อั๋น-คำผกา ชี้จับผิดแม่เด็ก 8 เดือน ไม่มีประโยชน์ ควรมองว่าควรแก้ที่จุดไหน ลั่นสังคมไทยด้อยโอกาส ไร้กลไกการช่วยเหลือ หน่วยงานเกี่ยวข้องควรเข้าช่วย

เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่คนในสังคมให้ความสนใจ ภายหลังการหายตัวไปของเด็กชายวัย 8 เดือน ในพื้นที่ ต.หินมูล อ.บางเลน จ.นครปฐม จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากมายถึงเหตุการณ์ดังกล่าว ต่อมา แม่ของเด็ก อายุ 17 ปี รับสารภาพว่านำลูกไปทิ้งแม่น้ำ เพราะกลัวความผิดหลังทำลูกตกพื้นจนเสียชีวิต ขณะนี้เจ้าหน้าที่เร่งค้นหาร่าง แต่ยังไม่พบ

ข่าวสดออนไลน์ จัดรายการ ข่าวจบ คนไม่จบ EP62 วันที่ 28 ก.พ. 66 วิพากษ์ประเด็นร้อน นิ่ม ยอมสารภาพเอาลูกไปทิ้งน้ำ เปิดปมชีวิตยิ่งกว่าละครหลังข่าว ดำเนินรายการโดย อั๋น ภูวนาท คุนผลิน และแขก ลักขณา ปันวิชัย หรือ คำผกา

อั๋น ภูวนาท กล่าวว่า อย่ามองว่าครอบครัวเขาด้อยโอกาส เราต้องมองว่าสังคมไทยช่างด้อยโอกาสเหลือเกิน มันต้องมีทางที่ปีนขึ้นไป อาจจะยากกว่าหน่อย แต่ต้องมีหนทางให้เขาออกมาจากหลุมตรงนั้นได้ หลังจากที่ฟังสัมภาษณ์จากทั้งฝั่งของแม่เด็กและครอบครัวฝั่งสามีของแม่เด็ก ตนยังไม่รู้ว่าจะเชื่อฝ่ายไหน แต่จากที่แม่เด็กให้สัมภาษณ์ที่ผ่านมา พบว่าเขาโกหกแล้วหลายครั้งจริง ๆ

คำผกา กล่าวว่า ตนคิดว่ามันไม่มีประโยชน์ที่เราจะไปจับผิดว่าเขาโกหกหรือป่าว ในฐานะที่ตนคลุกคลีกับเด็กหลายแบบและได้คุยกับนักจิตวิทยาตลอดเวลา มีข้อนึงที่เขาจะคอยเตือนสติเราว่าการไปดูว่าเขาโกหกกี่เรื่องไม่มีประโยชน์ และการจะไปพยายามไล่บี้เขาว่าเขาโกหกจริงไหม หรือต้องการไล่บี้ให้เขาสารภาพ ให้เขาพูดความจริงก็ไม่มีประโยชน์ เพราะว่ายิ่งเพิ่มปริมาณคำถาม ยิ่งไปเพิ่มศักยภาพในการโกหกของเด็ก เหมือนไปเพิ่มแบบฝึกหัดให้เขาโกหกเก่งขึ้น

ทีนี้เราต้องมาดูว่าทำไมเด็กจึงโกหก เพราะกลัวความผิด เพราะกลัวการลงโทษ เพราะกลัวว่าจะไม่ได้รับความรัก สารพัดเลย แล้วลองจินตนาการว่ามนุษย์ที่เพิ่งเห็นโลกมาเท่านี้ ประสบการณ์เขามีเท่านี้ เขาก็จะคิดได้แค่นี้ว่าเขาต้องเอาตัวรอดด้วยการโกหกไหม

สิ่งหนึ่งที่เราควรทำคือเมื่อเด็กโกหกต่อเรื่องเรื่องหนึ่ง ให้เรามองข้ามไปถึงทางออกของปัญหาแล้วพาเด็กคิดว่า ถ้ามันเกิดปัญหานี้ สมมุติว่าหนังสือหาย ไปถามว่าหายที่ไหน กี่โมง ไม่มีประโยชน์เพราะเขาจะโกหกเรื่องสถานที่ที่ทำหนังสือหาย เวลาที่เขาทำหนังสือหาย แต่ให้เราไปโฟกัสทางออกของปัญหาว่าการทำหนังสือหายควรทำอย่างไร ครั้งหน้าถ้าไม่ให้หนังสือหายต้องทำอย่างไร อย่าไปคิดแทน ต้องทำให้เขาหาทางออกของปัญหาด้วยตัวเขาเอง แล้วประคองเขาไปเรื่อยๆ แล้วเขาจะไว้ใจโลกรอบๆตัวเขาและต่อตัวผู้ปกครอง การโกหกมันจะค่อยๆน้อยลงโดยอัตโนมัติ คนไม่ได้เลิกโกหกเพราะสันดานดีขึ้น แต่คนเลิกโกหกเมื่อพบว่าโลกรอบๆตัวเขาปลอดภัย

คำผกา กล่าวต่อว่า เมื่อกลับมาดูชีวิตของนิ่ม เราเห็นละพ่อขี้เมา ยากจน แม่หูตึงและก็ป่วย แล้วเพิ่งเห็นโลกมาได้แค่ 17 ปี ตนอยากจะย้ำว่าเขาเพิ่งเห็นโลกมาได้ 17 ปี ถามว่าท้องไม่พร้อม เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าท้องที่พร้อมหรือไม่พร้อมคืออะไร สิ่งที่จะมาซัพพอร์ตในสังคม นักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา ครูแนะแนว ที่จะเข้าไปเป็นเซฟโซนให้เด็กที่หลุดและหล่นออกมาจากครอบครัวที่ไม่พร้อม

แล้วทำไมเราจึงมีครอบครัวที่ไม่พร้อมเต็มไปหมดมาดูการเมืองเราเป็นยังไง มาดูเศรษฐกิจเราเป็นยังไง มาดูความเหลื่อมล้ำ มาดูว่าครอบครัวที่มั่งคั่งกัดกินชีวิตคนจนเอาไปหล่อเลี้ยงความมั่งคั่งของตัวเองไปเท่าไหร่ คือทั้งหมดอยากพูดแค่ว่า เป็นแม่เมื่อพร้อมมันง่าย แต่เมื่อมาดูเงื่อนไขในชีวิตของเขา มันก็ไม่ง่ายแบบนั้น ซึ่งในโลกทัศน์ของเขาอาจมองว่าการทำแท้งเป็นบาป น่ากลัวมาก ก็แค่ปล่อยเลยตามเลย พอมีลูกออกมาทั้งชีวิตก็เอาตัวรอดมาได้ด้วยการโกหกเพื่อเป็นกลไกการป้องกันตัวเองของเขา

สมมุติว่าเราเกิดมาเป็นเขา เผลอเราทำได้แย่กว่าเขาอีกนะ ตนไม่แน่ใจเลยว่าถ้าเป็นนิ่ม ตนอาจทำอะไรในชีวิตได้เลวร้ายกว่าเขาด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้นถ้าเราจะมองเรื่องนี้ว่าเอาเด็กไปทิ้งไว้ที่ไหน ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ เราไม่ต้องไปบอกว่านิ่มมันโกหกเราไม่ต้องไปเห็นใจมัน หรือสังคมนี้ไม่ต้องไปใส่ใจเรื่องคุณภาพชีวิต คุณภาพเยาวชน สุดท้ายเราก็จะกลับไปที่เดิมคือทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว ซึ่งมันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาเลย

ตนเพิ่งไปดูบทสัมภาษณ์ของคุณแม่ต่าง ๆ มีคุณแม่ท่านนึงบอกคลอดลูกมาก็อยากโยนลูกลงพื้นทุกวัน แล้วคุณแม่สวยและฐานะดี ครอบครัวเพอร์เฟกต์ทุกอย่าง แต่เขาก็ยังมีภาวะซึมเศร้าหลังคลอด กว่าจะผ่านมาได้และไม่มีใครเข้าใจ กว่าจะกลับมาปกติต้องใช้กำลังใจจากคนรอบข้างมหาศาล และยังมีอีกหลายภาวะอาการ ดังนั้นมันมีรายละเอียดเกี่ยวกับชีวิตมนุษย์เยอะมาก

ทุกครั้งที่เราเจอข่าวแบบนี้ ตนไม่ได้บอกว่าการฆ่าเด็กเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ให้แยกเรื่องนี้ออกมาก่อน ไม่มีใครจะสร้างความชอบธรรมในการกระทำที่ผิด แต่วางการกระทำที่ผิดลงแล้วหันมาดูว่า เมื่อเราเจอเคสแบบนี้ในสังคม สิ่งที่จะยกระดับจิตใจเราเอง สิ่งที่จะเป็นวิธีคิดที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของเพื่อนร่วมสังคมในมันสูงขึ้น เราควรจะทำความเข้าใจปรากฏการณ์นี้

ด้านอั๋น ภูวนาท กล่าวเสริมว่า จริงๆ มันก็เป็นโอกาสดีเหมือนกันที่เราจะดูกันว่า ในกรณีแบบนี้หน่วยงานที่พึงจะรับผิดชอบ คือใครและเขาประสานงานกันยังไง ไม่ใช่แค่จับผิดอย่างเดียว มันเป็นการตรวจสอบไปพร้อมๆกัน

คำผกา กล่าวว่า ตนขอยกตัวอย่างผู้กำกับสวีเดน เขาทำหนังชีวิตของผู้หญิงอีสานที่ไปแต่งงานกับผู้ชายยุโรปแล้วเขาก็ติดตามผู้หญิงเหล่านั้น แล้วเขาเป็นแม่วัยทีนมีลูกตอนอายุ 17 ปี แล้วในประเทศที่เขามีเซฟตี้เนตในประชาชน เขาอายุ 17 คลอดลูกแล้ว เขาก็กลับไปเรียนหนังสือจนจบ แล้วลูกเขาก็เป็นเพื่อนร่วมงานของเขาในปัจจุบันนี้ ตนไม่ได้บอกว่าเราต้องโอบอุ้มทุกชีวิตที่เปราะบาง เราอาจกู้มาได้ดีๆ 10 คน กู้มาได้เสมอตัวสัก 50 คน จาก 100 คน แล้วยังคงแตกหักเสียหาย อีก 20 30 คน แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีกลไกในการช่วยอะไรเลย แล้วปล่อยให้ทั้ง 100 คนนี้ต้องตกนรก

อั๋น ภูวนาท กล่าวต่อว่า แล้วบางครั้งก็จะสรุปว่าก็เขาเลือกจะใช้ชีวิตแบบนั้นเองก็สมน้ำหน้า ในโลกนี้มีคนที่ล้มเหลวอย่างเข้าใจได้ว่าทำไมถึงล้มเหลว ช่วยยังก็ล้มเหลว จนไม่รู้จะทำยังไง ถึงที่สุดก็ปล่อยไป แต่ถ้าเขาคิดได้มันต้องมีหนทางที่ทำให้เขาออกมาได้ไม่ยากจนเกินไป

คำผกา กล่าวทิ้งท้ายว่า หรือจะบอกว่าดูสิทุกคนก็ช่วยแล้ว แต่มันไม่ใฝ่ดีเอง อย่างไรก็ตามต้องมีตัวช่วยก่อนแล้วจะมีใครหล่นจากการช่วยเหลืออันนั้นก็ไม่เป็นไรถือว่าเราช่วยแล้ว ตนมั่นใจว่าถ้ามันมีกลไกที่จะช่วย มันต้องมีกู้ขึ้นมาได้บ้าง แต่ถ้าไม่มีเลยเราไม่มีคำอธิบายหรือข้ออ้าง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน