กลายเป็นเหตุการณ์ที่ทั่วโลกให้ความสนใจ เมื่อเรือดำน้ำไททันของบริษัทโอเชียนเกต เอ็กซ์พิดิชั่น ที่หายระหว่างดำลงไปชมซากเรือไททานิกที่ราว 4 พันเมตร และเรือดำน้ำระเบิดแบบ “อิมโพลชั่น” (Implosion) หรือถูกแรงดันมวลน้ำบีบอัดจนเรือระเบิดจากภายนอกเข้ามาภายใน
ภายหลังมีการเปิดเผยเรื่องราวก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์เศร้า ทั้งจากครอบครัวผู้สูญเสียและผู้รอดชีวิต ล่าสุด รอยเตอร์ ได้สัมภาษณ์ พ่อลูกนักธุรกิจที่เกือบจะเป็นหนึ่งในผู้สูญเสียในเหตุการณ์นี้ หลังจาก สต็อกตั้น รัช ประธานเจ้าหน้าที่บริษัทโอเชียนเกต ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากยานดำน้ำไททัน พยายามโน้มน้าวเขาให้ไปกับยานดำน้ำมาตลอด 1 ปี

FILE PHOTO: The Titan submersible, operated by OceanGate Expeditions to explore the wreckage of the sunken SS Titanic off the coast of Newfoundland, dives in an undated photograph. OceanGate Expeditions/Handout via REUTERS
โดยนักธุรกิจคนนี้ คือ เจย์ บลูม (Jay Bloom) นักธุรกิจชาวอเมริกัน ออกมาเปิดเผยวานนี้ (23 มิ.ย.) ว่า เขาและฌอน ลูกชาย ซึ่งมีความหลงไหลเกี่ยวกับเรือไททานิกมาตั้งแต่เด็ก ได้รับคำเชิญชวน จาก สต็อกตั้น รัช ซึ่งบอกกับ บลูม ว่า แม้จะมีความเสี่ยง แต่ก็ปลอดภัยกว่า การขึ้นเฮลิคอปเตอร์ หรือ การดำน้ำลึก และยังบอกอีกว่า ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บบนเรือดำน้ำที่ไม่ใช่ของทหารในรอบ 35 ปี
แต่ยิ่ง บลูม ได้ศึกษาเกี่ยวกับเรือมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเห็นความไม่ปลอดภัยเกี่ยวกับเรือลำนี้มากเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น การใช้ จอยสติ๊กวิดีโอเดม ที่ใช้ควบคุมเรือ หรือ การใช้ตัวถังคารบอนแบบใหม่ หรือ การออกแบบให้ไม่สามารถเปิดจากภายใจเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินได้
บลูม ยังระบุว่า 2 ที่นั่งบนเรือนั้น ตกเป็นของพ่อลูก ซาห์ซาดา ดาวูด เศรษฐีชาวปากีสถาน กับลูกชาย วัย 19 ปี ที่เเสียชีวิต ในเหตุการณ์ครั้งนี้ ซึ่งสต็อกตั้น รัช ยังได้เสนอลดราคาให้กับเขา จาก 8 ล้านบาท หรือ เพียง 5 ล้านบาท อีกด้วย ทั้งนี้ เขาได้นำแชท ที่สต็อกตั้น รัช ได้ส่งข้อความมาโน้มน้าวเขาแสดงให้กับสื่อดูอีกด้วย