บีบหัวใจคนรักสัตว์ เจ้าของร้อง หมอประมาทวินิจฉัยโรคผิด จนสุนัขที่รักตายกะทันหัน ดัน #คดีปิกะลาวา สะท้อนความยุติธรรม เคสตัวอย่างฝ่าผู้อิทธิพลอยู่เบื้องหลัง
เป็นเรื่องที่ทำให้ทาสหมาใจสลาย และไม่อยากให้เกิดขึ้น หลังเจ้าของสุนัข “ปิกะลาวา” ออกมาเล่าเรื่องราว ผ่านอินสตาแกรม “Pikalava” ถึงสุนัขที่รักตายกระทันหันอย่างไร้สาเหตุ
สืบเนื่องมาจาก หมอโรงพยาบาลสัตว์สังกัดมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง วินิจฉัยโรคผิดพลาด ก่อนจะพบความจริงว่าป่วย “โรคพยาธิเม็ดเลือด”
อย่างไรก็ดี เมื่อติดต่อกลับไป เพื่อเรียกร้องความรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น เธอกลับถูกเพิกเฉย และปฏิเสธคำฟ้องทั้งสิ้น
แถมยังไร้พยานจากบุคลากรทางการแพทย์ เพราะหวั่นโดนกลั่นแกล้งในสายอาชีพ
ส่งให้เธอออกมาดัน #คดีปิกะลาวา ทวงความยุติธรรม ในโลกโซเชียลฯ ไม่ให้เรื่องเงียบหายไป
“ปิกะออกกำลังกายด้วยการเดินสายพานในน้ำ ที่โรงพยาบาลสัตว์สังกัดมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งเป็นเวลา 3 ปีเป็นกิจวัตร นาน ๆ ทีมีนัดเจอหมอบ้างเพื่อตรวจเป็นระยะ ๆ วันหนึ่งปิกะถูกชวนเข้างานวิจัยอาหารเสริมของแผนกกระดูกและข้อ
วันที่ 12 เราไปตามนัด มีการตรวจเลือด และการทดสอบการเดินด้วยเครื่องวิเคราะห์ท่าเดิน ตามขั้นตอนการร่วมงานวิจัย อาจารย์หมอนักวิจัยอ่านผลเลือดว่าค่าเลือดปกติ ยกเว้นค่าตับสูงนิดหน่อย
ปิกะดูไม่ร่าเริง การเดินไม่ดี อาจารย์หมอนักวิจัยบอกว่ามีอาการเจ็บข้อ สั่งยาแก้ปวดและอักเสบที่เกิดจากโรคข้อกระดูกเสื่อมและยาบำรุงตับมาให้ เราแจ้งว่าปิกะไม่ได้ทานข้าวเมื่อวาน แต่ทานน้ำเยอะและปากอุ่น หมอเปิดปากดูเห็นเหงือกแดง บอกว่าเหงือกอักเสบโดยไม่มีสาเหตุ สั่งสเปรย์ฆ่าเชื้อในช่องปาก 120ml เพิ่มมาอีกอย่าง อาจารย์สรุปว่ายังไม่เข้าร่วมโครงการวิจัยนะ จะรักษากันก่อน
วันที่ 17 เราไปตามนัดติดตามอาการ อาการดูแย่กว่าเดิม หมอให้เดินสายพานในน้ำเป็นเวลา30นาที ตามปกติของตารางการออกกำลัง โดยครั้งนี้หมอจะแวะมาดูท่าเดินด้วย ปิกะเดินอย่างอ่อนแรงมาก หมอบอกว่ายังเจ็บอยู่
และยังเหงือกอักเสบอยู่ สั่งยาแก้ปวดและสเปรย์ฆ่าเชื้อในช่องปากมาอีกขวด และนัดอีกทีวันที่ 23 (เราแจ้งห้องยาว่ายาสเปรย์ตัวนี้ได้มาแล้วในคราวที่แล้ว ห้องยาบอกว่าหมอสั่ง เอารายการออกไม่ได้ ต้องรับไป)
วันที่ 18-20 ปิกะอาการแย่ลงทุกวันจากไม่ค่อยมีแรง จากย่อตัวแล้วลุกไม่ขึ้น ไปจนถึงเดินขาขวิด ในที่สุด ขาหลังไม่มีแรงล้มพับ นั่งก้นจ้ำเบ้า ลุกเองไม่ได้ เราส่งวิดีโอให้หมอตลอด หมอบอกว่าต้องตรวจประสาท และนัดอาจารย์หมอประสาทให้ในวันที่ 21 เราปรึกษากับแม่หมาสองใบ สงสัยในพยาธิเม็ดเลือดกัน แต่เพราะหมอบอกว่าค่าเลือดปกติ ทำให้เราข้ามประเด็นนี้ไป
วันที่ 21 ปิกะหอบ เดินเองไม่ได้ ต้องใช้รถเข็น หมอแผนกประสาทตรวจประสาทเสร็จแล้วส่งไป x-ray และให้เราเข้าไปฟังผลพร้อมสั่งยาบำรุงประสาทและยาบำรุงตับ และทำใบนัดอัลตราซาวน์ดในวันที่ 28 กพ. และ MRI ในวันที่ 1 มีค. เราแจ้งว่าหมาอาการทรุดเร็วมาก หมาอยู่แบบนี้ไม่ได้ หมอประสาทบอกว่าอยู่ได้ เราออกจากรพส.ในเวลาประมาณเที่ยงครึ่ง
ปิกะกลับถึงบ้านแล้วอาการแย่มาก เราส่งวีดีโอให้หมอกระดูกและข้อเจ้าของไข้ดู เขาโทรมาแนะนำวิธีการดูแลที่บ้าน เรากังวลใจมากจึงส่งวีดีโอไปให้เพื่อนที่เป็นสัตวแพทย์ดู
เพื่อนบอกว่าอาการดูแย่ให้ไปแอดมิตโรงพยาบาล และแนะนำโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงทางระบบประสาท เพื่อนขอดูค่าเลือดของปิกะพบว่าเกล็ดเลือดต่ำเหลือ 35,000 จากค่าเฉลี่ยปกติของปิกะ 200,000 กว่า
ระหว่างทางเราคุยกับหมอกระดูก และข้อเจ้าของไข้ที่อ่านค่าเลือดให้เรา และชี้ค่าเกล็ดเลือด หมอบอกว่า ไม่คิดว่าค่าเกล็ดเลือดของปิกะผิดปกติ การที่เครื่องนับได้ค่านั้นเพราะเกิดจากการเตรียมตัวอย่างเลือด ปิกะไม่ได้เป็นพยาธิเม็ดเลือด และยาแก้ปวดที่ให้เป็นยาลดไข้ หมาจะเป็นไข้ได้อย่างไร
เมื่อไปถึงโรงพยาบาล ปิกะแทบไม่ตอบสนองเมื่อเราเรียกชื่อ ด้วยสถานการณ์โควิด เราเข้าห้องตรวจด้วยไม่ได้ หมอ ER ของโรงพยาบาลวัดอุณหภูมิทันทีพบว่าไข้สูงเกินกว่าปรอทจะวัดได้ ปิกะหัวใจหยุดเต้น หมอทำการกู้ชีพแต่ไม่เป็นผล หมอแจ้งว่าหมาต้องเป็นไข้ต่อเนื่องมาหลายวันแล้ว จนอวัยวะภายในล้มเหลว เราขอให้หมอตรวจพยาธิเม็ดเลือดและพาร่างปิกะกลับบ้าน
วันที่เราฝังปิกะเราคุยกับหมอกระดูกและข้อในโทรศัพท์ หมอกล่าวว่าหมอทุกคนทำเต็มที่แล้ว อย่าเสียใจไปเลย ปิกะเป็นหนักจริง ๆ
เราถามว่าหลังจากนี้จะเพิ่มการวัดอุณหภูมิในการตรวจของแผนกไหม หมอบอกว่าไม่จำเป็น หมอดูออก เราถามหมอว่าไม่สงสัยว่าปิกะเสียได้อย่างไรหรือ ชันสูตรได้ไหมหมาอยู่ในห้องแอร์ที่ตั้งที่16c มาตลอด และเสียยังไม่ถึง 24 ชั่วโมง หมอบอกว่าทำไม่ได้แล้ว
ในเย็นวันนั้นหลังจากฝังปิกะเพิ่งเสร็จ โรงพยาบาลที่ 2 ส่งผลมาว่า ตรวจพบเชื้อพยาธิเม็ดเลือด E-canis เราส่งผล PCR นี้ไปให้หมอเจ้าของไข้ทางไลน์ ข้อความถูกอ่านและไม่ได้รับการตอบกลับอีกเลยนับจากนั้น จนบัดนี้
เมื่อพยายามหาที่มาที่ไปหลังการเสียชีวิตกระทันหันที่ไม่ทราบว่าเกิดจากอะไร สิ่งที่ได้ยินซ้ำๆ จากปากหมอหลายสิบคน เกี่ยวกับเคสของปิกะ
“พยาธิเม็ดเลือด ทุกโรงพยาบาลเจอกันตลอดแหละ เคสปกติ จากค่าเลือดนี้ ปิกะเพิ่งเริ่มเป็นเองนะ”
“ปิกะไม่ควรตายเลย ได้ยาที่ถูกสองวันก็จะดีขึ้นมากแล้ว”
“ปิกะตายทรมานมาก Doxy (ยาที่จะต้องใช้รักษา)ก็คือถูกมาก ไม่ได้อันตรายอะไร กินไว้ก่อน ไม่เสียหาย”
“หมอผิดเต็มๆ ฟ้องได้นะ ….. อ่าว อาจารย์เราเอง เรื่องนี้เราช่วยไม่ได้”
“ให้เขาไปหาผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศมาเป็นพยานดีกว่า”
“หาหมอที่กลับมาไทยตอนมีนัดศาลแต่ทำงานต่างประเทศและจะไม่กลับมาทำที่ไทยได้ไหม”
“บอกเลย ในประเทศนี้ไม่มีใครกล้ามาเป็นพยานหรอก”
“หาหมอจากต่างประเทศที่ทางสมาคมจะไม่ได้เชิญมาบรรยายที่ไทยดีกว่า”
“ไม่ใช่เรื่องของเราอย่าไปยุ่งเลย จะเดือดร้อน”
“นักศีกษาปี 6 ดูก็ยังรู้เลย”

“ตรวจโรคพื้นถิ่นไม่ได้ ไม่ควรมีใบประกอบวิชาชีพ แต่เค้าใหญ่จริง การเมืองด้วย”
“หมอทุกคนต้องต่อใบประกอบวิชาชีพ อัพเดทความรู้ต่างๆจากงานสัมมนาที่หมอพวกนี้จัด”
“เราช่วยไม่ได้ กลัวถูกกลั่นแกล้ง แต่อยากให้ฟ้องสำเร็จมาก ถ้าชนะได้จะช่วยหมอเด็กๆในโรงพยาบาลได้มากเลย”
“พี่เราอยู่บ้านเลี้ยงลูก ไม่ชอบความไม่เป็นธรรม” “ถามให้ละ แต่เค้ายังต้องต่อใบประกอบอยู่”
“สภามีไว้ปกป้องหมอ เคยร้องเรียนไปก็ดึงเรื่องจนหมดอายุความ ฟ้องศาลค่ะ อย่าฟ้องสภา”
เราได้ติดต่อทางมหาวิทยาลัยเรียกร้องความรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งถูกเพิกเฉย ทางทนายจึงดำเนินการส่งคำฟ้องให้ศาล ศาลนัดกำหนดประเด็นข้อพิพาทซึ่งทางอัยการฝ่ายโรงพยาบาลสัตว์บอกว่าไม่เจรจา จำเลยทั้งสี่ปฏิเสธคำฟ้องทั้งสิ้น กำหนดการนัดสืบพยานวันที่ 27-29 มิถุนายนนี้”
ไม่เพียงแค่นั้น เธอยังออกมาพูดถึงประเด็น ในคำให้การของมหาวิทยาลัยและทีมหมอจำเลยให้ฟังอีกดังนี้
1 ) ฟ้องหมอไม่ได้ ให้ฟ้องหน่วยงานเท่านั้น และหมอปฏิบัติหน้าที่อย่างระมัดระวังรอบคอบตามขั้นตอนแล้ว
2 ) คณะวิจัยไม่ได้ชวนปิกะเข้าร่วมโครงการ ถ้าหมามีอาการป่วยอย่างอื่นเจ้าของไม่สมควรเอามาร่วมโครงการ
3 ) ค่าเกล็ดเลือดต่ำผิดปกตินั้นไม่ได้แปลว่าต้องตรวจพยาธิเม็ดเลือด และค่าเลือดนี้แปลได้ว่าปิกะไม่มีอาการทางคลีนิคที่เกี่ยวข้องกับพยาธิเม็ดเลือดเลย
4 ) ค่าตับที่สูง (ALT SGPT = 282) ทำให้ต้องงดใช้ยาปฏิชีวินะใดๆ การให้ doxycycline จะทำให้ตับล้มเหลวและเสียชีวิต
5 ) ถ้าเจ้าของเห็นว่าหมาไม่ควรออกกำลังกายวันนั้น เจ้าของต้องของดเอง หมอไม่สามารถบังคับได้
6 ) ในภาพ x-ray พบก้อนที่คล้ายเนื้องอกที่กระดูกสันหลัง หมาอยู่ในท่านั่งจึงไม่สามารถบังคับเพื่อวัดอุณหภูมิทางทวารได้เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของหมา
7 ) ปิกะไม่ได้มีไข้หรือหอบตอนออกจากโรงพยาบาลสัตว์ โดยมีพนักงานที่ช่วยอุ้มขึ้นรถเป็นพยาน
8 ) กระดูกสันหลังปิกะเกิดการหักหรือเคลื่อน ซึ่งทำให้ปิกะมีไข้ภายหลังการกระทบกระเทือนไขสันหลังอย่างเฉียบพลัน และเสียชีวิต
9 ) การตรวจพบพยาธิเม็ดเลือดเป็นเพียงอุบัติการร่วม (co-incident)
อย่างไรก็ตาม เรื่องราวที่เกิดขึ้น ยังไม่มีการอัพเดทจากทางทีมแพทย์ผู้รักษา งานนี้บทสรุปจะเป็นอย่างไร ต้องรอติดตามกันต่อไป







