สายชอบดื่มชาไทย หรือ ชาเย็น ห้ามละเลย แพทย์ออกโรงเตือน ควรดื่มแบบหวานน้อย เพื่อรักษาสุขภาพ เนื่องจากชาไทยหวานปกติมีน้ำตาลเกินที่ร่างกายต้องการ
กระแส ‘ชาไทย’ หรือ ‘ชาเย็น’ ยังคงแรงดีไม่มีตก เพราะเป็นเครื่องดื่มที่ทั้งคนไทยและคนต่างชาติต่างยกย่องว่าอร่อย และควรค่าแก่การลิ้มลองสักครั้ง แต่เมื่อได้ลอง บางคนก็อดใจไม่ไหว ต้องดื่มทุกวัน
แถมปัจจุบัน ชาไทย ยังถูกนำไปแปรรูปอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นไอศกรีม น้ำแข็งไส ขนมปัง ขนมเค้ก และอื่น ๆ มากมาย เสน่ห์ของชาไทยจะใส่นมข้นหวาน น้ำตาลหรือนมสด เพื่อให้มีกลิ่นหอม รสชาติกลมกล่อม
นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวเกี่ยวกับประเด็นนี้ว่า “ในแต่ละวันร่างกายไม่ควรได้รับน้ำตาลที่มากเกิน 6 ช้อนชา
ดังนั้นหากดื่มบ่อยหรือเป็นประจำทุกวันจะทำให้เกิดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น เบาหวาน หลอดเลือดสมองและหัวใจ มะเร็ง ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และโรคอ้วนลงพุงได้
วิธีดื่มชาไทยแบบใส่ใจสุขภาพคือควรสั่งแบบหวานน้อย ใส่น้ำตาลไม่เกิน 2 ช้อนชา รวมทั้งความหวานอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นนมข้น น้ำผึ้ง น้ำเชื่อม หรือไซรัปในเครื่องดื่มชงเย็นทุกประเภทไม่เกิน 2 ช้อนชาเช่นเดียวกัน”
นอกจากนี้ยังมีวิธีรักษาสุขภาพเพิ่มเติมสำหรับคนชอบดื่มน้ำหวานเป็นประจำ ดังนี้
- ปรับเลือดที่หนืดข้นให้หายข้นด้วยการเพิ่มน้ำเข้ากระแสเลือด โดยทานน้ำอุ่น 8 – 10 แก้ว ทุกวัน
- ทำให้เลือดไหลเวียนสะดวกอย่างต่อเนื่องด้วยการออกกำลังเป็นประจำ
- ไม่กินเนื้อสัตว์ ของทอด ของหวานจัด เพราะ ทำให้เกิดอนุมูลอิสระปริมาณมากจนทำให้หลอดเลือดแข็ง หรือ ตีบตันได้ง่าย

