เตรียมตัวให้พร้อม!! เมื่อเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาทดแทนสิ่งเก่า ๆ แต่ที่น่าสนใจกว่านั้น อาจมีบาง ‘อาชีพ’ ที่อาจจะหายไป เพราะระบบ AI เข้ามาทำงานแทนได้

เป็นเรื่องจับตามองที่เทคโนโลยีต่างๆ เมื่อระบบ AI เข้ามาช่วยพัฒนาชีวิตมนุษย์ให้ดีขึ้น อย่าง ChatGPT ที่ไม่เพียงสร้างความแปลกใหม่ แต่มีประโยชน์หลายประการ และยังมาเสริมประสิทธิภาพการทำงานอีกด้วย

ที่น่าสนใจกว่านั้น คือ บางอาชีพอาจตกเป็นอันตราย เสี่ยงในการตกงานหรือว่างงาน เพราะเทคโนโลยีนั้นสามารถทำแทนได้ และนี่คือตัวอย่าง 10 อาชีพ ที่มีโอกาสที่เทคโนโลยี AI จะเข้ามาทำงานแทนที่ได้

1.งานสายการศึกษา ครูหรืองานเกี่ยวกับการสอน เพราะก่อนหน้านี้มีข่าวว่าโรงเรียนในนิวยอร์ก ได้แบนการใช้งานของ ChatGPT บนเครือข่ายและอุปกรณ์ต่าง ๆ หลังมีนักเรียนนำมาใช้ช่วยทำการบ้าน สะท้อนให้เห็นว่าระบบ AI เริ่มเข้ามามีอิทธิพลกับภาคการศึกษา

2.งานเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และข้อมูลต่าง ๆ เช่น โปรแกรมเมอร์, วิศวกรซอฟต์แวร์, นักวิเคราะห์ข้อมูล, นักพัฒนาเว็บไซต์

ถึงแม้ว่าในปัจจุบัน อาชีพเหล่านี้ยังคงเป็นที่ต้องการในหลายองค์กรก็ตาม แต่ในอนาคต เมื่อ AI พัฒนามากขึ้น ก็อาจเข้ามาทำงานแทนกลุ่มคนเหล่านี้ได้

ล่าสุด เกิดกระแสความฮือฮา เมื่อ ChatGPT สัมภาษณ์ผ่านฉลุย และจะถูกจ้างในตำแหน่ง “วิศวกรซอฟต์แวร์ ระดับ 3” ของ Google ได้งานค่าจ้างเดือนละกว่า 5 แสนบาท

3.งานด้านกฎหมาย โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวกับการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคดี รวบรวมและหาหลักฐานสนับสนุนในการว่าความ

4.งานสายการเงิน นักวิเคราะห์การเงิน, ที่ปรึกษาทางการเงิน เพราะบริษัทใหญ่ ๆ ในปัจจุบัน เริ่มใช้ระบบ AI ในการเก็บข้อมูลกันอย่างแพร่หลายแล้ว

อย่างไรก็ดี ถึงแม้ AI ที่กำลังพัฒนาจะเข้ามาทำงานในตำแหน่งที่ช่วยเตรียมข้อมูลต่าง ๆ ให้ แต่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า อำนาจในการตัดสินใจทางการเงินและเศรษฐกิจที่สำคัญ ก็จะยังเป็นของมนุษย์อย่างแน่นอน

5. งานเกี่ยวพันกับการซื้อขายสินทรัพย์ในตลาดการเงิน เพื่อทำกำไรในระยะเวลาสั้น ๆ หรือนักเทรดหุ้นนี้ มีโอกาสที่จะโดน AI เข้ามาแทนที่ เพราะการทำงานที่มีระบบ และรูปแบบค่อนข้างตายตัว โดยอาศัยข้อมูลและการคาดการณ์เป็นหลัก ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI เชี่ยวชาญอีกด้วย

6. งาน graphic design ,สถาปัตยกรรม หรือด้านอื่นๆ ของการออกแบบ โดยวงการนี้ก็สะเทือนตั้งแต่มีแอพพลิเคชัน ‘Canva’ ออกมาให้ใช้งานกันแล้ว

ยิ่งในตอนนี้มีการพัฒนา AI ที่วาดภาพได้หลากหลาย เพียงป้อนคำสั่งกำหนดเนื้อหาและสไตล์เข้าไป กลับถูกใจลูกค้าที่ชอบความง่ายและรวดเร็ว ส่งให้โอกาสสร้างรายได้ของอาชีพนี้ก็ยิ่งน้อยลง

7.งานสื่อมวลชนและโฆษณา โดยเฉพาะการสร้างคอนเทนต์ด้วยงานเขียน ซึ่งได้มีหลายองค์กรเริ่มมีการทดลองใช้ ChatGPT สร้างงานเขียนออกมา

8.งานการผลิตและเภสัชกรรม เมื่อกระบวนการผลิตสำหรับสินค้าโภคภัณฑ์ส่วนใหญ่ที่ผลิตในปัจจุบันได้รับการใช้เครื่องจักรแล้ว AI ก็สามารถจัดการด้านการปฏิบัติงานได้ดีเช่นกันไม่แพ้มนุษย์

แม้แต่ในห้องปฏิบัติการเภสัชกรรมหุ่นยนต์สามารถทำงานร่วมกับนักวิทยาศาสตร์ เพื่อสร้างการทดลองต่าง ๆ ที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น และมีโอกาสที่หุ่นยนต์จะสามารถทำแทนนักวิทยาศาสตร์ได้ทั้งหมดโดยไม่ต้องพึ่งพามนุษย์

9. เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย โดยหุ่นยนต์รักษาความปลอดภัย เริ่มมีให้เราเห็นขึ้นเยอะ สามารถตรวจสอบได้ละเอียดและแม่นยำ มีโอกาส 84% ที่ AI จะเข้ามาแทนที่ทั้งหมด

10.งานบริการลูกค้า ซึ่งในตอนนี้บริษัทส่วนใหญ่ก็ใช้เทคโนโลยี AI ทำงานแทนมนุษย์กัน เพราะมองว่าฝ่ายบริการลูกค้าที่ทำงานโดยมนุษย์ อาจมีอารมณ์หรือบุคลิกที่แตกต่างกันออกไป การตอบคำถามหรือพูดคุยอาจมีความผิดพลาดอยู่บ่อยครั้ง ทำให้ตำแหน่งนี้ได้ถูกแทนที่ไปบ้างแล้วด้วยแชทบอท ที่รองรับการหาข้อมูลจำนวนมากโดยไม่จำกัดอีกด้วย

อย่างไรก็ดี ไม่ใช่ทั้งหมดที่จะมาทดแทนการทำงานของมนุษย์ เพราะ ยังมีกิจกรรม อาชีพอีกมากมายที่ยังคงต้องใช้มนุษย์ในการสร้างสรรค์และควบคุมอยู่ เพียงแต่นำเทคโนโลยีมาใช้ประกอบร่วมให้สามารถทำได้ดี

แน่นอนว่าเมื่อเป็นแบบนี้แล้ว เราก็คงต้องปรับตัวตามกันให้ทันแล้ว เพราะดูเหมือนระบบ AI นี้ จะถูกพัฒนาให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน