ผบก.ภ.จว.นครนายก สั่งสอบ พ.ต.อ.ก้มกราบ พ.ต.ท. หลังลูกน้องร้องเรียนให้เก็บส่วย เผยมีปัญหาการควบคุมอารมณ์ ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง

เมื่อวันที่ 23 ก.พ.67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีรายงานว่า ตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวน กรณี พ.ต.อ.นายหนึ่ง ผู้ถูกกล่าวหา มีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงและเกิดความผิดชัดแจ้งต่อผู้บังคับบัญชา

โดยตำรวจยศ พ.ต.อ. ในจังหวัดนครนายก ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดร้ายแรงและเกิดความผิดชัดแจ้งต่อผู้บังคับบัญชา คือ พ.ต.ต. 1 นาย ด.ต. 2 นาย ข้าราชการตำรวจในจังหวัดนครนายก ร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชาว่า พ.ต.อ.คนดังกล่าว มีพฤติการณ์บังคับ ข่มขู่ ผู้ใต้บังคับบัญชาให้ไปเรียกรับผลประโยชน์กับประชาชน ต้องหาเงินมาให้

เมื่อ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก เรียกให้ลูกน้องตำรวจ ยศ พ.ต.ต. 1 นาย ด.ต. 2 นาย ที่มาร้องเรียนมาพบเพื่อสอบถามปัญหาที่เกิดขึ้น แต่พ.ต.อ.คนดังกล่าวมาขัดขวางการสอบถาม โดยผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก สั่งให้ พ.ต.อ.ผู้ถูกกล่าวหาออกไปจากสำนักงานตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก แต่พ.ต.อ.ไม่ยอม ทั้งยืนเคาะประตู และพูดเรียกตลอด ขณะที่ผบก.ภ.จังหวัดนครนายกกำลังสอบถามตำรวจ ที่ร้องเรียนอยู่

แม้ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก สั่งให้พ.ต.อ.ดังกล่าว ออกไปหลายครั้ง แต่พ.ต.อ.ก็ไม่ยอมออกไป ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก จึงเรียกให้ตำรวจสายตรวจเชิญตัว พ.ต.อ.ผู้ถูกกล่าวหา ออกไป หากไม่ออกไปจะดำเนินคดีอาญาตามกฎหมายทันที

ขณะนั้น พ.ต.อ.ผู้ถูกกล่าวหา ก้มลงคลานกราบพ.ต.ท.นายหนึ่ง ซึ่งมาเยี่ยมผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก ทำให้เห็นว่ามีปัญหาการควบคุมอารมณ์ ประกอบกับ มีพฤติการณ์ข่มขู่ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก, ข่มขู่รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก และข่มขู่ข้าราชการตำรวจหลายนายที่อยู่ในบริเวณนั้น

ทั้งนี้ เรื่องที่ พ.ต.อ.ผู้ถูกกล่าวหา ถูกกล่าวหาและการกระทำต่อหน้าข้าราชการตำรวจหลายนาย เข้าข่ายความผิดวินัยร้ายแรงฐาน “ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่มิควรได้หรือเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย”

ตามความในพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ มาตรา 112 อาศัยอำนาจตามความในพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 มาตรา 117 และมาตรา 179 จึงแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนเพื่อทำการสืบสวนสอบสวนผู้ถูกกล่าวหาในเรื่องดังกล่าว ประกอบด้วยบุคคลดังต่อไปนี้

1.พ.ต.อ.อรรฆพงษ์ สุนทรวิภาต รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก เป็นประธานกรรมการสืบสวน

2.พ.ต.ท.ปรีชา ปรึกษา รองผู้กำกับการ(สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรบ้านนา เป็นกรรมการสืบสวน

3. พ.ต.ท.ศิริศักดิ์ พงษ์ประสิทธิ์ รองผู้กำกับการฝ่ายอำนวยการ ตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก เป็นกรรมการสืบสวน

4.พ.ต.ท.วีระศักดิ์ ญาณวุฒิโท สารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองนครนายก เป็นกรรมการสืบสวน

5.ร.ต.อ.วิเดช หงษ์ทัพ รองสารวัตร(สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรเมืองนครนายก เป็นกรรมการสืบสวน

ทั้งนี้ให้ คณะกรรมการสืบสวนดำเนินการสืบสวนพิจารณาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสืบสวนข้อเท็จจริง พ.ศ.2556 ให้แล้วเสร็จ แล้วเสนอสำนวนการสืบสวนมาเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป

อนึ่งคณะกรรมการสืบสวนเห็นว่ากรณีมีมูลว่า ผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดวินัยในเรื่องอื่นนอกจากที่ระบุไว้ในคำสั่งนี้ หรือกรณีที่การสืบสวนสอบสวนพาดพิงไปถึงข้าราชการตำรวจผู้อื่นและคณะกรรมการสืบสวนพิจาณาเบื้องต้นแล้วเห็นว่า ข้าราชการตำรวจผู้นั้นมีส่วนร่วมกระทำการในเรื่องทีมสืบสวนนั้นอยู่ด้วยให้ประธานกรรมการรายงานมาโดยเร็ว

สั่ง ณ วันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2567 พล.ต.ต.จักษ์ จิตตธรรม ผบก.ภ.จว.นครนายก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน