สบายใจได้ คลังเล็งทบทวน รัศมี 4 กิโลเมตร ดิจิทัลวอลเล็ต เล็งปรับยืดหยุ่น มั่นใจคนจับจ่ายคึกคักแน่นอน คาดหมดหมื่นบาทตั้งแต่อาทิตย์แรก
วันที่ 8 ก.ย.2566 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง เปิดเผยว่า ทันทีที่เริ่มดำเนินโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท มั่นใจว่าประชาชนอาจใช้จ่ายอย่างคึกคัก ประเมินว่าภายใน 1-2 สัปดาห์แรก มีโอกาสที่ส่วนใหญ่จะใช้จนครบวงเงิน 1 หมื่นบาทด้วย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีในการช่วยกระตุ้นการใช้จ่าย และจะมีผลดีกับภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก
สำหรับรายละเอียดและเงื่อนไขต่าง ๆ ในโครงการ อาทิ การกำหนดให้ใช้จ่ายกับร้านค้าในรัศมี 4 กิโลเมตร ตามที่อยู่ในทะเบียนบ้าน เป็นต้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาถึงความเหมาะสม ซึ่งยืนยันว่ารายละเอียดและเงื่อนไขจะมีการกำหนดให้มีความยืดหยุ่นและเหมาะสมมากยิ่งขึ้น เพื่อให้เอื้อและสะดวกต่อการใช้จ่ายของประชาชน โดยยังต้องรอหารือถึงแนวทางต่าง ๆ กับหน่วยงานที่รับผิดชอบด้วย
“ตอนนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการในส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด มีการหารือกับทุกฝ่าย เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน โดยเฉพาะเงื่อนไขเรื่องการกำหนดใช้จ่ายกับร้านค้าในรัศมี 4 กิโลเมตร ซึ่งจะมีการปรับให้ยืดหยุ่นมากขึ้น ยังไม่อยากให้ทุกฝ่ายต้องกังวล อยากให้รอดูก่อน” นายจุลพันธ์ กล่าว
นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงแหล่งเงินที่จะนำมาใช้ในการดำเนินโครงการดิจิทัลวอลเล็ต วงเงิน 5.6 แสนล้านบาท ว่า มีการพูดถึงหลาย ๆ ช่องทางที่จะสามารถนำมาใช้ได้ เช่น นำมาจากงบประมาณของรัฐบาลทั้งหมด จากการจัดเก็บรายได้ที่สูงกว่าเป้าหมาย รวมถึงการหยุดจ่ายเงินในส่วนท็อปอัพในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เช่น ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า เป็นต้น ซึ่งหลายส่วนจะทยอยหมดอายุลง ตรงนี้ก็จะไม่มีการต่อให้ และจะดึงวงเงินมาใช้ในโครงการดิจิทัลวอลเล็ตแทน
ส่วนเงินอุดหนุนที่ผู้ถือบัตรจะได้คนละ 300 บาทนั้น ยังได้ตามปกติ เนื่องจากมีการกันวงเงินงบประมาณไว้เรียบร้อยแล้ว และอีกส่วนที่อยู่ระหว่างการหารือคือการใช้วงเงินตามมาตรา 28 ตามกรอบพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วินัยการเงินการคลัง แต่ยืนยันว่าไม่ได้มีการดึงเงินของรัฐวิสาหกิจมาใช้แน่นอน รวมถึงไม่เคยมีการหารือถึงการขายหุ้นกองทุนรวมวายุภักษ์เพื่อมาใช้ในโครงการดังกล่าวด้วย โดยรายละเอียดทั้งหมดยังอยู่ระหว่างการหารือ แต่มีช่องที่จะดำเนินการได้อย่างแน่นอน
นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของการหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นั้น เบื้องต้นได้รับการยืนยันว่าสามารถดำเนินการได้ และไม่จำเป็นต้องมีการออกเกณฑ์ หรือแก้เกณฑ์อะไร เนื่องจากเป็นการจ่ายเงินผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชน และเงินที่อยู่ในดิจิทัลวอลเล็ตนั้นก็มีมูลค่าสิทธิ์เทียบเท่ามูลค่าเงินบาท คือ 1 บาทดิจิทัล เท่ากับ 1 บาท และดิจิทัลวอลเล็ตที่รัฐบาลดำเนินการ ก็ไม่ใช่สกุลเงินดิจิทัล จึงไม่สามารถนำไปเก็งกำไรได้

