สายมูสายดูดวงฟังทางนี้ จ้างหมอดูมาสะเดาะเคราะห์ แต่ชีวิตไม่ดีขึ้นตามที่อวดอ้าง สามารถแจ้งความเอาผิดได้ ฐานฉ้อโกงประชาชน
ในยุคปัจจุบันผู้คนหันมาพึ่งพาการดูดวง เชื่อเรื่องโชคลางและพิธีกรรมมากขึ้น แต่อย่างที่รู้หมอดูคู่กับหมอเดา รู้หรือไม่ว่าหากเราจ้างหมอดูมาสะเดาะเคราะห์ แต่ชีวิตของเราไม่ดีขึ้นตามคำบอกกล่าว เราสามารถเอาผิดหมอดูคนนั้นได้!
โดย เพจทนายใกล้ตัว ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า ในประเทศไทยยังคงมีมิจฉาชีพจำนวนหนึ่งที่อาศัยความเชื่อและความไม่รู้ของผู้คน นำมาหากินโดยวิธีทุจริต หลอกลวงทรัพย์สินเงินทอง
กรณีดังกล่าวนี้ หากบุคคลที่อ้างตนเองว่ามีความรู้ความสามารถพิเศษ ไม่ได้มีความสามารถเสริมดวง เปลี่ยนแปลงโชคชะตาดังกล่าว แต่กับอวดอ้างความสามารถตัวเอง เพื่อเรียกรับเอาเงินจากผู้เสียหาย ย่อมเป็นการหลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ และได้ทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวง ย่อมเป็นการกระทำความผิดฐานฉ้อโกง
และหากบุคคลดังกล่าวได้หลอกลวงบุคคลทั่วไป ไม่ได้เฉพาะเจาะจงถึงกลุ่มบุคคลใดเป็นพิเศษ ก็ยังเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนอีกด้วย บรรดาผู้ถูกหลอกลวงที่ต้องสูญเงินไปเพราะมิจฉาชีพดังกล่าวก็ย่อมสามารถแจ้งความ หรือฟ้องดำเนินคดีกับชินแสหรือหมอดูได้ ตามแนวทางคำพิพากษาศาลฎีกา ดังต่อไปนี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1477/2549 จำเลยได้พูดบอกผู้เสียหายแต่ละคนว่า จำเลยสามารถทำพิธีสะเดาะเคราะห์รดน้ำมนต์ให้ผู้เสียหายทั้งแปด เพื่อให้ผู้เสียหายที่ 1 ถึงที่ 5 ซึ่งมีปัญหาเรื่องเงินหรือหนี้สินสามารถปลดหนี้สินและขายที่ดินหรือตึกได้ ส่วนผู้เสียหายที่ 6 ถึงที่ 8 ซึ่งมีปัญหาเกี่ยวกับการเจ็บป่วยปวดที่ขาและปวดเมื่อยที่เข่าจำเลยก็สามารถทำให้หายปวดหายเมื่อยได้ ทั้งที่ความจริงจำเลยไม่สามารถกระทำการดังกล่าวได้
ผู้เสียหายที่ 1 ถึงที่ 8 หลงเชื่อจึงได้มอบเงินให้แก่จำเลย เพื่อให้จำเลยนำเงินไปซื้อแพะมาทำพิธีบวงสรวง การกระทำของจำเลยดังกล่าวจึงมีลักษณะเป็นการหลอกลวงผู้เสียหาย เมื่อการหลอกลวงดังกล่าวได้กระทำต่อผู้เสียหายทั้งแปด นายสมศักดิ์รวมทั้งบุคคลอื่นตามแต่วาระและโอกาส โดยไม่จำกัดประเภทบุคคล และหลอกลวงตามสถานที่ต่าง ๆ เช่น ที่บ้านของนาง ม. บ้านของผู้เสียหายที่ 1 บ้านของผู้เสียหายที่ 6 การกระทำของจำเลยเป็นการฉ้อโกงประชาชน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2746/2530 จำเลยทั้งสองทำน้ำมันมนต์ให้แก่ประชาชน โดยอ้างว่ารักษาโรคได้และเก็บเงินจากประชาชนที่มารับน้ำมนต์ไปคนละ 12 บาทเป็นค่าครู ซึ่งจำเลยทั้งสองก็รู้ว่าน้ำมนต์นั้นไม่ใช่ยารักษาโรค แต่จำเลยทั้งสองกลับอวดอ้างว่าเด็กชาย ว. บุตรของจำเลยทั้งสองเป็นอาจารย์น้อย เป็นคนมีบุญ เทพให้มาเกิดทำนองว่าเป็นผู้มีอิทธิฤทธิ์ ทำให้ประชาชนหลงเชื่อว่าน้ำมนต์นั้นศักดิ์สิทธิรักษาโรคได้อันเป็นการหลอกลวงประชาชนเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สิน การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน

