ภัยเงียบใกล้ตัว! หมออารักษ์เปิดอุทาหรณ์ คนไข้ปวดศีรษะฉับพลัน คลื่นไส้ เริ่มพูดจาสับสน เจอเส้นเลือดในสมองโป่งพอง
นายแพทย์อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ออกมาเล่ากรณีศึกษาของภัยเงียบที่มากับอาการปวดศีรษะเฉียบพลันผ่านเพจเฟซุบ๊ก Arak Wongworachat
โดยผู้ป่วยชายรายหนึ่งอายุ 32 ปี น้ำหนักประมาณ 170 กิโลกรัม ญาติให้ประวัติว่าขณะนั่งรับประทานอาหารเช้า มีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงทันทีทันใด เหมือนมีอะไรเข้าไปอยู่ในศีรษะ, พูดจาสับสน, ซึมลง, คลื่นไส้, อาเจียน, แขนขาอ่อนแรงจนต้องล้มตัวลงนอนกับพื้น
เบื้องต้นญาติที่นั่งอยู่ด้วยตกใจอย่างมากจึงรีบช่วยเหลือโดยการบีบนวดตามแขนขา ซึ่งทางผู้ป่วยเริ่มไม่พูด เอามือกุมศีรษะตลอดเวลา จากนั้นญาติรีบนำส่งโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งใช้เวลาเดินทาง 40 นาที ต่อมาแพทย์ห้องฉุกเฉินประเมินอาการเบื้องต้น สงสัยมีภาวะผิดปกติทางสมอง วัดความดันสูงได้ 200/120 mmhg ซึ่งเป็นค่าความดันสูงมาก
เมื่อสอบประวัติพบว่า คนไข้ไม่เคยรักษามาก่อน คิดว่าอายุน้อย คงไม่มีโรคความดันโลหิตสูง โดยทางทีมแพทย์ให้การดูแลเบื้องต้นด้วยยาลดความดัน ช่วยการหายใจ และส่งเอกซ์เรย์คอมพิวเตอร์สมองทันที
จากภาพรังสีพบว่ามีเส้นเลือดในสมองโป่งพอง เส้นเลือดปริแตก มีเลือดกระจายไปสู่เนื้อสมอง พร้อมทั้งขยายเป็นวงและรอบเส้นเลือดที่แตกจึงปรึกษากับศัลยแพทย์ระบบประสาทและสมอง เพื่อเตรียมการผ่าตัดในทันที ก่อนที่เลือดออกในเนื้อสมองมากขึ้น จะส่งผลให้เนื้อสมองขาดเลือดเป็นวงกว้างไปมากกว่านี้
ภายในเวลา 30 นาที ต่อมา ผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดเปิดกะโหลกศีรษะ ซึ่งแพทย์ใช้เทคนิคการผ่าตัดด้วยการใส่เครื่องมือเข้าไปในจุดที่เส้นเลือดโป่งพองแตก ใช้คลิปหนีบที่บริเวณเส้นเลือดโป่งพอง (clipping) เป็นวิธีการห้ามไม่ให้มีเลือดผ่านเข้าไปบริเวณที่มีการโป่งพองอีก ส่วนการผ่าตัดสมองต้องใช้กล้องจุลทรรศน์ที่มีกำลังขยายสูงเพื่อให้มองเห็นได้ชัดเจนและการผ่าตัดสำเร็จด้วยดี
หลังผ่าตัดติดตามอาการใน 24ชั่วโมง ผู้ป่วยรู้สึกตัวดี ทำตามสั่งได้ ไม่สับสน ไม่มีอาการอ่อนแรง
นับเป็นการรักษาที่ประสบความสำเร็จ ด้วยความพร้อมของทีม มีเครื่องมือที่เพียงพอ การจัดการของทีมได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงการนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลโดยไม่ชักช้า
นอกจากนี้ หมออารักษ์ยังเผยว่า โรคเส้นเลือดสมองโป่งพอง ภัยเงียบที่มากับอาการปวดศีรษะเฉียบพลัน ทำให้พิการหรือมีความเสี่ยงเสียชีวิตได้ทันที หากรักษาไม่ทันท่วงที
ขอบคุณที่มาจาก Arak Wongworachat


