อาจารย์ขุนกวี เปิดใจ ดราม่าทำพิธีไล่ผี ต้องใช้ไม้ใช้มีดเพราะผีมันดื้อ ทำมา 4 ปี ไม่เคยถูกร้องเรียนมาก่อน ย้ำอยากช่วยคน และไม่เคยคิดค่าครู

เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2566 อาจารย์ขุนกวี ศรีสยาม เปิดใจกับ ‘ข่าวสดออนไลน์’ ถึงวิธีการไล่ผี หลังจากมีคลิปลงโซเชียล ขณะกำลังไล่ผีให้กับผู้หญิงคนนึง และมีการใช้ไม้เท้าในการไล่ ทำให้หลายคนเกิดคำถามว่าเป็นการใช้ความรุนแรงเกินไปหรือไม่

อาจารย์ขุนกวี กล่าวว่า ตนเป็นอาจารย์ขุนกวีศรีสยามได้ 4 ปีแล้ว จุดเริ่มต้นคือเห็นผู้คนถูกหลอก ต้องเสียเงินหลักแสน หลักล้านเพื่อไล่ผี หรือทำพิธีต่าง ๆ ตนอยากเป็นคนที่ช่วยเหลือคน อยากเป็นอาจารย์ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้แม้ว่าจะไม่มีเงินเลยก็ตาม จึงได้หมั่นฝึกฝนฝึกจิตสมาธิให้แข็ง

ตนใช้บริกรรมคาถาให้พวกผีกลัว โดยระลึกถึงท้าวเวสสุวรรณโณ เพราะภูตผีปีศาจจะกลัว ส่วนวิธีการไล่ก็จะท่องคาถาแล้วก็มีอาวุธติดตัว เช่น ไม้เท้า มีดหมอ เพื่อขู่ให้ดวงจิตวิญญาณที่มาแฝงร่างคนอื่นออกมา ซึ่งจิตวิญญาณพวกนี้ มักจะชอบแอบอยู่ในที่ลับ เช่น ซอกนิ้วมือ ในกระเพาะอาหาร ท้องน้อย หรืออวัยวะเพศ

โดยวิญญาณพวกนี้เป็นการหนีจากการจับกุมของเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในนรก มาแบบลมเพลมพัด มาแฝงในร่างของเรา แล้วมากินอาหารที่เรากิน ซึ่งแต่ละคนที่มาไล่ก็จะมีรูปและแบบแตกต่างกันไป ตนก็จะทำพิธีไปเรื่อย ๆ จนสุดท้ายวิญญาณพวกนั้นมันจะยอมให้แพ้อีก ซึ่งบางกรณีก็ต้องทำหลายครั้ง บางกรณีทำครั้งเดียวก็จบ

“หลายคนแสดงความคิดเห็นบอกว่าภาพที่เห็นนั้นดูรุนแรงเกินไป เพราะใช้อาวุธแตะตัวคนที่ถูกผีเข้า แต่ตอนทำพิธี เราได้คุยกับญาติพี่น้องแล้วทำให้เขาดู ก็ไม่มีใครบอกว่ามันรุนแรงเกินไป ส่วนที่เห็นว่าคนที่ถูกผีเข้าร้องโหยหวนนั้น มันไม่ใช่ตัวเขา แต่เป็นดวงวิญญาณที่สิงอยู่ในร่าง

ตลอดระยะเวลา 4 ปี ที่ผ่านมา เราก็ทำวิธีนี้มาตลอดและไม่เคยได้รับการร้องเรียนอะไรเลย ไม่เคยมีคนที่มาไล่ไปแจ้งความว่าเราทำร้ายร่างกายหรือต้องเข้าโรงพยาบาล เพราะบาดเจ็บสาหัสมาก่อน และไม่เคยมีเจ้าที่ตำรวจมาหาเพื่อตรวจสอบด้วย

เราทำเพราะเจตนาต้องการไล่ผี ไม่มีเจตนา จะหลอกลวงประชาชนเลยแม้แต่น้อย ซึ่งค่าครูที่หลายท่านมาให้เราช่วยไล่ผีให้ก็ไม่เคยคิดค่าครู แล้วแต่ศรัทธา บางคนเป็นคนเร่ร่อนมาขอให้เราช่วยเราก็ยินดีช่วย ถ้าหากเป็นมิจฉาชีพจริงก็คงจะเก็บเงินได้เป็นล้านแล้ว”

ทั้งนี้ชื่อเสียงของตนสะสมมา 4 ปี ไม่เคยเสื่อมเสียเป็นการบอกปากต่อปากและมีลูกศิษย์ลูกหา หลักล้านคน มีทั้งคนไทยและคนต่างชาติ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน