สุดหดหู่ พยาบาลสาว ชาวเขา โพสต์ขอจบเพื่อยุติความอยุติธรรม ถูก บูลลี่ ตั้งแต่เด็ก เผย เสียงจากข้าราชการตัวน้อย ระบบโรงพยาบาลทำชีวิตพัง
วันที่ 21 ก.พ.2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีมีหญิงสาวผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ข้อความว่า “ให้มันจบที่… ความอยุติธรรมทั้งหลายให้มันจบแค่นี้” ต่อมาเธอได้โพสต์เล่าเรื่องราวสุดเศร้ากับเหตุการณ์ที่เจ้าของโพสต์ได้ถูกบูลลี่ พร้อมภาพจดหมายที่เขียนด้วยลายมือ ซึ่งโพสต์ดังกล่าว ระบุข้อความไว้ว่า “ชีวิตฉันเกิดมาเป็นชาวเขา พ่อแม่ฉันมีลูกหลายคน แต่พ่อแม่ฉันเลี้ยงดูพวกเรามาให้พวกเราทุกคนได้เข้ามาเรียนได้มีการศึกษา ฉันเป็นลูกสาวคนเล็ก ตอนเด็ก ๆ ฉันมักจะป่วยบ่อย ๆ ไป รพ. มักจะโดนพยาบาลหรือผู้ช่วยพยาบาลดุด่า
แม้เราในฐานะคนไข้จะไม่ได้ผิดอะไร แต่ก็ไม่เข้าใจก็โดนด่าอยู่ดี แม่ฉันเลยบอกกับฉันว่า วันหนึ่งถ้าลูกโตมาลูกต้องเป็นพยาบาลนะ แล้วลูกอย่าไปทำแบบนี้ที่เราโดนกับคนไข้ ฉันในวัยที่รู้ความแล้ว ฉันจำได้ขึ้นใจ ในวัยประถมฉันตั้งใจศึกษาเล่าเรียนและได้ลำดับต้น ๆ ของห้องมาตลอด จนฉันมาเรียนมัธยมต้น ฉันโดนบูลลี่เรื่องรูปลักษณ์และชาติพันธุ์ เพื่อน ๆ ล้อว่า ฉันตาตี่ไม่สวยตัวเตี้ย บ้างก็ด่าว่าฉันนั่งหลับเหรอ ฉันโดนบูลลี่มาตลอด ฉันเคยกลับบ้านไปกอดแม่แล้วร้องไห้กับแม่ เล่าสิ่งที่เจอที่ รร. ให้แม่ฟัง
แม่บอกฉันสวยมากและน่ารักที่สุดในสายตาแม่ ฉันกลับไปเรียนโดนล้อโดนบูลลี่อยู่ตลอด การเรียนฉันเริ่มดรอปลง จนวันปัจฉิมฉันเข้า รพ. ไม่ได้ปัจฉิมกับเพื่อน พอมาเรียน ม.ปลาย เป็น รร.คริสเตียนแห่งหนึ่ง ฉันได้รับการยอมรับจากสังคมเพื่อนและไม่โดนบูลลี่ การเรียนฉันเริ่มดีกลับมา ฉันเข้าเรียนในสายวิทย์-คณิต เพราะฉันใฝ่ฝันจะเป็นพยาบาล
ซึ่งตอนฉันใกล้จบ ทางบ้านมีปัญหาด้านการเงิน แถมสุขภาพคุณพ่อคุณแม่ไม่ค่อยดี คุณพ่อคุณแม่ได้ให้ฉันเปลี่ยนความคิดและเรียนต่อเอกครุศาสตร์ เนื่องจากค่าเทอมพยาบาลสูง ต้องใช้เงินจำนวนมากในการเข้าศึกษาต่อ แต่ฉันก็ยังทิ้งความใฝ่ฝันในวัยเด็กไม่ได้ นั่นก็คือพยาบาล ฉันหาทุกวิถีทางจนมีอาจารย์ท่านหนึ่งบอกว่า ให้แอดมิชชันคณะพยาบาลของสถาบันพระบรมราชชนก เพราะเขามีทุนให้เรียน
ในช่วงนั้นฉันปิดเทอมกลับบ้านไปอยู่บนดอย ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ไม่มีอินเตอร์เน็ต ถ้าจะโทรศัพท์ต้องขับไปที่ ๆ จุดมีสัญญาณโทรศัพท์ แล้วฉันก็ได้ขอให้อาจารย์ท่านนี้แอดมิชชันให้ฉัน โดยฉันส่งรายละเอียดข้อมูลให้อาจารย์ทั้งหมด ทั้งผลคะแนน GAT-PAT คะแนนต่าง ๆ ตอนนั้นฉันแอดติดเป็นเวชกิจฉุกเฉิน ส่วนพยาบาลติดตัวสำรอง ฉันจึงได้มาเรียนเวชกิจฉุกเฉินไป 1 ปี
ระหว่างเรียนเวชกิจฉันก็ยังไม่ทิ้งความใฝ่ฝันในวัยเด็ก ฉันได้ไปสอบ GAT-PAT ใหม่แล้วยื่นแอดมิชชันใหม่อีกครั้ง ปีนี้สรุปฉันก็ติดแล้วได้เข้ามาเรียนพยาบาล ลำบากมาก ๆ วันที่ไปตรวจเลือดเพื่อยื่นเข้าเรียนที่ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ ฉันจำได้แม่กับฉันวิ่งตากฝน เพราะแต่ละตึกไกล และตอนนั้นฝนตกหนัก ด้วยเหตุที่เราไม่รู้ว่าทางแต่ละตึกไปทางไหน แถมถ้าเดินทางทางเดินในอาคารก็ไปถึงช้า
เพราะตอนนั้นเวลาจะ 16.00 น. เราต้องรีบตรวจและรีบนำผลมา วันนั้นที่ช้าเพราะเราไปหลาย รพ. ไป รพ.นครพิงค์ แต่เขาบอกรับตรวจ 20 คนต่อวัน ซึ่งเต็มแล้วให้ไปที่อื่น และพวกเราเลยต้องไปที่ รพ.มหาราช พอไปถึงคนไข้ก็เยอะ เลยทำให้ช้าลงไปและต้องวิ่งแข่งกับเวลา
พอมาเป็นพยาบาลฉันดีใจมาก ฉันตั้งใจเรียนเพื่อให้จบในระยะเวลาที่กำหนด พอเรียนจบ ฉันตั้งใจสอบให้ผ่าน 8 รายวิชาเพื่อให้ได้ใบประกอบวิชาชีพพยาบาลเพื่อมาทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ หลังจากเรียนจบฉันก็ตั้งใจหาช่องทางเพื่อสอบข้าราชการให้พ่อแม่ได้ภูมิใจ จนวันหนึ่งฉันก็สอบติดมาเป็นข้าราชการที่ รพ.แห่งหนึ่งในตัวเมืองเชียงใหม่
แต่แล้วฉันดีใจมาก ๆ แต่พ่อกับแม่ฉันกลับเป็นห่วงไม่อยากให้ฉันเข้ามาอยู่จุดนี้ เขาบอกที่เดิมที่ฉันอยู่ตอนจบใหม่นั้นลงตัวแล้ว แต่แล้วด้วยที่ฉันคิดว่า นี่คือความใฝ่ฝันของฉัน ข้าราชการพยาบาล จนฉันมาบรรจุราชการทำงานผ่านไปหลายปี ฉันเจออุปสรรคมากมาย ฉันเรียนรู้ที่จะอยู่และอดทนปล่อยวาง
แต่แล้ววันหนึ่งมีเหตุที่ไม่คาดคิด คือรถมอเตอร์ไซด์ของฉันที่จอดไว้ในบ้านพักรพ.ได้หายไป หลังจากตรวจเช็กหาจากบริเวณบ้านพักและเขต รพ. ไม่เจอ จึงได้ไปขอกล้องวงจรของพี่พยาบาลท่านหนึ่งใน รพ. ตรงบริเวณที่ฉันจอดรถ พบว่าเป็นแฟนของเจ้าหน้าที่ตำแหน่งใหญ่ท่านหนึ่งในรพ. ดิฉันได้ติดต่อเขาและขอรถคืน เขาบอกว่าเขาสั่งแฟนเขามาเอารถฉันไปเพราะเห็นจอดไว้นาน และเขาบอกว่าทีเเรกจะเอาไปขายทอดตลาด
ซึ่งฉันรู้สึกไม่ดีเลย เครียดมาก ฉันบอกพี่เขาว่า พี่ไม่มีสิทธิ์เอารถน้องไปไม่ว่าอะไร เพราะรถก็จอดถูกที่ถูกตำแหน่ง พี่เขาบอกว่าเขาเป็นตำแหน่งหัวหน้าพัสดุของรพ. และแฟนเขาเป็นตำแหน่งสรรพสามิต เขาเลยมาเอารถของฉันไป ฉันบอกไม่ว่าด้วยอะไรเขาก็ไม่มีสิทธิ์เอารถไปไหน แต่แล้วเรื่องไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ฉันได้รถคืนแต่ทุกอย่างมันแย่ เพราะฉันได้แจ้งความไปที่ สภ. และเวลาฉันไปขอความช่วยเหลือต่าง ๆ จากทางอำนวยการ เช่น ไปขอดูกล้องวงจรปิด แต่ทางอำนวยการให้ข้อมูลกลับไปมา และฉันขอให้ดำเนินการกับทางคู่กรณี
ตอนนี้ฉันเดือดร้อนหลาย ๆ อย่าง ฉันขอความช่วยเหลือจากทางผู้ใหญ่ใน รพ. แต่ไม่ได้รับความช่วยเหลือ และฉันรู้สึกกังวลใจ หลังจากเหตุการณ์นี้ฉันโดนคู่กรณีคุกคามชีวิต ฉันได้แจ้งไปทางผู้ใหญ่ใน รพ. แต่แล้วได้รับการดูแล 1 เดือนครึ่ง นอกจากนี้ ฉันได้มีปัญหากับทางหน่วยงาน ซึ่งตลอดมาก็มีปัญหาหลาย ๆ อย่างในหน่วยงาน ซึ่งมันสะสมจนวันหนึ่งมีน้องในหน่วยงานมาเปิดประเด็น และฉันได้เกิดเรื่องในหน่วยงาน
ฉันเขียนย้ายแผนกแต่ไม่ได้รับการย้าย ฉันเครียดสะสมหนักมากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกวัน หลาย ๆ เรื่อง นอนไม่หลับ ทั้งหวาดระแวง กลัวโดนทำร้ายจากคู่กรณี อีกทั้งมีปัญหาในหน่วยงาน ฉันได้ส่งจดหมายทางเมล์ไปถึงอธิบดี เนื่องจากทั้ง ผอ. และผู้ใหญ่ใน รพ. ฉันได้ดำเนินการไปแล้วแต่เรื่องเงียบ ทุก ๆ วันฉันหวาดระแวงและเครียดนอนไม่หลับ
จนมีวันหนึ่งฉันนั้นโดนเรียกไปพบผู้ใหญ่ใน รพ. และถูกกดดันหลายอย่าง ฉันรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยและความกดดันที่ไม่มีทางออก ทั้งในหน่วยงานและเรื่องต่าง ๆ ในวันนี้ฉันขอจบชีวิตลงเพื่อยุติความอยุติธรรมและทางออกต่าง ๆ ฉันไม่อยากรับผลกระทบต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ ทั้งความก้าวหน้าในหน้าที่การงานและงานที่ฉันทำ เพราะตอนนี้เหมือนฉันไม่ได้ต่อสู้กับคู่กรณีคนเดียว #RIPชีวิตราชการตัวน้อย
กว่าจะมาเป็นพยาบาล #ลูกขอโทษด้วยนะแม่ ลูกทนแรงกดดันไม่ไหว ลูกไม่มีทางออก มีปัญหาในหน่วยงานแต่ผู้ใหญ่ให้อยู่ที่เดิม เพราะมีคนอยากไปแผนกที่ลูกเขียนย้ายโดยไม่มองปัญหาน้อยใหญ่ที่เกิดขึ้น ลูกหวังว่าต่อไปจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้กับที่อื่นอีก
#ราชการชั้นผู้น้อยที่ไม่มีที่พึ่งอีกแล้ว #ลูกรักแม่ ขอโทษด้วยนะแม่แล้วลูกจะตอบแทนคุณในชาติหน้า #คนที่รอเหยียบหยามซ้ำเติมเชิญเลยเต็มที่ค่ะถอยแล้ว #ทุกคนชนะแล้ว #พวกคุณจะไม่มีวันได้แกล้งฉันอีก ”
