เปิดใจเจ้าของสนามแบด ห้าม ‘ส.ว.-กกต.’ มาใช้ ลั่นไม่กลัวเสียรายได้ แต่ห่วงอนาคตประเทศ ถามกลับจุดยืนส.ว. ทำไมไม่โหวต พิธา เป็นนายกฯ

เมื่อวันที่ 14 ก.ค.66 นายวินัย กิจวิวัฒนากร หรือเฮียหนุ่ม อายุ 40 ปี เจ้าของสนามแบดมินตัน Panda Arena อุตรดิตถ์ เปิดใจกับ ’ข่าวสดออนไลน์’ หลังจากโพสต์สเตตัสในเพจว่า “สนามเราไม่อนุญาตให้ ส.ว. และ กกต. รวมไปถึงลูกหลานของพวกเขา ทุกคนห้ามเข้ามาใช้บริการ เสนียดมากค่ะ ขอบคุณค่ะ” ซึ่งโพสต์ดังกล่าวกำลังเป็นกระแสในโลกออนไลน์อย่างมาก

นายวินัย กล่าวว่า จุดเริ่มต้นคือตนไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับฝ่ายดูแลสนามหรือเพจของสนามเลย มีแอดมินเป็นคนดูแลสนามเป็นคนไปโพสต์ อยู่ๆ เช้าวันต่อมา น้องก็เอามาให้ดู ปรากฏว่ามีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเยอะมาก ก็ยอมรับว่าตกใจเพราะเราโพสต์เล่นๆ เหมือนเพื่อนคุยกันในวงเหล้า แต่ปรากฏว่าผลตอบรับมันเกินคาด

นายวินัย กล่าวว่า ตนมีความคิดเห็นในทางเดียวกันกับแอดมินอยู่แล้ว เมื่อเห็นผลตอบรับก็รู้สึกประหลาดใจ เพราะมีคนคิดเห็นเหมือนกับตนเยอะ โดยความคิดนี้เกิดขึ้นจากความอึดอัดใจ ที่ทุกคนน่าจะเห็นเหมือนกันว่าประชาชนที่ชนะการเลือกตั้ง แต่ปรากฏว่าแนวทางการแสดงความคิดเห็นของส.ว. ที่ออกมาตอบโต้มันคนละแนวทางกับเมื่อ 4 ปีที่แล้ว โดยเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ให้เหตุผลว่า ส.ว.ไปรวมกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะส่วนใหญ่สามารถรวบรวมเสียงได้เกินกึ่งหนึ่ง ส.ว.ก็เลยไปเทคะแนนให้

นายวินัย กล่าวว่า ซึ่งประชาชนทั่วไปก็รับรู้เหตุผลนี้ แต่พอมาครั้งนี้ค่อนข้างขัดแย้งกับเมื่อ 4 ปีที่แล้ว เราจะเห็นได้ว่าส.ว.ออกมาตอบโต้ ว่ามีเหตุผลหลายอย่างที่ไม่สามารถเลือกคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีได้ ทั้งที่หากเราใช้ตรรกะเดียวกันกับเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ก็น่าจะเลือกได้ เพราะเขาก็เลือกรวมเสียงได้มากเช่นเดียวกัน พอในครั้งนี้แตกต่างกัน ความอึดอัดและไม่พอใจของประชาชนจึงเกิดขึ้น

นายวินัย กล่าวว่า ตนมานั่งบ่นกับเด็กๆ ที่ดูแลสนามแบต ซึ่งอายุประมาณ 18-19 ปี มองว่าเขาน่าสงสารกว่าเรา เพราะอยู่ในยุคที่ 8-9 ปีที่ผ่านมา รู้สึกว่าเสียเวลา ความระเบิดจึงเกิดขึ้น อย่างเมื่อวานนี้ที่ผลโหวตนายกฯออกมาแล้ว คุณพิธายังไม่ได้เป็นนายกฯ ยอมรับว่าไม่แตกต่างจากที่ตนคิดสักเท่าไหร่ แต่ลึกๆ แล้วยังมีความหวังว่าจะเกิดขึ้นบ้าง แต่ส.ว.ไม่ได้ปฏิบัติเหมือนกับ 4 ปีที่แล้ว เขาไม่ได้คิดว่าเสียงของประชาชนยิ่งใหญ่ ซึ่งเมื่อผลออกมาน้องในคอร์ทแบดก็เกิดคำถามว่า “ทำไม พวกหนูได้เสียงส่วนใหญ่ ทำไมหนูถึงไม่ได้พิธาเป็นนายก” ซึ่งตนไม่รู้จะตอบเด็กๆ อย่างไร ในเมื่อรัฐธรรมนูญเขียนไว้ให้ส.ว. มีอำนาจในการเลือกนายก 5 ปี นี่คือสิ่งที่ประชาชนและอีกหลายคนไม่เข้าใจว่าประเทศไทยเกิดอะไรขึ้น

“แม้ว่าพวกผมไม่ได้มีอำนาจ มีกระบอกปืนไปบังคับใคร แต่อย่างน้อยเราได้แสดงออกว่านี่คืออารยะขัดขืน ในเมื่อพวกคุณไม่เห็นหัวประชาชน เราก็ไม่เห็นหัวพวกคุณเช่นกัน นี่มันไม่ใช่ความรุนแรง แต่ว่าเป็นการแสดงออกทางสิทธิและเสรีภาพความไม่พอใจมันได้เกิดขึ้นแล้ว หลายคนถามว่าสนามแบดของผม เป็นสนามแบดเล็กๆ ที่มีเพียงแค่ 3 คอร์ทเท่านั้น ออกมาแสดงความคิดเห็นแบบนี้ไม่กลัวรายได้เสียหรอ ผมก็บอกตรงๆ ว่าผมไม่กลัวรายได้ผมเสีย แต่ผมกลัวน้อง ๆ ในสนาม เขามีพ่อมีแม่ต้องดูแล เขามีอนาคตอยู่เขาไม่น่ามาเจอเรื่องพวกนี้เลย” นายวินัยกล่าว

“มองว่าในระบอบประชาธิปไตยควรตรงไปตรงมา อย่ามีอะไรมาสอดไส้กัน เมื่อมันมีอะไรที่ผิดปกติเกิดขึ้น ความไม่พอใจของประชาชนส่วนใหญ่ก็เกิดขึ้น ในกลุ่มการเลือกตั้งต้องยอมรับว่าพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกล และยังมีพรรคอีกหลายพรรครวมกัน มันได้มากกว่า มันเป็นเสียงข้างมากของประชาชน แต่เพราะอะไรกลุ่มของประชาชนที่ได้มากกว่ากลับไม่สามารถเลือกนายกของตัวเองได้ ผมไม่อยากให้บ้านเมืองเดินทางไปถึงจุดแตกแยก”

ทั้งนี้ เมื่อลงข้อความนี้ออกไป รถทัวร์ก็มาจอดอยู่ที่คอร์ดแบด แต่เป็นรถทัวร์ที่เป็นกำลังใจที่ดี ที่ผ่านมาคอร์ทแบดของตนไม่เคยถูกจองตั้งแต่ช่วงบ่ายของแต่ละวัน ซึ่งตอนนี้ยอดจองมีตั้งแต่เช้า เสาร์-อาทิตย์ เลย

“อยากฝากบอกถึง คุณพิธา ให้ อดทน พวกผมจะ คอยเป็นแบคอัพให้พวกคุณอยู่ แต่หากใครที่ไม่ได้คิดซื่อตรงกับประชาชน คิดแต่ผลประโยชน์ส่วนตน คิดแต่พรรคพวกเพื่อนพ้อง จนลืมความถูกต้องในประเทศเรา วันนี้สนามแบดของผมอาจจะเป็นเพียงแค่สนามเล็กๆ หรืออาจจะเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นด้วยซ้ำไป แต่วันข้างหน้าอาจจะมีร้านค้าหรือใครที่คิดแบบเดียวกัน ออกมาประกาศจุดยืน วันนั้นประเทศของเราจะอยู่ลำบาก”

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน