ถกสนั่น! แฮชแท็กอย่าโทษเกมติดเทรนด์ กรณีพบว่าเด็ก 14 ติดเกมแบทเทิลรอยัล ชี้ไม่ใช่ทุกคนที่เล่นเกมแล้วอยากก่อเหตุ ควรมองที่ปัญหาอื่น

จากกรณีสลดกลางกรุง เด็กชายวัย 14 ปีก่อเหตุยิงในห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน เบื้องต้นทราบว่ามีผู้ก่อเหตุมีประวัติติดเกมต่อสู้แนวแบทเทิลรอยัล จึงทำให้ประเด็นความรุนแรงกับเกมถูกหยิบโยงมาพูดถึงควบคู่กัน โดยอ้างว่าเป็นพฤติกรรมเลียนแบบเกม

อย่างไรก็ตาม บนโลกออนไลน์ได้เกิดประเด็นถกเถียงถึงเรื่องข้างต้น มีการติดแฮชแท็กอย่าโทษเกมขึ้น พร้อมพูดคุยเรื่องนี้อย่างดุเดือด เพราะหลายคนมองว่าการโทษเกมเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องและไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่ควรตีตราว่าเป็นความผิดของเกม เพราะเราควรแยกแยะและวิเคราะห์ได้ว่า สิ่งไหนคือเกมและสิ่งไหนคือความเป็นจริง

ดังนั้น “เกมไม่ใช่ข้ออ้างของการกระทำผิด” และ “ไม่ใช่ทุกคนที่เล่นเกมแล้วอยากก่อเหตุตาม” สิ่งที่ควรให้ความสนใจคือ “การอบรมเลี้ยงดู” และ “ปัญหาการถือครองปืน” เสียมากกว่า ว่าเหตุใดเด็กวัยเพียงเท่านี้ถึงได้มีความคิดก่อเหตุรุนแรงและสามารถหาซื้ออาวุธได้

โดยในปี 2020 สมาคมจิตวิทยาอเมริกัน (APA) ออกแถลงการณ์ว่า “ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มากพอที่จะเชื่อมโยงว่าเกมเป็นสาเหตุหลักของพฤติกรรมรุนแรง” และพฤติกรรมความรุนแรงเป็นปัญหาสังคมที่ซับซ้อนซึ่งอาจเกิดจากปัจจัยหลายประการประกอบกัน การเล่นเกมที่มีความรุนแรงอาจส่งผลต่อพฤติกรรมก้าวร้าวอย่างอื่นเสียมากกว่า เช่น การตะคอก

การโทษเกมว่าเป็นสาเหตุหลักนั้นไม่สมเหตุสมผลตามหลักวิทยาศาสตร์ ควรดึงความสนใจไปยังสาเหตุอื่น เช่น ประวัติความรุนแรง การเคยเป็นเหยื่อของความรุนแรง ซึ่งสิ่งนี้มีผลวิจัยที่ชี้ชัดว่าทำให้เกิดพฤติกรรมรุนแรงในอนาคตได้

นอกจากนี้ ศาสตราจารย์วิทนีย์ เดอแคมป์ จากภาควิชาสังคมวิทยา มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น มิชิแกน ได้เผยว่า การเล่นวิดีโอเกมไม่สามารถทำให้เด็กพฤติกรรมรุนแรงได้ ซึ่งสอดคล้องกับผลการศึกษาที่เผยแพร่ในวารสาร Royal Society ของอังกฤษที่ระบุว่า วัยรุ่นที่เล่นเกมที่มีความรุนแรงไม่มีการแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวไปมากกว่าวัยรุ่นที่ไม่ได้เล่นเกมในสหราชอาณาจักรเลย

ขอบคุณที่มา apa, cnn

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน