ร้านขายของสเปน อายุกว่า 100 ปี คิดเงินค่าเข้า 195 บาท หลังนักท่องเที่ยวแห่เข้ามาถ่ายรูปแต่ไม่ยอมซื้อของ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เจ้าของร้าน Queviures Múrria ร้านขายของชำที่มีอายุกว่า 100 ปีในบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ซึ่งเป็นร้านที่โดดเด่นที่สุดร้านหนึ่ง แต่กลับเบื่อหน่ายนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่เข้ามาเพื่อชมทัศนียภาพและถ่ายรูปเซลฟี่โดยไม่ซื้ออะไรเท่านั้น จึงติดป้ายประกาศค่าธรรมเนียม 5 ยูโรสำหรับการเข้ามาดูเท่านั้น
ร้าน Queviures Múrria ดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่ปี 1898 ในฐานะผู้ผลิตเครื่องคั่วกาแฟและเวเฟอร์ม้วน โดยเริ่มแรกใช้ชื่อโบสถ์ La Puríssima ที่อยู่ใกล้เคียงและเป็นหนึ่งในสถานที่ที่สะดุดตาที่สุดในบาร์เซโลนา รูปลักษณ์วินเทจของร้านและการออกแบบตกแต่งภายในแบบดั้งเดิมสมัยต้นศตวรรษที่ 20 ทั้งประวัติศาสตร์ของ Anís de Mono (เหล้าหวานจากโป๊ยกั๊กของสเปน) และ Codorniu (เหล้า Cava ที่เก่าแก่ที่สุดของสเปน) พร้อมภาพพิมพ์โปสเตอร์สมัยเก่าบนหน้าต่างยุค 1920 ดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายร้อยคนทุกวัน
แต่ปัญหา คือ นักท่องเที่ยวไม่สนใจผลิตภัณฑ์ที่ขายในร้านไม่ว่าจะเป็นไส้กรอกสเปนแบบดั้งเดิม โคลด์คัททุกชนิด , เนยแข็ง, น้ำมัน, ไวน์ ฯลฯ ตามที่หนึ่งในผู้จัดการกล่าวว่า นักท่องเที่ยวจำนวนมากเข้ามาในร้านโดยไม่แม้แต่จะพึมพำว่า ‘สวัสดี’ จากนั้นเดินถ่ายรูปรอบ ๆ
โทนี่ เมอริโน่หนึ่งในผู้จัดการร้าน Queviures Múrria กล่าวว่า แนวคิดที่จะเรียกเก็บเงินจากนักท่องเที่ยว ผู้ที่เพียงแค่เข้ามาในร้านขายของชำและมองไปรอบ ๆ โดยไม่ซื้ออะไรนั้นเริ่มต้นขึ้นจากเรื่องตลก แต่เมื่อพนักงานและลูกค้าประจำเริ่มรู้สึกไม่สะดวกใจมากขึ้น นักท่องเที่ยวสุ่มมองไปรอบ ๆ ถ่ายรูปโดยไม่สนใจผลิตภัณฑ์ที่จัดแสดงเลย ทางร้านจึงตัดสินใจที่จะใช้มาตรการดังกล่าว
พร้อมทั้งแขวนป้ายภาษาอังกฤษว่า “Visit just looking (inside) €5 x people, Thank you”ที่แปลว่า หากเยี่ยมชมเพียงแค่มอง (ภายใน) 5 ยูโรต่อคน ขอบคุณ” ซึ่งโทนี่กล่าวว่า จนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครถูกเรียกเก็บเงิน 5 ยูโร (ราว 195 บาท) แต่จำนวนผู้ที่มาที่ร้านลดลงอย่างมาก
โทนี่ชี้แจงว่าเขาและหุ้นส่วนไม่มีส่วนได้เสียในการบังคับใช้จ่ายเงินค่าเข้า ตอนนี้ คนส่วนใหญ่ที่เข้ามาข้างในจบลงด้วยการซื้อของบางอย่าง แต่หลังจากรูปภาพของการประกาศค่าธรรมเนียม 5 ยูโรในหน้าต่างของ Queviures Múrria แพร่ระบาดบนโซเชียลมีเดียเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ธุรกิจบาร์เซโลนาครบรอบร้อยปีต้องเผชิญกับกระแสต่อต้านอย่างรุนแรง
ขอบคุณที่มาจาก Odditycentral


