เปิดวิธีสมัคร ยืนยันตัวตน แอพฯ ทางรัฐ รอลงทะเบียน ดิจิทัลวอลเล็ต 1 ส.ค. รับเงินดิจิทัล 1 หมื่น ขั้นตอนง่ายๆ หลังรัฐบาลเตรียมให้ใช้จ่ายในไตรมาส 4

หลังจากชัดเจนแล้ว สำหรับโครงการ ดิจิทัลวอลเล็ต เมื่อกระทรวงการคลัง ประกาศและกำหนดไทม์ไลน์การลงทะเบียนรับสิทธิ ดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบ้าน ระหว่างวันที่ 1 ส.ค.-15 ก.ย. 2567 ผ่านแอพ ทางรัฐ

ข่าวสดออนไลน์ จึงได้รวบรวมขั้นตอนและวิธีดำเนินการตั้งแต่โหลดแอพพลิเคชัน ทางรัฐ ในขั้นตอนแรก ไปจนถึงการยืนยันตัวตนใช้งานแอพให้เรียบร้อย เพื่อรอลงทะเบียนดิจิทัลวอลเล็ตตาม

1.ดาวน์โหลดแอพฯ ทางรัฐ

iOS (คลิก)
แอนดรอยน์ (คลิก)

2.สมัครเข้าใช้งานแอพฯ ทางรัฐ สามารถทำได้ 2 ช่องทางด้วยกัน ดังนี้

  • 1.สมัครเข้าใช้งานและยืนยันตัวตนผ่านแอพฯ โดยใช้บัตรประชาชน และการสแกนใบหน้า เมื่อยืนยันตัวตนเรียบร้อย ก็สามารถเข้าใช้บริการภาครัฐได้ทันที
  • 2.สมัครเข้าใช้งาน และสามารถเลือกยืนยันตัวตนได้หลากหลายช่องทาง ทั้งเคาน์เตอร์เซอร์วิสร้าน 7-eleven ทั่วประเทศไทย, เคาน์เตอร์ไปรษณีย์ไทย, ตู้บุญเติม, ตู้บริการอเนกประสงค์ภาครัฐ และแอพพลิเคชัน ThaID ได้อีกด้วย

ส่วน การเลือกยืนยันตัวตน ทำได้ถึง 5 ช่องทาง ดังนี้

1.ตู้บริการอเนกประสงค์ภาครัฐ ตู้คีออสก์ที่ให้บริการทั้งด้านข้อมูลและการลงทะเบียนต่างๆ ซึ่งตู้นี้ใช้ในการยืนยันตัวตนกับแอพพลิเคชัน ทางรัฐ ได้ ประชาชนต้องเตรียมบัตรประชาชนและโทรศัพท์มือถือ เพื่อดำเนินการยืนยันตัวตน เมื่อยืนยันตัวตนตามขั้นตอนที่แจ้งผ่านตู้แล้ว จะได้รับ QR Code เพื่อสแกนใช้งานแอพพลิเคชัน “ทางรัฐ” ถือว่าการยืนยันเสร็จเรียบร้อยภายในเวลาไม่นาน

สำหรับวิธีการยืนยันตัวตนผ่านตู้บริการอเนกประสงค์ของภาครัฐ ทำได้โดยการเตรียมบัตรประชาชนให้พร้อม จากนั้นเสียบบัตรเข้าไปที่ตู้บริการ เลือกเมนูเปิดใช้งาน ทางรัฐ แล้วทำตามวิธีบนหน้าจอ เท่านั้นก็สามารถยืนยันตัวตนได้เรียบร้อย

2.แอพลิเคชัน D.DOPA แอพพลิเคชันจากกรมการปกครอง ที่พัฒนาขึ้นเพื่อพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล ในชื่อว่า D.DOPA เป็นอีกช่องทางที่สามารถยืนยันตัวตนได้ง่ายๆ นอกจากจะใช้ยืนยันตัวตนกับแอพฯ ทางรัฐ แล้ว แอพฯนี้ยังสามารถจองคิวใช้บริการกับทางภาครัฐ เช่น สำนักทะเบียนอำเภอ หรือสำนักทะเบียนท้องถิ่นทั่วประเทศได้อีกด้วย

สำหรับการยืนยันตัวตนแอพฯ ทางรัฐ ด้วย D.DOPA หากคุณเคยลงทะเบียนใช้บริการกับทางแอพฯ D.DOPA ก็สามารถลงทะเบียน “ทางรัฐ” ด้วยการกดที่ปุ่ม เข้าสู่ระบบด้วย D.DOPA ได้เลย

3.ตู้บุญเติม ตู้สีส้มที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยให้สังเกตตู้บุญเติมที่มีกล้องเล็กๆ ติดอยู่ที่ด้านบนของตู้ จะมีให้บริการยืนยันตัวตน e-KYC ซึ่งปัจจุบันมีให้บริการกว่า 2,000 จุดทั่วประเทศ

วิธีการยืนยันตัวตนผ่านตู้บุญเติม เพียงแค่เตรียมบัตรประชาชนและโทรศัพท์มือถือให้พร้อม จากนั้นเลือกเมนู ทางรัฐ บนหน้าจอ ตู้จะแนะนำให้เสียบบัตรประชาชนเพื่อยืนยันตัวตน และระบบจะส่ง SMS เพื่อดำเนินการต่อ ทางรัฐ ได้ทันที

สำหรับตู้บุญเติมได้เปิดให้บริการทั่วประเทศ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับตู้บุญเติมใกล้บ้านได้ทาง Call Center 1220 หรือสามารถตรวจสอบตู้บุญเติมที่สามารถยืนยันตัวตนใกล้บ้านได้ที่เมนู “สมัครที่ตู้บุญเติม” บนแอพฯ ทางรัฐ

4.ไปรษณีย์ไทยทุกสาขา เพียงแค่เตรียมบัตรประชาชนและโทรศัพท์มือถือ และแจ้งเจ้าหน้าที่เคาน์เตอร์ได้เลยว่าต้องการยืนยันตัวตนแอพพลิเคชัน ทางรัฐ หลังจากนั้นจะได้รับ SMS ที่ส่งลิงก์เพื่อให้ดำเนินการต่อทางแอพฯ เท่านี้ก็ดำเนินการให้เสร็จเรียบร้อยทันที

5.เคาน์เตอร์เซอร์วิส 7-Eleven ช่องทางใหม่ที่เพิ่งเปิดให้ยืนยันตัวตนผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส 7-11 ที่มีกว่า 13,000 สาขาทั่วประเทศ ก็สามารถยืนยันตัวตนแอพฯ ทางรัฐ ได้ เพียงกดที่เมนู ยืนยันตัวตนที่ 7-Eleven ระบบจะให้ระบุเลขบัตรประชาชนและหมายเลขโทรศัพท์ เพื่อสร้างเป็น QR Code จากนั้นแจ้งกับพนักงานที่สาขาว่าต้องการยืนยันตัวตน ทางรัฐ พนักงานก็จะสแกน QR Code ซึ่งระบบจะส่ง SMS เพื่อให้เรายืนยันตัวตนผ่านทางแอพฯ ทางรัฐ

สำหรับผู้ที่เคยลงทะเบียนและยืนยันตัวตนผ่านทางรัฐแล้ว

  • 1.เปิดแอพฯทางรัฐ
  • 2.กดปุ่ม “ลงทะเบียนรับสิทธิโครงการฯ ที่หน้าแรกของแอพฯ ทางรัฐ
  • 3.กดอนุญาตให้แอพพ์เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล
  • 4.อ่านรายละเอียดเงื่อนไขผู้ได้รับสิทธิและดำเนินการต่อ
  • 5.อ่านและยอมรับเงื่อนไขโครงการฯ และดำเนินการต่อ
  • 6.เสร็จแล้ว รอฟังผลอนุมัติวันที่ 22 ก.ย.2567

สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยลงทะเบียนและยืนยันตัวตนผ่านทางรัฐแล้ว

  • 1.เปิดแอพฯทางรัฐ
  • 2.กดปุ่ม “ลงทะเบียนรับสิทธิโครงการฯ ที่หน้าแรกของแอพฯ ทางรัฐ
  • 3.อ่านรายละเอียดเงื่อนไขผู้ได้รับสิทธิและดำเนินการต่อ
  • 4.อ่านและยอมรับเงื่อนไขโครงการฯ และดำเนินการต่อ
  • 5.อ่านและยอมรับเงื่อนไขของแอพฯ ทางรัฐ
  • 6.ทำการกรอกเลขบัตรประชาชนและเลขหลังบัตรประชาชน เพื่อดำเนินการต่อ
  • 7.ทำการกรอกข้อมูลส่วนบุคคลตามบัตรประชาชน เพื่อดำเนินการต่อ
  • 8.เตรียมพร้อมสำหรับการยืนยันอัตลักษณ์ (e-KYC)
  • 9.ดำเนินการตามคำแนะนำของระบบในการยืนยันอัตลักษณ์ (KYC)
  • 10.เมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นระบบจะนำเข้าสู่ขั้นตอนถัดไป
  • 11.ระบบรับข้อมูลการลงทะเบียน
  • 12.ระบบตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคล (ในขั้นตอนนี้ผู้ใช้งานสามารถ ปิดแอพฯและกลับเข้ามาตรวจผลได้ภายหลัง)
  • 13.เมื่อระบบตรวจสอบข้อมูลเสร็จสิ้นสมบูรณ์ ระบบจะแจ้งให้ผู้ใช้งานสร้างบัญชีผู้ให้
  • 14.ผู้ใช้งานทำการกำหนดบัญชีผู้ใช้และรหัสผ่านของแอพฯ ทางรัฐ และกดปุ่มยืนยัน
  • 15.ทำการตั้งค่า Pin Code สำหรับเข้าใช้งานแอพฯ ทางรัฐ
  • 16.เสร็จแล้ว รอฟังผลอนุมัติวันที่ 22 ก.ย.2567

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน