ผัวเมียแสบแฮ็กฉกเงินจากบัญชีธนาคารสูญนับล้าน ชาวสวนน้ำตารินแจ้งกองปราบฯช่วยแกะรอย พบเจอเบาะแสตามล็อกตัวได้ทั้งคู่ ยึดเงินสด 4 แสน ทองหนัก 55 บาท มือถือ 18 เครื่อง บัตรเอทีเอ็ม 10 ใบ เค้นสอบสารภาพใช้วิธีหาเหยื่อด้วยการสุ่มหาเลขบัญชีธนาคารทางอินเตอร์เน็ต โดยใช้ประสบการณ์จากที่เคยขายของออนไลน์ เมื่อได้เลขบัญชีหรือชื่อผู้ใช้บริการธนาคารจะสุ่มรหัสผ่าน โดยผู้เสียหายตั้งรหัสผ่านที่ง่ายต่อการคาดเดา ทำให้ทำธุรกรรม-โอนเงินในบัญชีไป แต่ละครั้งจะโอนเงินครั้งละ 500 บาท เพื่อไม่ให้แจ้งเตือนยอดเงินไปยังมือถือของเหยื่อ ก่อนนำเงินไปซื้อทองเก็บไว้ เช็กประวัติย้อนหลังมีคดีฉ้อโกงติดตัวอยู่

เมื่อวันที่ 16 มี.ค. ที่กองปราบปราม พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรนาม รองผบก.ป. พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.ภาณุมาศ แสงส่ง สว.กก.1 บก.ป. แถลงจับกุมน.ส.วีรยา คำพันธุ์ อายุ 34 ปี ชาวต.คลองใหม่ อ.สามพราน จ.นคร ปฐม และนายศุภวิชญ์ ชัยนนทิวรรธน์ อายุ 39 ปี ชาวกทม. ผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน และนำเข้าสู่ระบบอันเป็นเท็จซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน

พร้อมของกลางเงินสด 400,000 บาท ทองรูปพรรณหนัก 55 บาท โทรศัพท์มือถือ 18 เครื่อง บัตรเอทีเอ็ม 10 ใบ และสมุดบัญชี 10 เล่ม โดยจับกุมผู้ต้องหาทั้งคู่ได้บริเวณหน้าบ้านพัก ม.8 ต.มาบแค อ.เมืองนครปฐม

พล.ต.ต.ไมตรีกล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่รับแจ้งจากผู้เสียหาย ซึ่งเป็นชาวสวนว่าถูกคนร้ายโอนเงินภายในบัญชีธนาคารไป 1.5 ล้านบาท โดยไม่ทราบว่าคนร้ายใช้วิธีใด หลังรับแจ้งได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบติดตามหาตัวคนร้าย กระทั่งทราบว่าคนร้ายคือผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ซึ่งเป็นสามีภรรยา ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติออกหมายจับและติดตามแกะรอยจนสามารถจับกุมได้

พล.ต.ต.ไมตรีกล่าวต่อว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาทราบว่า ทั้งคู่ใช้วิธีการหาเหยื่อด้วยการสุ่มหาเลขบัญชีธนาคารทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งมีความชำนาญ เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยขายสินค้าออนไลน์ เมื่อได้เลขบัญชีหรือชื่อผู้ใช้บริการธนาคารทางอินเตอร์เน็ตจะนำมาสุ่มรหัสผ่าน โดยผู้เสียหายรายนี้ตั้งรหัสผ่านที่ง่ายต่อการคาดเดา จึงทำให้คนร้ายเข้าไปทำธุรกรรมทางการเงินได้ ก่อนโอนเงินในบัญชีไป ซึ่งการสืบสวนขณะนี้เชื่อว่าคนร้ายก่อเหตุเพียง 2 คน แต่สั่งการให้ชุดสืบสวนขยายผล นอกจากนี้จากการตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหายังพบว่า น.ส.วีรยา หนึ่งในผู้ต้องหายังมีคดีฉ้อโกงติดตัว ซึ่งไปก่อเหตุขณะประกอบอาชีพขายสินค้าออนไลน์ด้วย

“อยากฝากเตือนประชาชนว่าหากใครใช้บริการธนาคารทางอินเตอร์เน็ต ขอให้ตั้งรหัสผ่านให้ยากต่อการคาดเดา เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของแก๊งมิจฉาชีพเหล่านี้ ซึ่ง คดีดังกล่าวถือเป็นอาชญากรรมแบบใหม่ โดยธนาคารยอมรับว่าเพิ่งเคยเจอครั้งนี้เป็นครั้งแรก” พล.ต.ต.ไมตรีกล่าว

ด้านพ.ต.ท.ภาณุมาศกล่าวว่า สำหรับการโอนเงินแต่ละครั้งคนร้ายใช้วิธีการโอนเงินครั้งละ 500 บาท เนื่องจากเป็นจำนวนเงินที่ไม่ต้องใช้รหัสจากธนาคาร (OTP) ที่ต้องส่งผ่านข้อความทางโทรศัพท์ของเจ้าของบัญชี แต่ในส่วนข้อบกพร่องดังกล่าวทางธนาคารได้แก้ไขแล้ว ส่วนเงินที่ได้มานั้นคนร้ายจะนำไปซื้อทองคำแทนที่จะเก็บเงินสด เนื่องจากง่ายต่อการอายัดเงิน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน