ทนายเดชา เผย 2 ช่องทางสู้คดี หลัง ‘สไปรท์’ แร็พเปอร์ดัง โดนต้นสังกัดเก่าฟ้อง 14 ล้าน ระบุทำมาหลายคดีแล้ว ส่วนใหญ่ถอนฟ้องหรือยกฟ้อง
หลังจากนายนิติธร แก้วโต หรือทนายเจมส์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุสงสารจับใจเลยครับ น้องสไปรท์ หรือศุกลวัฒน์ พวงสมบัติ นักร้องยอดกตัญญู โดนต้นสังกัดเก่าฟ้องเรียกค่าเสียหาย 14,000,000 บาท ได้รับหมายเรียกทั้งครอบครัวถ้วนหน้า 3 คน พ่อแม่ลูก ฉ่ำเลย
ตามคำฟ้องอ้างว่า น้องผิดสัญญาว่าจ้างศิลปิน ทั้งที่ฝ่ายพ่อของน้องสไปรท์ ขอยกเลิกสัญญาไปแล้ว ก่อนจะผลักดันตัวเองให้มีชื่อเสียงระดับโลก คงต้องฟาดกันด้วยพยานหลักฐานครับ ผิดถูกยังไง ให้ศาลวินิจฉัยกันไป
สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในวงการเพลง ด้วยผลงาน เพลงทน ยอดวิวพุ่งทยาน 420,000,000 กว่าวิว จนติดอับดับ 89 ในชาร์ต Billboard Global ซึ่งสไปรท์เป็นหนึ่งในศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานเพลงนี้ เป็นหนึ่งในแร็พเปอร์ที่อายุน้อยที่สุดคนหนึ่งในประเทศไทย และ น้อยนักที่เพลงของศิลปินในประเทศไทยจะติดชาร์ต Billboard Global
โดยวันที่ 17 มิถุนายน 2567 ขึ้นศาลนัดแรกครับ คดีนี้น่าจะเป็นคดีแรกที่ผมเคยเห็นศิลปิน ถูกต้นสังกัดเก่าฟ้องเรียกค่าเสียหาย ด้วยทุนทรัพย์สูงมากขนาดนี้
สำหรับความคืบหน้า วันที่ 17 มิ.ย.67 เพจ ทนายคลายทุกข์ ของทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ โดยโพสต์ถึงกรณีดังกล่าวว่า “ต้นสังกัดฟ้องนักแสดง 14 ล้าน ผมเคยทำคดีประเภทนี้มาแล้ว ส่วนใหญ่ถอนฟ้อง หรือไม่ก็ยกฟ้อง เพราะ #เป็นสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ”
นอกจากนี้ยังคอมเมนต์ในโพสต์ดังกล่าวด้วยว่า บทวิเคราะห์ทางกฎหมายจากทนายเดชา คดีเกี่ยวกับการผิดสัญญานักแสดง ทนายเดชาทำมาหลายคดีแล้ว ส่วนใหญ่ถอนฟ้องหรือยกฟ้อง เพราะข้อสัญญามีการกำหนดค่าปรับไว้จำนวนนับสิบล้าน ซึ่งเป็นการกำหนดเบี้ยปรับที่ไม่เป็นธรรม
เป็นการเอาเปรียบนักแสดง ในขณะเดียวกันในสัญญาไม่ได้กำหนดสิทธิ์ให้นักแสดงสามารถปรับต้นสังกัดได้แต่อย่างใด สัญญาประเภทนี้เรียกว่าสัญญาทาส ผมเชื่อว่านักแสดงทุกคนสามารถต่อสู้คดีได้ไม่ยากครับ จากประสบการณ์ที่ผมเคยทำคดีประเภทนี้