ปมสะพานถล่ม ชาวบ้านโอดปัญหาเวนคืนที่ก่อสร้าง ทำชีวิตเปลี่ยน ธุรกิจแทบเจ๊ง พ้อ ผู้เสียสละเพื่อความเจริญของส่วนรวม แต่ส่วนรวมทำกับผู้เสียสละอย่างนี้หรือ ผมต้องทิ้งที่ทำกินที่ปักหลักมากว่า 30ปี ไปที่ใหม่ แล้วที่ใหม่ก็ใช่ว่าจะค้าขายได้เหมือนตรงนี้
วันที่ 19 ก.ค.2566 มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์เล่าปัญหาที่ได้รับผลกระทบ ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า จากเหตุการณ์ก่อสร้างสะพานยกระดับลาดกระบัง ถล่มเมื่อวันที่10 กรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต ยานพาหนะและบ้านเรือนประชาชนเสียหายดังที่เป็นข่าวแล้วนั้น สาเหตุจากอะไรนั้นจะไม่กล่าวถึงขอให้เป็นหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องครับ
แต่วันนี้ผมจะกล่าวถึงความเป็นมาของสะพานนี้ ในมุมของชาวลาดกระบังคนหนึ่ง และในฐานะที่ผมเป็นคนได้รับผลกระทบกับการใช้ชีวิตโดยตรงจากโครงการก่อสร้างสะพานยกระดับลาดกระบัง-หลวงแพ่ง นี่เป็นภาพในมุมของผมแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น คนอื่นๆบ้านๆอาจไม่ได้รับผลกระทบเช่นผม หรืออาจจะลำบากกว่าผมก็ได้ ขอทุกท่านได้โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชมครับ
ถึงผมจะไม่ใช่คนลาดกระบังโดยกำเนิด แต่มาทำงานและอาศัยอยู่เขตลาดกระบังมาร่วม30ปี ก็ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของเขตลาดกระบังมาพอสมควร ตัวผมมีบ้านเพื่ออยู่อาศัยและทำกิจการค้าขายเล็กๆ ชีวิตดำเนินไปตามปกติ หลังจากมีการสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ ความเจริญมักจะมาพร้อมกับปัญหาต่างๆ หนึ่งในนั่นคือปัญหาจราจร
โครงการแก้ปัญหาจราจรในเขตลาดกระบังนี้ได้มีการริเริ่มประมาณปี2551 โดยทางเขตได้มีการเชิญชาวบ้านไปร่วมรับฟังความคิดเห็น มีการเสนอแนวทางแก้ปัญหาจราจรต่าง ซึ่งในการคุยกันตอนแรกไม่ใช่เป็นรูปแบบการก่อสร้างที่ดำเนินการอยู่ในตอนนี้ เเละหลังจากนั้นก็ได้มีการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นกันอีกหลายครั้ง ซึ่งผมก็ไปทุกครั้ง
หลังจากนั้นไม่นานมีเจ้าหน้าที่เข้ามาที่บ้านแจ้งว่าจะเวนคืนบ้านเรือนประชาชนเพื่อการขยายถนน โครงการอนุมัติแล้ว ผมเองก็ไปทุกครั้งยังแปลกใจว่าตอนประชุมไม่เคยได้ยินโครงการรูปแบบนี้ และชาวบ้านไปลงชื่อเห็นด้วยกับการสร้างโครงการตอนไหนถึงมีโครงการแบบนี้ออกมา ผมจะต้องโดนเวนคืนบ้านที่เป็นที่อยู่อาศัยและที่ทำกินของครอบครัวเรา
เหมือนฟ้าผ่าลงกลางหัวใจ ตกใจมากครับมีปัญหาใหญ่มาเยือนเราแล้ว แต่ชีวิตเราต้องเดินต่อ ผมและลูกน้องทุกคนมีครอบครัวที่ต้องรับผิดชอบ การเตรียมรองรับปัญหาจึงเกิด ผมจำเป็นต้องไปหาเช่าที่ทำร้านสำรองไว้ก่อน หาซื้อบ้านไว้อยู่อาศัยเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ เตรียมพร้อมรับกับปัญหา ยอมแบกภาระ2ร้าน เพื่อความมั่นใจว่าจะมีที่อยู่อาศัย มีที่ค้าขายประคองกิจการของเราให้ไปได้ต่อ
วันเวลาผ่านไปก็ไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย ท่ามกลางข่าวว่าจะไม่มีการเวนคืน
หนังสือพิมพ์ก็มีข่าวลงทำให้ชาวบ้านคิดว่าไม่มีอะไรแล้ว แต่ในปี 2561 มีการออกพระราชกฤษฎีกา เวนคืนที่ดิน เเละในต้นปี 2562 มีเจ้าหน้าที่ออกสำรวจวัดพื้นที่ เพื่อทำการประเมินราคาเวนคืน ครั้งนี้คงจะโดนจริงๆแล้ว เราจำเป็นต้องย้ายจริงๆแล้ว เจ้าหน้าที่มาเข้าๆออกๆบ้านเราอยู่หลายครั้งหลายหน แต่ขั้นตอนการเวนคืนก็ดำเนินการไปอย่างช้าๆตามแบบฉบับของราชการ ความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างเริ่มมีให้เห็นแต่การเวนคืนไม่คืบหน้าไปถึงไหนเลย
เมษายน2565 มีเจ้าหน้าที่มาพร้อมนายช่างที่ดูเรื่องงานก่อสร้าง มาที่บ้านเพื่อชี้จุดจะเวนคืนว่าจะกินพื้นที่ของบ้านไปถึงจุดไหน เพื่อให้เจ้าของบ้านรับทราบ นัดเซ็นสัญญากันและได้ไปที่ดินเพื่อทำการขอรังวัดที่ดินกันในวันที่ 28 เมษายน 2565 โดยที่ดินได้นัดเข้าพื้นที่ทำรังวัดในวันที่ 15 สิงหาคม 2565 ไม่ว่าเต็มใจหรือไม่ก็เราก็ต้องปฏิบัติตามกฏหมาย
ผ่านมาถึงในวันที่ 19 พฤษภาคม 2565 มีเจ้าหน้าที่เข้ามาบอกกับชาวบ้านว่า ดีใจด้วยรัฐไม่เวนคืนแล้ว ไม่ใช้ที่ดินตรงนี้แล้ว แต่ชาวบ้านไม่ดีใจด้วยนะ เพราะหลายบ้านรวมถึงผมได้หาที่อยู่ใหม่แล้ว มีหนี้สินจากการซื้อบ้านแล้ว ถามว่าทำไมถึงไม่รอให้จบเวนคืนค่อยซื้อ เพราะการซื้อบ้านหรือที่ดินไม่ได้ดำเนินการได้เร็วที่ไหน หลังจากได้รับเอกสารเวนคืนแน่ชัดแล้วว่าจะโดนเวนคืน ก็จำเป็นต้องเตรียมที่ไปให้พร้อมแล้วยิ่งมีเซ็นสัญญาแล้ว จะกลับไปกลับมาได้อย่างไรชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ยอม
ทางเจ้าหน้าที่จึงออกจดหมายนัดชาวบ้านไปประชุมกันที่ดินแดง วันที่ 27 มิถุนายน 2565 ได้ข้อสรุปว่าจะดำเนินการตามแผนเดิม วันที่ 29 มิถุนายน 2565 เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่แล้วแจ้งว่าจะเวนคืนเข้ามา1เมตร บางบ้านที่หน้าบ้านเหลือที่น้อยก็ติดประตูบ้าน เปิดประตูก็เจอถนนแบบนั้นเหรอ ทำแบบนี้เพื่ออะไร? สรุปชาวบ้านไม่ยอม
1กรกฏาคม 2565 ประชุมกันอีกครั้ง ได้ข้อสรุปว่าดำเนินการตามเดิม มีคำถามว่าแผนการเวนคืนและก่อสร้างเปลี่ยนได้เป็นว่าเล่นแบบนี้ได้ด้วยเหรอครับ เพราะจากวันที่นายช่างมาชี้จุดเวนคืนว่าจะทุบถึงตรงไหน เราเซ็นสัญญากัน แล้วไปที่ดินขอรังวัดกันเรียบร้อย ไม่กี่วันกลับมาบอกว่า ไม่เวนคืนแบบเหมือนเด็กเล่นขายของแบบนี้ก็ได้หรือครับและพอชาวบ้านไม่พอใจ เจ้าหน้าที่ก็บอกงั้นเวนคืนเหมือนเดิมก็ได้ ทำแบบนี้ก็ได้หรือ แบบการก็สร้างอยู่ที่ใครกำหนด ไม่ได้มีแบบแผนที่ชัดเจนอย่างนั้นหรือ
หลายคนคงสงสัยว่าเวนคืนช้าๆก็ดีซิ แต่สำหรับคนจะโดนเวนคืนคือไม่ดีแน่ เพราะเราจะเดินหน้าไปต่อจะทำอะไรก็ไม่ได้ บ้านเราอีกไม่นานจะโดนทุบทิ้งเราจะซ่อมแซมปรับปรุงใดๆ ก็ไม่มีใครมาจ่ายส่วนนี้ให้เรา จนบ้านโทรมบ้านรั่วฝนตกน้ำรั่วเข้าบ้าน บางบ้านพื้นแตกจนจะเดินไม่ได้ สภาพเเวดล้อมของบ้านเราเป็นเหมือนเมืองร้าง การเดินทางไม่สะดวก ทำให้ลูกค้าไม่สะดวกเดินทางมาทำงาน เบื่อรถติดบางส่วนกลัวอันตรายจากการก่อสร้าง ทำให้งานลดลงอย่างเห็นได้ชัด
เกิดผลกระทบต่อกิจการของผมมากจริงๆ ยิ่งเกิดเหตุก่อสร้างสะพานถล่มแล้วยิ่งกระทบเป็นอย่างมาก ลูกค้าไม่กล้าเดินทางมา และหยุดการก่อสร้างอย่างไม่มีกำหนด ทำให้การก่อสร้างยืดยาวออกไปอย่างไม่มีกำหนด ส่งผลกระทบกับการทำมาหากินอย่างมาก
แต่ถึงอย่างนี้ก็ต้องทนอยู่เพราะทำอะไรไม่ได้ ขณะนี้ก็ยังพิจารณาค่าชดเชยไม่เสร็จเสียที ทั้งที่เวลาผ่านมากว่าหลายปี จนเลยกำหนดการก่อสร้างสะพานไปแล้ว มีคำตอบจากเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลค่าชดเชยอาคารว่า ได้ยื่นราคาให้หัวหน้าแล้วแต่สูงไปต้องต่ำกว่านี้ ฟังแล้วท้อใจจริงๆ ผลประโยชน์การชดเชยของการเวรคืน ที่ขึ้นชื่อเรื่องความไม่เป็นธรรมมาแต่โบราณกาลที่เราๆเคยได้ยินมา เช่น
เวนคืน = เวรกรรม
เวนคืน = โคตรซวย
เวนคืน = โดนปล้นหายไปครึ่งบ้าน
เรื่องราวต่างๆนานาที่เราเคยได้ยินมา มันกำลังจะเกิดกับเราอย่างนั้นหรือ เราอยู่ของเราดีๆ กฏหมายกำหนดให้เราต้องเป็นผู้เสียสละเพื่อความเจริญของส่วนรวม แต่ส่วนรวมทำกับผู้เสียสละอย่างนี้หรือ ผมต้องทิ้งที่ทำกินที่ปักหลักมากว่า 30ปี ไปที่ใหม่ แล้วที่ใหม่ก็ใช่ว่าจะค้าขายได้เหมือนตรงนี้ และที่สำคัญค่าชดเชยมันพอจะซื้อตรงไหนได้ไหมพวกคุณคิดกับประชาชนแบบนี้หรือครับ ผมก็มีครอบครัวลูกเมีย มีลูกน้องหลายคน ต้องรับผิดชอบนะ มันทำให้ชาวบ้านอย่างเราท้อแท้และสิ้นหวังจริงๆ
การเวนคืนก็ยังไม่มีคำตอบใดๆว่าจะจบเมื่อไหร่ ผลกระทบของผมมันไม่ใช่แค่การถูกเวนคืนเอาบ้านไปแค่นั้น แต่เป็นเรื่องระยะเวลาที่ถูกเลื่อนออกไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยแทบไม่เห็นจุดสิ้นสุด
การก่อสร้างสะพานมรณะแห่งนี้ไม่ได้มีแต่อุบัติเหตุที่ทำให้มีคนบาดเจ็บล้มตายบ้านเรือนเสียหายเท่านั้น แต่ยังมีการเวนคืนที่ทำให้ชาวบ้านอย่างเรารอวันตายไปด้วย นี่คงเป็นเพียงปัญหาของชาวบ้านตัวเล็กๆที่ได้รับผลกระทบอย่างมาก
และก็ยังมีที่เเอบกังวลถึงมาตรฐานการก่อสร้างจะเป็นยังไงกับข่าวที่ออกมาที่ทุกคนได้รับรู้ และที่ไม่เป็นข่าวแต่ชาวบ้านอย่างเรารู้ เช่นรถแทรคเตอร์ตกสะพานหนองปรือขณะทุบสะพาน มีคานที่ทุบล้มลงมาด้วย ยังดีที่ติดเสาสะพานก่อนไม่งั้นตกไปในถนน คงเป็นข่าวใหญ่ บ้านเราอยู่ตรงนั้น พวกเราจะอยู่ด้วยความปลอดภัยได้หรือไม่ ไม่นับรวมน้ำปูนร่วงใส่รถขณะขับผ่าน ยังดีที่เป็นน้ำปูนถ้าเป็นแท่งปูนคงไม่ได้มาพิมพ์บอกทุกคนตรงนี้แล้วครับ
ปัญหาชาวบ้านอย่างเราคงเป็นเหมือนแค่ขยะชิ้นเล็กๆชิ้นหนึ่งที่อยู่ใต้พรมแห่งรัฐ โดยที่ผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายพยายามหมกซ่อนขยะไว้ไม่ให้ผู้ผ่านไปมาเห็นความสกปรกเท่านั้นเอง

