15 มิถุนายน หนุ่ม กะลา ขอลาบวช เศร้าหนัก ปมคนใกล้ชิดยักยอกเงินบริษัท 66 ล้าน ทั้งที่ปากบอกว่ารัก หมดเงินทั้งชีวิต

วันที่ 7 มิ.ย.67 ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ เปิดเผยถึงกรณีที่ หนุ่ม กะลา นักร้องชื่อดัง ได้ยื่นฟ้องต่อศาลว่า ในคดีนี้คือคดีที่ ‘ห้างหุ้นส่วนจำกัดทองบริบูรณ์365’ เป็นบริษัทที่คุณหนุ่มตั้งขึ้นมาเพื่อรับงานแสดง ปรากฎว่ามีบุคคลใกล้ชิด 2 คนเป็นผู้หญิง ซึ่งเขาเป็นเพื่อนกัน คนหนึ่งเป็นคนใกล้ชิดของคุณหนุ่ม อีกคนเป็นคนทำบัญชี และสองคนนี้ดูแลบริษัทของคุณหนุ่ม แต่ปรากฏว่ามีการทุจริตถอนเงินจากบริษัทไปตั้งแต่ปี 58 -ปี 66 ทั้งหมด 452 ครั้งรวมกว่า 66 ล้านบาท จึงได้ฟ้องร้องคดีอาญา เมื่อวันที่ 16 พ.ค.

ซึ่งเหตุผลที่ทำให้ไปตรวจสอบเจอว่ามีการยักยอกเงินของบริษัท เกิดจากคดีฟ้องชู้ ที่ได้เรียกเอกสารสำคัญคือ สเตทเมนต์บัญชีของบริษัทมาตรวจสอบ จึงพบว่ามีการโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวของคนที่ไว้วางใจที่สุดของคุณหนุ่ม ซึ่งจำนวน 452 ครั้ง ทำมาตั้งแต่ปี 58 และทำเกือบทุกเดือน เป็นระยะเวลา 9 ปี มีทั้งหลักหมื่น หลักแสน และเกือบๆ ล้าน เป็นการแอบทุจริตถอนเงินเป็นประจำ ซึ่งมีหลักฐานเส้นทางการเงินชัดเจนว่า เอาเงินของบริษัทโอนเข้าบัญชีส่วนตัว บางส่วนก็เบิกเงินสด โดยการทำธุรกรรมและตัวจำเลยเป็นคนทำธุรกรรมเอง

โดยทนายมองว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัดทำเพื่อค้ากำไร ควรจะเอาไปทำเพื่อประโยชน์ ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ส่วนตัวและช่วงปี 58 ก็ยังไม่มีปัญหาอะไรกัน คุณหนุ่มเขาไว้ใจคนใกล้ชิด เพราะคอยดูแลบริษัท และดูแลถอนเงินฝากเงินต่างๆ และยอดล่าสุดที่โอนครั้งสุดท้ายคือวันที่ 8 ก.ย.66 จำนวน 222,481บาท

และที่ผ่านมาคุณหนุ่มไม่เคยรู้เรื่องเลย คุณหนุ่มก็เพิ่งมารู้ไม่กี่วันนี้เอง หลังจากมาไล่ดูสเตทเมนต์ โดยคุณหนุ่ม ตกใจมาก ช็อก เสียความรู้สึก เพราะไว้ใจและคิดว่าเขารักเราจริง ไปออกข่าวว่า รักๆ พี่หนุ่ม แต่หลักฐานชัดมาก คุณหนุ่มเลยตัดสินใจบวช 15 มิ.ย.หลังรู้เรื่อง

ทนายเดชา ยังบอกอีกว่า คุณหนุ่ม ต้องการให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะคดีนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องชู้สาว ขออย่าเอามาปนกัน คดีนี้เป็นการทุจริตของบริษัท หลักฐานชัดเจน ดังนั้นถ้าไม่ได้ทำก็อยากให้ออกมาแถลงข่าว ออกมาชี้แจงเลย เพราะเงินไม่ใช่จำนวนน้อยๆ และเงินจำนวนนี้ เป็นเงินทั้งชีวิตที่เขาทำงานมา เขาเสียใจ และเสียความรู้สึก เพราะโดนยักยอกไป แล้วออกไปอยู่บัญชีส่วนตัวของจำเลย โดยไม่ได้บอกพี่หนุ่ม

“บัญชีบริษัทตอนนี้ ก็เกือบหมด เพราะเป็นเงินที่ทำมาทั้งชีวิต ทุกวันนี้ก็ยังต้องให้รายเดือนอีก จึงขอฝากประชาชนว่าคนในครอบครัวที่ไว้ใจที่สุด อาจจะเป็นเหมือน ‘รังสิตมันร้าย’”

ทนายเดชา ยังฝากบอกสังคมด้วยว่า อยากให้สังคมแยกกัน ระหว่างประเด็นฟ้องชู้ กับประเด็นนี้ เพราะเป็นคนละประเด็น อันนี้คดียักยอกทรัพย์ ทุจริตของบริษัท ไม่ใช่คดีนอกใจ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน