คนเมาขับรถชนกำแพงทะลุ ซ้ำยังนั่งดื่มเหล้าต่อ รับปากดิบดี ผ่านมาครึ่งปียังเงียบ แถมติดต่อไม่ได้
วันที่ 9 มิ.ย.67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาชิก TikTok @aremas.isme โพสต์ร้องเรียน คนเมาขับรถชนกำแพงบ้าน โดยเหตุเกิดเมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 28ม.ค.ที่ผ่านมา คนเมาขับมาชนตรงกลางของบ้านแฝดใน กทม. ตัวผู้ก่อเหตุเป็นผู้ชายวัยประมาณ 50 ปลายๆ อยู่ในอาการมึนเมา กลิ่นเหล้าหึ่ง ขับชนหลายบ้านในซอยและมาทะลุชนจนหยุดค้างไว้ที่หน้าบ้านของเธอ ส่งผลให้บริเวณโดยรอบนั้นเสียหายเป็นจำนวนมาก รวมค่าใช้จ่ายแล้วราวๆ แสนบาท ซึ่งหลังเกิดเหตุไป สน. ผู้ก่อเหตุยังไม่วายนั่งกินเหล้าต่อ ค่าเสียหายก็ชดใช้ไม่ครบ หายตัวไปและไม่มีการรับผิดชอบใดๆ
ล่าสุดผู้สื่อข่าว ‘ข่าวสดออนไลน์’ ได้ติดต่อไปยัง คุณสามีล่า โดยเปิดเผยว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 ม.ค. เวลาประมาณ 14.00 น. ในวันที่เกิดเหตุไม่มีคนอยู่บ้าน ตนได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนบ้านว่ามีคนเมาขับรถเข้ามาในซอยบ้าน ได้ชนเข้ากับบ้านหลายหลังและไปทะลุจบอยู่ที่หน้าบ้านของตน ส่งผลให้บ้านแฝดหลังดังกล่าวนั้น กำแพงหายไปครึ่งหนึ่ง ต้นไม้หาย ท่อน้ำและมิเตอร์ต่างๆ แตกเสียหาย ผนังข้างในร้าวจำนวนมาก ซึ่งบริเวณที่รถพุ่งเข้ามานั้น ปกติเป็นที่จอดรถของคุณพ่อ แต่โชคดีที่วันนั้นที่บ้านไปต่างจังหวัดกันพอดี
ส่วนตัวคนเมาแล้วขับ หลังก่อเหตุก็มีท่าทีว่าจะหนี แต่ได้เพื่อนบ้านแถวนั้นช่วยกันหยุดไว้ โดยผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่าผู้ก่อเหตุเมาแล้วขับ มาจอดรถทิ้งไว้ในซอยระหว่างที่ไปกินเหล้าสังสรรค์มาตั้งแต่เมื่อคืนก่อน ลากยาวมาถึงตอนเที่ยงของวันเกิดเหตุ เมื่อขึ้นมาบนรถ ก็ต้องการจะถอยรถแต่ดันไปชนกับรถจยย.ก่อน และต้องการจะหนี จึงขับไปข้างหน้า ทำให้ไปชนเข้ากับรถที่ซ่อมอยู่ในอู่ หลังจากนั้นก็ขับรูดไปตามรั้วและกำแพงบ้านในซอย
เมื่อตนมาถึงหน้าบ้านก็พบว่าความเสียหายนั้นค่อนข้างมาก ทุกคนที่ได้รับผลกระทบจึงเดินทางไปที่ สน. พร้อมตัวผู้ก่อเหตุ โดยชายเมาแล้วขับได้ยกมือไหว้ขอโทษและสัญญาปากเปล่าว่าจะเอาเงินมาใช้หนี้ผ่อนชำระให้ทุกคน ตนจึงเกิดความสงสาร ทำให้ไม่ได้ทำหนังสือสัญญาการชำระหนี้ไว้อย่างชัดเจน มีแค่เพียงการลงบันทึกประจำวันกับตำรวจไว้ โดยที่มีลูกสาวของผู้ก่อเหตุ อายุประมาณ 20 ปี มาเคลียร์เรื่องให้ เบื้องต้นได้ชดใช้ให้คู่กรณีที่เสียหายบ้านละ 5,000 บาท
โดยบ้านของตนนั้นเป็นบ้านแฝดที่ใช้กำแพงร่วมกัน และชื่อบ้าน 2 หลังใช้เป็นคนละชื่อ ตนจึงได้รับค่าเสียหายเบื้องต้นรวมเป็น 10,000 บาท ในกรณีนี้ตำรวจก็ต้องการให้ไกล่เกลี่ยกัน ตอนแรกผู้ก่อเหตุและลูกสาวแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าจะรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้ทั้งหมด ตนจึงได้แลกช่องทางการติดต่อกับตัวลูกสาว ซึ่งยืนยันว่าจะเป็นคนดูแลค่าใช้จ่ายให้เอง เนื่องจากตัวพ่อไม่มีอะไรเลย ก่อนแยกย้ายกันไป ระหว่างนั้นตัวคนก่อเหตุก็ยังไปนั่งกินเหล้าต่อที่ร้านขายของชำหน้า สน.อีก ไม่มีการมาช่วยเหลือเก็บกวาดใดๆทั้งสิ้น
หลังจากนั้นตนได้เรียกช่างมาซ่อมแซมบริเวณที่เสียหาย รวมเป็นมูลค่าประมาณ 28,000 บาท เมื่อแจ้งไปทางลูกสาวถึงส่วนต่างอีก 18,000 บาท ทางลูกสาวก็ตอบกลับมาว่าจะเริ่มชดใช้ให้ตั้งแต่เดือน มี.ค. เป็นต้นไป และเมื่อถึงเวลาก็จ่ายมาแค่เพียง 500 บาท และเริ่มบ่ายเบี่ยง เนื่องจากพ่อและลูกสาวก็มีปัญหากันภายในครอบครัว ต่างคนต่างผลักภาระ
เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ลูกสาวยังตอบข้อความตนอยู่ และได้บอกว่าเธอตกงานไม่มีเงิน แต่ล่าสุดในเดือน มิ.ย. ลูกสาวของผู้ก่อเหตุก็หายไป ไม่มีการติดต่อกลับมาอีก
ตนก็ไม่อยากไปกดดันหรือคุกคามอีกฝ่าย แต่ครั้นจะติดต่อตำรวจก็ติดต่อยาก โดยต้องรอให้ตำรวจคนที่เคยรับเรื่องเคสนี้มาเป็นผู้ดำเนินเรื่องให้เท่านั้น ซึ่งเวลาก็ไม่ตรงกันอีก
คนรอบตัวของตนก็แนะนำว่าให้ไปฟ้องศาล โดยต้องเสียค่าทนาย ตนไม่อยากดำเนินเรื่องไปถึงจุดนั้น อยากให้อย่างน้อยคนที่ทำผิดได้รับโทษไปตามกกฎหมาย ในกรณีที่เมาแล้วขับรวมถึงทำลายข้าวของเสียหาย โดยตนอยากให้อีกฝ่ายแสดงความรับผิดชอบสักนิด ไม่ใช่ว่าพูดแต่เพียงว่าไม่มีเงิน
ตนจึงมาโพสต์ขอความช่วยเหลือทางโซเชียล เป็นการแชร์ประสบการณ์ที่ได้รับบทเรียนว่า เวลาทำอะไรก็ตามต้องมีสัญญาให้ชัดเจน ด้วยความที่ไม่รู้กฎหมายและใจดี อาจทำให้คนผิดหนีหายได้ง่ายๆ