รวบแล้ว 2 เจ้าหนีโหดขับรถชน หมวกกันน็อกฟาดสาวใหญ่ หลังไม่มีเงินใช้หนี้รายวัน ร้องสายไหมช่วยเร่ง รับสารภาพกู้เงินธนาคารมาปล่อยดอกโหด

เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 2567 จากกรณีนางทวีพร อายุ 56 ปี เข้าร้องเรียนกับนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หลังกู้หนี้นอกระบบ 4,000 บาท ได้เงิน 3,400 บาท กลับเป็นหนี้ 5,000 บาท เนื่องจากมีค่าดำเนินการจ่ายหนี้วันละ 200 บาท

เมื่อขาดส่งถูกแก๊งเงินกู้นอกระบบทำร้ายร่างกายขับจยย.ชนระหว่างขี่จักรยาน ตบหน้า เอาหมวกกันน็อกฟาด จึงได้แจ้งความที่สน.บางขุนเทียนนั้น

พ.ต.อ.กฤติเดช จันทร์เพชร ผกก.สน.บางขุนเทียน พ.ต.ท.จารุกิตติ์พัฒน์ สุขยิ่ง รอง ผกก.สส.สน.บางขุนเทียน และชุดสืบสวนสน.บางขุนเทียน จับกุมนายธีระพันธ์ หรือพัน มีบึงพร้าว อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญาธนบุรีที่ 22/2567 ลงวันที่ 11 ม.ค. 2567

ข้อหา ร่วมกันทวงถามหนี้โดยการข่มขู่ใช้ความรุนแรง หรือกระทำอื่นใดที่ทำให้เกิดคความเสียหายแก่ร่างกาย ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของลูกหนี้

ร่วมกันทำร้ายร่างกาย ร่วมกันประกอบธุรกิจให้สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับในทางการค้าปกติ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และให้บุคคลกู้ยืมเงินหรือกระทำการใดๆ อันมีลักษณะเป็นการอำพรางการให้กู้ยืมเงิน โดยลักษณะเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้

อีกรายคือนายวิโรจน์ หรือตี๋ ศรีสวัสดิ์ อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรีที่ 21/2567และ 23/2567 ลงวันที่ 11 ม.ค. 2567 ข้อหา ร่วมกันทวงถามหนี้โดยการข่มขู่ใช้ความรุนแรง หรือกระทำอื่นใดที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกาย ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของลูกหนี้

ร่วมกันทำร้ายร่างกาย ร่วมกันประกอบธุรกิจให้สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับในทางการค้าปกติ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และให้บุคคลกู้ยืมเงินหรือกระทำการใดๆ อันมีลักษณะเป็นการอำพรางการให้กู้ยืมเงิน โดยลักษณะเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้

ทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ทำให้เสียทรัพย์ เมื่อวันที่ 10 ม.ค.ทึ่ผ่านมา

สืบเนื่องจากนางทวีพรได้กู้เงินจากนายตี๋ 4,000 บาท ได้รับเงินจริง 3,400 บาท ผ่อนวันละ 200 บาท ระยะเวลาผ่อน 24 วัน ต่อมาวันที่ 22 ธ.ค. 2566 นายตี๋ ได้มาเก็บเงินกู้ แต่ไม่มีจ่าย นายตี๋จึงได้ขับรถจักรยานยนต์ชนที่ขาเป็นรอยช้ำ

ต่อมาวันที่ 10 ม.ค.2567 ทั้ง 2 คนมาเจอกับผู้กล่าวหาอีกครั้ง ซึ่งขณะนั้นนายพัน เป็นผู้ขี่รถจักรยานยนต์ โดยมีนายตี๋ซ้อนท้ายได้ลงจากรถจักรยานยนต์มาตบหน้าผู้เสียหาย 2 ครั้ง และใช้หมวกกันน็อกตีที่ศีรษะผู้กล่าวหา 2 ครั้งเป็นเหตุให้ผู้กล่าวหาได้รับบาดเจ็บ

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยนายตี๋ รับว่าได้กู้เงินจากธนาคาร เมื่อปลายปี 2566 เป็นเงินจำนวน 200,000 บาท แล้วนำมาออกเงินกู้โดยเป็นนายทุนเอง จึงได้ตรวจสอบข้อมูลทางบัญชีของตี๋ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน