สาวสุดทน พฤติกรรมคนขับรถตู้ พาผู้โดยสารเสี่ยงชีวิต สวมบทพลเมืองดี ขับตามรถกระบะชนคันอื่นแล้วหนี ถามความปลอดภัย อยู่ตรงไหน
วันที่ 23 ธ.ค. 2566 จากกรณีเพจ “อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part6” ได้ออกมาแชร์เรื่องราวของสมาชิกรายนึง ที่มีการโพสต์ร้องเรียน เกี่ยวกับพฤติกรรมของคนขับรถตู้โดยสารสาธารณะ ของบริษัทแห่งหนึ่ง พาผู้โดยสารเสี่ยงชีวิต เพราะด้วยความอารมณ์ร้อน ขับตามรถกระบะที่เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกับรถบัสและพยายามหลบหนี
คุณแก้ว (นามสมมติ) เจ้าของโพสต์ และเป็นหนึ่งในผู้โดยสาร เปิดเผยกับ “ข่าวสดออนไลน์” ว่า วันเกิดเหตุตนกำลังเดินทางไปเชียงใหม่ โดยใช้บริการรถตู้สาธารณะ ซึ่งโดยปกติแล้วจะใช้บริการเป็นประจำอยู่แล้วตั้งแต่เด็ก ๆ
แต่ขณะที่กำลังเดินทางก็มีรถบัสคันนึงและรถกระบะขับนำหน้าอยู่ เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกัน แล้วรถกระบะกำลังพยายามจะขับรถหลบหนี ซึ่งคนขับรถรถตู้คันที่ตนนั่งอยู่นั้นก็เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด และรถบัสคันที่เกิดเหตุก็เป็นบริษัทเดียวกันกับรถตู้คันที่ตนนั่งอยู่ด้วย
เมื่อเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดคนขับรถตู้ก็รู้สึกโมโหแล้วก็อยากขับตามคนขับกระบะ เพื่อจะจับส่งตำรวจ เขาจึงได้เลี้ยวรถกลับทันทีแล้วขับไล่ตามรถกระบะคันนั้น โดยที่ไม่สนใจผู้โดยสารที่นั่งอยู่เลย ซึ่งขณะนั้นได้ขับเร็วมาก ๆ และขับไล่ตามไปเรื่อย ๆ จนถึงด่านตรวจตำรวจก็สกัดไว้ได้ คนขับรถตู้จึงลงไปคุยก็เห็นว่ามีปากเสียงกันเล็กน้อย
จากนั้นคนขับรถตู้ก็กลับขึ้นมาที่รถแล้วขับออกไปตามปกติเพื่อไปส่งผู้โดยสารต่อ ซึ่งตอนนั้นตนก็กังวลและแอบกลัวที่จะต้องนั่งไปต่อ แต่ตอนนั้นก็ใกล้จะมืดแล้วและทุกคนก็ไม่มีทางเลือกเลยต้องไปต่อ ทำได้เพียงแค่ภาวนาให้เขาใจเย็นลง และพาไปถึงที่หมายอย่างปลอดภัย
โดยในระหว่างเกิดเหตุจังหวะที่เขาขับรถไล่ตามนั้น ผู้โดยสารหลายคนก็พยายามบอกว่าให้ทางตำรวจเป็นคนจัดการ หรือช่วยโทรให้ด่านสกัด ดูรถดูเลขทะเบียนเพื่อให้ตำรวจจับดีกว่า แต่เขาไม่ฟัง ดึงดันที่จะขับต่อไป ซึ่งตอนนั้นก็กลัวว่าถ้าพูดอะไรไปมากกว่านี้ ก็อาจจะเกิดเหตุการณ์กระทบถึงตัวเองได้ เพราะคนโกรธยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ ก็เลยต้องอยู่นิ่ง ๆ เงียบ ๆ
ในระหว่างทางตั้งแต่ออกจากจุดเกิดเหตุ เขาไม่ได้มีอาการใจเย็นลงเลย มีบ่นอยู่เรื่อย ๆ โมโหที่ชนกับรถบริษัทเขา จนกระทั่งขับไปถึงจุดพักรถที่เชียงดาว ทุกคนก็จะต้องลงไปเข้าห้องน้ำไปพักเบรก ในขณะนั้นคนขับรถบัสที่เกิดเหตุเฉี่ยวชนขับรถไปจอดที่เชียงดาวเหมือนกันพอดี
เขาจึงได้คุยกันเรื่องการที่จะเอาหลักฐานจากกล้องหน้ารถของรถตู้ไปส่งให้ตำรวจ ซึ่งตัวคนขับรถบัสได้ขอบคุณคนขับรถตู้ที่ไปตามให้แต่ก็บอกให้ใจเย็น ๆ ด้วย แล้วผู้โดยสารที่นั่งข้างคนขับก็บอกว่า ที่จริงเราไม่ควรขับตามไป เพราะว่าถ้าผู้โดยสารไปขึ้นเครื่องเขาอาจจะตกเครื่องได้
ด้านคนขับรถตู้ก็พูดขึ้นมาว่าโอเคเดี๋ยวจะเหยียบ 120 ให้ พอตนได้ยินตนก็อึ้งไปเลย ว่าทำไมถึงพูดแบบนี้ออกมา เพราะว่ามันส่งผลถึงความปลอดภัยโดยตรง พอคนขับรถบัสพูดว่าให้ใจเย็น ๆ ค่อย ๆ ขับเขาก็โมโหบอกจะทิ้งกุญแจให้ผู้โดยสารขับไปเอง
พอขับรถต่อไปอีกสักพักเขาก็บ่นอยู่เรื่อยๆไม่มาหายโมโหสักทีอแล้วเขาก็พูดว่า “จริงๆก็ไม่ได้อยากทำงาน อยากลาออกอยู่พอดี” ตอนนั้นตนก็คิดอยู่ว่าถ้าอยากลาออกแล้วจะมาขับทำไม แต่พูดอะไรออกไปไม่ได้
คุณแก้ว กล่าวต่อว่า หลังจากเกิดเหตุผู้โดยสารคนที่นั่งอยู่ด้านหน้าข้างคนขับก็ได้การโทรไปแจ้งที่ขนส่ง และแจ้งทางบริษัทเรียบร้อยแล้ว ทางบริษัทก็ได้แจ้งมาว่ามีบทลงโทษโดยการพักงานคนขับรถคนนี้ 15 วัน และทางขนส่งก็ได้แจ้งเรื่องและให้ไปเสียค่าปรับ และโพสต์ขอโทษหน้าเฟซบุ๊ก
ตอนนี้ตนในฐานะผู้ใช้บริการที่ยังมีความจำเป็นที่ต้องใช้บริการเขาอยู่เพราะไม่มีทางเลือก ก็อยากให้ออกมาสร้างความเชื่อมั่น และสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการว่าจะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคตอีกแล้ว
สุดท้ายนี้ ตนคิดว่าเหตุการณ์นี้ก็คงจะเป็นบทเรียนครั้งใหญ่ให้กับคนขับรถตู้ เขาอาจจะมีความหวังดีให้กับบริษัทมาก ๆ ตอนนั้นที่เขาทำลงไปโดยไม่ได้ทำผ่านการไตร่ตรองให้ดี ก็อยากให้ปรับปรุงตัวหรือว่าคิดใหม่ ตนก็ไม่ได้อยากให้ถึงขั้นไม่มีงานทำ