น.ส.บี กล่าวว่า เมื่อถึงคิวที่ต้องมาสอนครั้งแรก ก็นัดกันที่ห้างแห่งหนึ่งย่านบางซื่อ โดยนักเรียนที่สอนนั้นมีอายุประมาณ 41 ปี ตอนเจอหน้ากันก็ทักทายกันตามปกติ ก่อนจะสอนไปทั้งหมด 2 ชั่วโมง ช่วงเวลาที่เรียนก็ไม่มีอะไรผิดปกติ นักเรียนท่านนี้ก็ดูสนใจการเรียน

ซึ่งตนก็สอนตามหน้าที่ แต่ช่วงเวลาที่สอนนั้น นักเรียนท่านนี้มักจะชวนตนดื่มเครื่องดื่มตลอด แต่ตนก็จะปฏิเสธทุกครั้ง ก่อนที่จะสอนจนจบชั่วโมง เมื่อสอนจบแล้ว ก็ชอบโทรหาตนว่า อยู่บ้านแถวนี้หรือเปล่า อยู่บ้านหรืออยู่ห้อง, มีร้านใกล้ๆที่จะไปติวแถวบ้านไหม, หรือสะดวกให้ไปติวที่บ้านของตนหรือเปล่า แต่ตนก็ปฎิเสธไปว่า สะดวกสอนที่ห้างมากกว่า
“เมื่อวานเป็นการเรียนรอบที่ 2 หนูก็มาคอนเฟิร์มเวลาที่จะเรียน แล้วก็เห็นข้อความของนักเรียนคนนี้ ส่งมาบอกว่า “จะให้เงิน 1,000 บาท แล้วไปดูหนังก่อนเรียน” หนูก็รีบปฏิเสธไป ยืนยันว่ารับสอนอย่างเดียว จากนั้นนักเรียนท่านนี้ก็พยายามเปลี่ยนที่การสอนอย่างเดียว ปกติจะสอนที่ร้านกาแฟ แต่เขาพยายามชวนไปสอนในที่ลับตาคน เช่น ห้องคาราโอเกะ, ห้องที่ต้องจ่ายเงินเป็นชั่วโมง
หนูเริ่มรู้สึกแปลกๆ แล้ว แต่ก็คิดว่าไม่น่าจะมีอะไร จนกระทั่งเขาส่งข้อความก่อนที่จะมาเจอกันว่า “แต่งตัวน่ารักๆมานะ” หนูอ่านแล้วก็รู้สึกกลัว จนร้องไห้ออกมา จึงรีบบอกพ่อทันที เพราะกลัวเป็นอันตราย” น.ส.บี กล่าว
น.ส.บี กล่าวว่า หลังจากนั้นตนก็ไปสอนพิเศษ โดยมีคุณพ่อมาด้วย ซึ่งทันทีที่นักเรียนคนนี้เห็นพ่อก็ทำตัวเกร็งๆ ไม่กล้าเข้ามาใกล้ จนกระทั่งพ่อเข้าไปคุยกับนักเรียนท่านนี้ บอกว่า สิ่งที่เขาทำมันไม่ถูกต้อง การจะชวนไปดูหนังแล้วให้เงิน 1,000 บาทเป็นค่าเสียเวลา คือเจตนาที่ไม่ดี แต่อีกฝ่ายปฏิเสธตลอด บอกว่ายังไม่ได้ทำอะไรเลย
จากนั้นก็บ่ายเบี่ยง ถามว่า “ใช่พ่อของตนจริงหรอ” “เป็นแฟนหรือเปล่า” ก่อนจะขอดูบัตรประชาชนของพ่อ โดยพ่อก็ไม่ให้ไป บอกว่าถ้าอยากได้ต้องไปดูที่สถานีตำรวจเท่านั้น จากนั้น เขาก็ไม่พอใจ บอกว่าจะขอคืนค่าเรียนพิเศษ ซึ่งตนก็ยินดีคืนให้ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์โอนเงินคืนให้เขาต่อหน้าเลย
“หลังจากนั้นก็ทราบมาว่า ผู้ชายคนนี้ทักคนที่รับสอนพิเศษในทวิตเตอร์ไปเหมือนกัน ลักษณะการพูดคุยเหมือนที่พูดกับหนูเลย ก่อนจะบอกว่าหนูเบี้ยวค่าเรียนพิเศษไป 5,000 บาท ซี่งไม่เป็นความจริง เพราะหนูคืนเงินค่าเรียนไปทั้งหมด 1,800 บาทแล้ว จากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย” น.ส.บี กล่าว
น.ส.บี กล่าวว่า พฤติกรรมของผู้ชายคนนี้มักจะทักไปหาติวเตอร์ที่เป็นผู้หญิงและกำลังเรียนอยู่ จากนั้นก็จะทำแบบที่ทำกับตน จึงอยากเตือนภัยว่า เพราะไม่คิดว่าการเปิดรับสอนเรียนพิเศษ โดยตนตั้งใจที่จะสอนหนังสือเพื่อหาเงินเท่านั้น จะทำให้ตัวเองเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ เพราะคิดว่านักเรียนอายุ 41 ปี แล้ว ไม่น่าจะมีอะไร ซึ่งหลังจากนี้ตนก็จะเปิดรับสอนเฉพาะเด็กนักเรียน นักศึกษา และจะสอนทางออนไลน์เท่านั้น