หนูเล็กโพสต์คลิปลูกชายจมน้ำ 13 วินาที ถามผิดที่ใคร ด้านเพจดังชี้ อาจเป็นเพราะ “แพนิค” อันตรายกว่าที่คิด พร้อมแนะวิธีเอาตัวรอด
เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ได้รับความสนใจ เมื่อทาง “หนูเล็ก ก่อนบ่าย” ได้โพสต์คลิปที่ “น้องวิน” ลูกชายจมน้ำ ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมของปีที่แล้ว
โดยหนูเล็กอธิบายว่า ขณะนั้นได้ส่งน้องวินไปเรียนว่ายน้ำ และจู่ ๆ ได้ยินเสียงลูกร้องไห้ พอถามครูก็ได้รับแจ้งมาว่า น้องวินโยนหมวกครูลงสระใหญ่ ขณะที่ครูกำลังจะลงไปหยิบ น้องวินได้โยนบอลไปอีกฝั่งที่ไม่ใช่น้ำ และขอให้ครูช่วยหยิบบอลให้ ครูเลยบอกให้น้องวินลงไปเอาหมวก แต่ลืมว่าน้องไม่ได้ใส่ชูชีพ
ทั้งนี้ครูแจ้งว่าน้องวินไม่ได้จมน้ำ จากนั้นก็ทำตัวเฉย ๆ ซึ่งทางหนูเล็กไม่เชื่อใจสักเท่าไหร่ เพราะน้องวินบอกว่าจมน้ำและสำลักน้ำ เลยตัดสินใจขอดูกล้องวงจรปิด และได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด จึงอยากถามชาวเน็ตว่า เหตุการณ์นี้เกิดจากความประมาทของครูผู้สอน หรือเกิดจากความผิดของลูกชายที่โยนของเล่นและลงไปเอาหมวกเอง
ล่าสุดทาง เพจเจ้าหญิงน้อยแห่งอันดามัน ก็ได้ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว โดยระบุว่า ในฐานะคนเคยจมน้ำตอนเด็ก 3-4 ครั้ง จนต้องโดนส่งเรียนว่ายน้ำ และปัจจุบันสามารถว่ายแบบเอาตัวรอดได้ เท่าที่ได้ดูคลิปของหนูเล็ก คิดว่านี่เป็นอาการของ “แพนิค”
โดยให้เหตุผลว่า เวลาเด็กลงไปในน้ำแล้วตัวไม่ลอยเพราะไม่มีชูชีพ สิ่งแรกที่เด็กจะเป็นคือ “แพนิค” ตกใจจนลืมพื้นฐานการว่ายน้ำและการลอยตัว ปกติเวลาคนเราลงไปในน้ำ ตัวจะลอยในระดับหนึ่ง แต่กรณีนี้ น้องจมลงไปเลยจึงเกิดอาการตกใจ
โดยการที่น้องพยายามตีขารัว ๆ นั่นคืออาการแพนิค เพราะถ้ามีสติครบ เวลาตกน้ำ จมน้ำ ครูจะสอนการลอยตัวไว้ ซึ่งหลักสูตรการสอนที่ถูกต้อง จะไม่ตีขารัวเพราะจะหมดแรงเร็ว และไม่ได้ประโยชน์เท่าการตีขาช้า ๆ เป็นจังหวะ
นอกจากนี้ตีขารัว ๆ แล้ว น้องไม่ได้หงายหลัง ซึ่งการหงายหลังคือการช่วยให้เราหายใจได้สะดวก เป็นการตีขาพยุงตัวแล้วเอนหลังลง จึงอนุมานได้ว่าน้องกำลังเป็น “แพนิค” ซึ่งการจัดการภาวะแพนิคสามารถแก้ได้ แต่ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
สำหรับเคสของน้องวินแนะนำให้เปลี่ยนไปสอน “การลอยตัวแบบไม่ขยับร่างกาย” จะช่วยพัฒนาได้ดีที่สุด เพราะการลอยตัวแบบขยับร่างกายน้อย ๆ มีประโยชน์มากและลดอาการแพนิคได้ด้วย


