ของจริงไม่ได้โม้! ชาวเน็ตย้อนทุกวีรกรรมความเจ้าชู้ “สมรักษ์” ภรรยาโดนนอกใจ – ค้นเจอ “ถุงยาง” ในกระเป๋า มีคนจ้างหย่า 2 ล้าน

เรียกได้ว่ากำลังเป็นประเด็น ที่โลกออนไลน์กำลังให้ความสนใจ หลังน.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ได้แจ้งความให้ดำเนินการเอาผิดกับ “บาส-สมรักษ์ คำสิงห์” อดีตนักมวยโอลิมปิก ฮีโร่เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก 1996 หลังพาเข้าโรงแรมแล้วลงมือกระทำอนาจาร ท่ามกลางการวิจารณ์อย่างดุเดือด

ล่าสุดในโลกออนไลน์ ได้มีการขุดคำสัมภาษณ์ของ สมรักษ์ คำสิงห์ อย่างต่อเนื่อง

โดยย้อนไปปี 60 สมรักษ์ ได้จูงมือภรรยา ณ ตอนนั้น “อ้อย เสาวนีย์” มาเป็นแขกรับเชิญในรายการ เก้งกวางบ่างชะนี ซึ่งในรายการเผยว่า เคยถูกภรรยาจับได้ว่ามีถุงยางอนามัยอยู่ในกระเป๋า ขณะกลับมาจากต่างจังหวัด

โดยภรรยาเปิดเผยว่า “ช่วงได้เหรียญมาใหม่ๆ มันเป็นธรรมดาอยู่แล้ว เรายังคิดในใจว่าขนาดหาหน้าแบบนี้ยังจะมีคนเข้ามาอีกเหรอ บางทีก็มีคนโทรมา แสดงตัว เราก็เลยถามเขาลามมายังถึงเมียแล้ว จะเอายังไง? ซึ่งเขาก็บอกว่า ลุกลามแล้วเหรอ เขาก็ไปจัดการ

มันมีแบบว่ากลับมาจากต่างจังหวัด มีแบบถุงยางอนามัยอยู่ในกระเป๋าเสื้อผ้า เราจับได้ก็เขวี้ยงใส่หน้าเลย เราเลยบอกโรงแรมไม่มีขยะหรือไง ทำไมไม่ทิ้งที่โรงแรม”

จากนั้น สมรักษ์ ตอบกลับไปว่า “พกถุงยางไม่ดีเหรอ หรือจะไม่ให้ใส่”

ไม่เพียงแค่นั้น หนึ่งในคลิปสัมภาษณ์ครั้งอดีตของ ในรายการ Club Friday Show เมื่อเดือน ก.ค. 64 ที่มีการเปิดเรื่องราวชีวิตคู่อย่างหมดเปลือก วีรกรรมความเจ้าชู้ของสามี ที่มีเข้ามากวนใจอยู่นับครั้งไม่ถ้วน
แต่ก็สามารถผ่านมาได้ด้วยสติและความรักที่มีต่อลูก ๆ พร้อมยังเผย ถึงขนาดที่ว่ามีคนมาจ้างให้หย่า ถึง 2 ล้าน มาแล้ว

ด้านอ้อย เผยว่า “ตอนเขามีชื่อเสียงมากๆ ตอนนั้น ถ้าพูดถึงเรื่องผู้หญิงที่เล่า คือ เขาน่าจะจ้างคุณสมรักษ์หย่า 2 ล้านบาท คือเราก็บอกว่า 2 ล้านบาทไม่พอหรอก เพราะมูลค่าเขามากกว่านั้น

เพราะถ้าคุณเอาเขาไปคุณคุ้ม เราก็บอกเขาไปว่าสัก 10 ล้านบาทได้อยู่นะ เพราะตอนนั้นน่าจะประมาณปี 40 ได้ค่ะ เอาจริงๆ เรื่องพวกนี้ ผู้หญิงพวกนั้นมันขึ้นอยู่กับผู้ชาย ถ้าเขายังเลือกเราอยู่ เราจะมีความมั่นใจที่จะไปตอบโต้ อย่าไปคิดเลยว่าเราจะเลิกกัน

แต่ถ้าเราคิดว่าจะเลิกแล้วเราจะไปอยู่คนเดียวเราเลิก แต่ถ้าเลิกกันแล้วเราคิดอยากจะแต่งงานใหม่ เราอย่าเลิกดีกว่า เพราะว่าเราไม่รู้ว่าผู้ชายที่เราจะไปเจออีกเขาจะดีหรือไม่ดีอะไรอย่างนี้ค่ะ

แล้วอีกอย่างเขาเป็นพ่อของลูก เรามองว่าให้เขาอยู่กับลูกเรา เป็นพ่อของลูกเรามันอบอุ่นดีอยู่แล้ว เราไม่ต้องไปดิ้นรนอะไรเลย เพียงแต่ว่าเวลาที่เขาออกนอกลู่นอกทาง เราก็ตบๆ เข้ามา

เพราะว่ามันก็เป็นธรรมชาติของมนุษย์อยู่แล้ว แล้วเราก็บอกเขาว่าต่อให้เลิกกันยังไง หรือต่อให้เธอย้ายเอาของออกไปจากบ้านอะไรที่เป็นสมบัติของเธอมันมีอยู่ชิ้นเดียว คือ ทะเบียนสมรส

แล้วอยากจะไปมีเมียใหม่ไปมีเลย แต่ทะเบียนสมรสฉันกอดไว้ มันคือความสะใจของคนที่เป็นเมียหลวง เพราะคนที่เป็นเมียน้อยมันอยากได้อย่างเดียวเลยคือ ทะเบียนสมรส”


ที่เราทนได้เรื่องพวกนี้คือ เขาอาจจะเป็นสามีที่ดีไม่ได้ แต่เขาเป็นพ่อที่ดีของลูกมากๆ ถามว่าตอนนี้หยุดเจ้าชู้หรือยัง ตอนนี้เบสบอกว่าแม่ไม่ต้อง เดี๋ยวเบสจัดการเอง

แต่จริง ๆ ต่อให้ตอนนั้นที่เขาไม่หยุด ผู้หญิงทุกคนก็อยากเป็นหนึ่งคนที่เป็นเมียน้อย ก็คือ อยากเป็นเมียหลวงถูกไหมคะ ตอนนั้นต้องบอกว่าทะเบียนสมรสอันเดียวเลยค่ะ คือมันจะกำราบคนพวกนี้ไปเพราะเราอย่าหย่า

ต่อให้เขาอยากเลิกกับเราแค่ไหนเราก็อย่าหย่าเพราะมันคือว่าสะใจค่ะ แต่ยอมรับว่าเราก็ฟูมฟายเหมือนกันนะคะ

เราก็สาดเสียเทเสียเหมือนกัน แต่เรากับเขาก็มาคุยกัน ถ้าเขายังอยู่กับเราหมายถึงว่า เขายังเลือกอยู่กับเรา เราก็ไม่ต้องกลัวอะไรแล้ว เราก็ดึงเขาให้กลับมา แต่กลับมาในที่นี่คือกลับมาหมดเลยนะคะ เพราะทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับเราแล้ว

พอจะดึงเขากลับมาเนี่ยอันดับแรกเราต้องตั้งสติแล้วก็อย่างี่เง่า แล้วก็อย่าเอาผู้หญิงคนนั้นมาเปรียบเทียบ เพราะผู้หญิงพวกนั้นไม่ได้มีค่าอะไรเท่ากับเราเลย แล้วเราก็มองว่าสามีเราต้องการอะไร แล้วเราก็ต้องปฏิบัติกับเขาอย่างไรเพื่อที่จะให้เขากลับมาอยู่กับเรา แล้วพอเขากลับมาแล้วพออะไรมันดีขึ้น ความคิดอยากอยู่มันจะมาเอง”


ขณะที่สมรักษ์ เผยว่า “บ้านผมเป็นครอบครัวนักกีฬา ต้องรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย (หัวเราะ) ฟังไว้นะครับ อันนี้หลายครอบครัวบางทีมีปัญหา เอาอย่างภรรยาของผม รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ดีมากคือครอบครัวอยู่ยาว”

อย่างไรก็ตาม สมรักษ์ คำสิงห์ ก็ออกมาเปิดเผยว่า ปัจจุบันเซ็นใบหย่ากับภรรยามา ประมาณ 2 เดือนแล้ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน