บิ๊ก พีรมณฑ์ ข้องใจ โลโก้ชาร้านดัง คล้ายรูปปฏิทินเหล้า ลั่นแทบจะถอดลายเส้น ลั่นจะไปไล่ฟ้องลิขสิทธิ์คนอื่น หันดูสินค้าตัวก่อน
จากกรณีดราม่าร้านดังจดทะเบียน “ปังชา” สงวนสิทธิ์ห้ามลอกเลียนแบบ ร้านชื่อเหมือนโดนเรียก 102 ล้าน และเหมือนประเด็นนี้จะไม่จบลงง่าย ๆ เมื่อมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ออกมาโพสต์ว่า “ก่อนจะไปไล่ฟ้องลิขสิทธิ์คนอื่น หันมาดูรูปโลโก้ สินค้าร้านตัวเองก่อนมั้ย
ภาพวาดลายเส้นหญิงชุดไทยนั่งพับเพียบ เกล้าผมมวยพันอก ทัดดอกไม้ ใส่สร้อยคอ ยื่นมือขวาเหยียดยาว นั้นน่ะ คิดเองเหรอ หรือเอาแบบจากที่ไหน มาวาด ? ภาพนี้ จาก ปฏิทินรีเจนซี่2550 ผลงานออกแบบชุดไทย และ การจัดวางลีลาท่าทาง โดยผมเอง #อาภรณ์งามสตูดิโอ”
ล่าสุดเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 31 ส.ค.2566 นายพีรมณฑ์ ชมธวัช ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องแต่งกายไทยโบราณ และเป็น Costume Designer ให้กับ ปฏิทินชุดไทยเหล้ายี่ห้อดัง เมื่อปี พ.ศ. 2550 ได้เปิดเผยกับ ‘ข่าวสดออนไลน์’ ว่า เมื่อ 16 ปีที่แล้วตนเองเป็นผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ ทรงผม รวมถึงกับออกแบบท่าทางให้กับนางแบบในปฏิทินดังกล่าว
ส่วนสาเหตุที่ตนเองนำภาพดังกล่าวมาโพสต์ และมีการตั้งคำถามดังกล่าวเนื่องจากว่า ตนเองได้บังเอิญเห็นดราม่าร้าน ‘ปังชา’ และมีการพูดถึงการจดสิทธิบัตรโลโก้ที่เป็นลายเส้นชุดไทย รวมถึงโลโก้บนขวดชานำกลับบ้าน ที่ทำให้ตนเองรู้สึกเอะใจว่าทำไมมันถึงคล้ายกับรูปถ่ายของปฏิทินชุดไทยเหล้ายี่ห้อดัง ที่ตนเองเป็น Costume Designer ให้ แทบจะถอดลายเส้นจากรูปภาพไปเลย ไม่ใช่เฉพาะแค่เครื่องแต่งกายเท่านั้น ยังรวมถึงพร็อพประกอบฉากต่าง ๆ ก็คล้ายมาก
ตนเองเลยอยากจะถามให้สังคมดูว่ามันเหมือนหรือไม่อย่างไร และสงสัยว่าคนวาดได้รับแรงบันดาลจากภาพนี้ไปหรือไม่ ตนมองว่าร้านดังควรกลับหันมาดูโลโก้ร้านตัวเองก่อนจะดีกว่ามั้ย มีที่มาอย่างไร วาดเองหรือมีแรงบันดาลใจมาจากไหน ทั้งนี้อาจจะแค่บังเอิญก็ได้ เพียงแต่ว่ามันคล้ายมากเท่านั้นเอง แต่หากว่าได้รับแรงบันดาลใจมาจากรูปปฏิทินดังกล่าวจริง ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีที่ว่าผลงานตนเองนั้นดีถึงขั้นเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นได้
งานของเราสามารถมีอิทธิพลต่อใจเขาได้ขนาดนั้นเลยนะ อีกทั้งปฏิทินดังกล่าวก็ทำเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมไทย การเผยแพร่การแต่งกายไทยให้เป็นที่แพร่หลายในสังคมไทย ซึ่งหากใครจะนำไปต่อยอดในงานก็ทำได้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องถามนักกฎหมายว่าทำได้ถึงขั้นไหน สามารถทำให้เหมือนเลยได้มั้ย หรือ การนำภาพถ่ายมาเขียนเป็นลายเส้น มันสามารถทำได้หรือไม่
ส่วนเรื่องดราม่าดังกล่าวตนเองก็ขอให้เป็นเรื่องของกฎหมายดีกว่า ทั้งนี้ที่ออกมาเคลื่อนไหวเพียงเพราะอยากจะให้สังคมช่วยกันดูว่าสิ่งไหนทำได้ สิ่งไหนทำไม่ได้แค่นั้นเอง
