แสดงที่ศิลปากร แห่จองบัตรภาพ วันแรกทะลุ 4 ล. 11ช้างจากอยุธยา ร่วมถวายบังคม

ศิลปินแห่งชาติ ปั้นพระพักตร์ในหลวง 9 เท่าพระองค์จริง เตรียมนำแสดง “ศิลปากรรวมใจถวายพ่อหลวง” ร่วมกับศิลปิน 9 ท่าน ที่ ม.ศิลปากรขณะที่พสกนิกรทั่วทุกสารทิศ ยังคงเดินทางมาแสดงความไว้อาลัย ที่พระบรมมหาราชวังอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมา โดยสำนักพระราชวัง เปิดให้เข้าสักการะพระบรมศพในวันที่สิบ ตั้งแต่เวลาตี 5 สมเด็จพระบรมฯ พระราชทานอาหารเลี้ยง 3 มื้อ ช่วงค่ำ สมเด็จพระเทพฯ เสด็จพระราชดำเนินทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรม กก.ผจก.ใหญ่ ปณท ปลื้ม ลงทะเบียนรับบัตรภาพวันแรก ยอดทะลุ 4 ล้านราย คสช.ขอบคุณจนท.-จิตอาสา มท.เผยยอดแสดงความไว้อาลัยเกิน 9 ล้านคน ย้ำลอยกระทง คุมเข้มสุรา-พลุไฟ แจงยิบมาตรการปฏิบัติ กทม.จัดระเบียบเต็นท์กิจกรรม กระทรวงดิจิทัลฯ เตรียมทดสอบคิวออนไลน์ ช้างอยุธยา 11 เชือก เข้ากรุงวันนี้ ร่วมถวายบังคมหน้าพระบรมมหาราชวัง

201611071813473-20030315183434
ปชช.เข้าสักการะพระบรมศพ

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 7 พ.ย. ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ภายในพระบรมมหาราชวัง ร.อ.ม.จ. นวพรรษ์ ยุคล ทรงเป็นประธานบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ยี่สิบห้า พร้อมถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร และวัดอนงคารามวรวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 6 พ.ย. ขณะที่สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนได้เข้าถวายสักการะพระบรมศพ ที่หน้าพระบรมโกศเป็นวันที่สิบ เนื่องจากเป็นวัดหยุดสุดสัปดาห์มีพสกนิกรจำนวนมากเดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพตั้งแต่เช้ามืด เจ้าหน้าที่เปิดให้ประชาชนเข้าทางประตูวิเศษไชยศรีอย่างเป็นระเบียบ ในเวลา 05.00 น. จากนั้นได้เปลี่ยนทางเข้าเป็นทางประตูมณีนพรัตน์ ถนนหน้าพระลาน ในเวลา 08.30 น. เพื่อเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมวัดพระศรีรัตนศาสดารามเข้าทางประตูวิเศษไชยศรี

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในวันนี้มีพสกนิกรเดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศ เพื่อมารอถวายสักการะพระบรมศพ ทุกคนยังคงอยู่ในความโศกเศร้าเสียใจ หลายคนกอดพระบรมฉายาลักษณ์ไว้แนบอกตลอดเวลา และเมื่อได้เข้ากราบถวายสักการะพระบรมศพแล้ว สำนักพระราชวังแจกภาพพระโกศพระบรมศพ พิมพ์ 4 สี ขนาด 5 คูณ 7 นิ้ว ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่พสกนิกรทุกคนเก็บไว้เป็นที่ระลึกด้วย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.45 น. ภายในพระบรมมหาราชวังได้มีฝนตกโปรยปรายมาอย่างหนัก แต่ยังคงมีพสกนิกรต่อแถวอย่างเป็นระเบียบ เพื่อให้ได้สักการะพระบรมศพ โดยประชาชนส่วนใหญ่ได้พกร่มและเสื้อกันฝนติดตัวมาด้วย พร้อมเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้กับผู้ที่อยู่ข้างๆ

ชาวบ้านน้อมนำคำสอน

ด้านนางเบญจา ทองแกมแก้ว อายุ 48 ปี ชาวบ้าน ต.ทุ่งนุ้ย อ.ควนกาหลง จ.สตูล ที่เดินทางมาถวาย สักการะพระบรมศพ กล่าวว่า ตนอยากเดินทางมาถวายพระพรพระองค์ท่านนานแล้วแต่ยังไม่มีโอกาสเพราะบ้านอยู่ไกล วันนี้ได้มีโอกาสมากราบถวาย สักการะครั้งสุดท้ายรู้สึกดีใจมาก และรู้สึกเป็นบุญที่ได้เกิดบนแผ่นดินของพระองค์ท่าน ชีวิตนี้ไม่อาจลืมได้ พระองค์ทำประโยชน์ให้ประชาชนมากมายสอนให้คนไทยรักกัน ไม่มีสิ่งใดที่ตนจะตอบแทนพระองค์ได้ นอกจากเป็นคนดีทำวันนี้ให้ดีที่สุด และก็จะขอน้อมนำคำสอนของพระองค์มาใช้ในชีวิตประจำวัน รวมถึงอบรมสั่งสอนลูกให้รู้จักขยันหมั่นเพียรและพอเพียงเลี้ยงตนเองได้ไม่เป็นภาระของผู้อื่น สำหรับวันถวายพระเพลิงพระบรมศพ ก็จะพยายามทำงานเก็บเงินเพื่อหาโอกาสเดินทางมาอีกสักครั้ง

ส่วนนายวรนภาฤทธิ์ พรเนียน อายุ 22 ปี นักเผยแพร่ศาสนาคริสต์ กล่าวภายหลังเข้ากราบถวาย สักการะพระบรมศพ ว่า ตนมีความเคารพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมาก เนื่องจากหลักคำสอนของพระองค์ใกล้เคียงกับศาสนาคริสต์มาก คือสอนให้คนมีความพอเพียง พึ่งพาตนเองได้ และทรงเป็นแบบอย่างในเรื่องการแบ่งปัน มีจิตกุศล และทรงเป็นผู้นำที่ดีทำให้หลายประเทศทั่วโลกรู้จักประเทศไทย โชคดีที่ตนได้เกิดเป็นคนไทยและทันในสมัยรัชกาลที่ 9

หนุ่มต่างชาติร่วมเสียใจ

ด้าน นายวีเฟอร์ อายุ 20 ปี นักเผยแพร่ศาสนาคริสต์ กล่าวว่า ขอให้กำลังใจคนไทย ตนอาจจะไม่เข้าใจในประเพณีไทยและในเวลาที่คนไทยรู้สึกเสียใจมากนัก แต่ตนรู้สึกได้ว่าพระองค์ท่านเปรียบเหมือนหัวหน้าหรือผู้นำที่ดีที่สุดในโลก ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีที่สุดของทุกคน

นายจิรายุ มาสมบูรณ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 จากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) กล่าวในฐานะเด็กรุ่นใหม่ ว่า แม้จะเป็นเด็กรุ่นใหม่ก็ยังเห็นว่าท่านทรงมีพระมหากรุณาธิคุณกับปวงชนชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้ ตนเรียนมาจากโรงเรียน นวมินทราชินูทิศ บดินทรเดชา 3 ซึ่งได้รับฟังพระบรมราโชวาทในทุกวัน ทั้งในห้องเรียน ทั้งจากคำกล่าวของคุณครูทำให้เกิดการสั่งสมมาตั้งแต่เด็กในเรื่องของคำสอนและพระบรมราโชวาท ตนนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในสวนขนาดย่อมของตนเอง เป็นการปลูกพืชแบบผสมผสาน ทำให้เรามีกินหลายๆ อย่าง

ปณทเปิดลงทะเบียรรับบัตรภาพฯ

นางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) เปิดเผยถึงการเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนขอรับบัตรภาพผนึกตราไปรษณียากรพระบรมฉายาลักษณ์ รัชกาลที่ 9 ว่า วันนี้ (7 พ.ย. 59) ไปรษณีย์ไทย เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนขอรับบัตรภาพฯ เว็บไซต์ www.stamp rama9.thailandpost. com ตั้งแต่เวลา 07.00 น. เป็นวันแรก โดยผู้ที่ลงทะเบียนจะต้องใช้หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมกรอกรายละเอียดชื่อ-นามสกุล ที่อยู่สำหรับการจัดส่ง เพื่อไปรษณีย์ไทยจะได้นำส่งบัตรภาพฯ ตามที่อยู่ที่ได้ลงทะเบียนไว้ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และระบุหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ เพื่อการแจ้งข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติม ทั้งนี้ ขอสงวนสิทธิ์ในการลงทะเบียน 1 ท่าน ต่อบัตรภาพฯชุดพิเศษนี้ 1 ใบ นั้น ซึ่งภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ล่าสุด มีผู้แจ้งความจำนงเข้ามาแล้วกว่า 4 ล้านคน (สถานะ 7 พ.ย. 59 เวลา 18.30 น.) โดยประชาชนสามารถลงทะเบียนได้ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 อย่างไรก็ตาม หากมีการแจ้งความจำนงเข้ามามากกว่า 9,999,999 คน ไปรษณีย์ไทยจะพิจารณาดำเนินการสำหรับประชาชนที่ลงทะเบียนไว้ทุกคน

ทั้งนี้ เว็บไซต์ที่ไปรษณีย์ไทยเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนนั้นมีเพียงเว็บไซต์เดียว คือ www.stamp rama9.thailandpost.com และไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นจากประชาชน สำหรับผู้ที่ไม่มีคอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ตโฟนสามารถลงทะเบียน ผ่ านเว็บไซต์ดังกล่าวได้ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ทุกแห่งทั่วประเทศ

ขณะที่ประชาชนตามต่างจังหวัด ที่ไม่สามารถลงทะเบียนทางอินเตอร์เน็ตได้ ทางเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ได้เปิดรับแบบฟอร์มการกรอกลงทะเบียน และนำมายื่นต่อเจ้าหน้าที่ แจ้งความจำนง ณ ที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ ซึ่งมีประชาชนแห่มาขอลงทะเบียนกันอย่างคึกคัก ทั้งในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จ.ขอนแก่น จ.นครราชสีมา เป็นต้น

คสช.ขอบคุณจนท.-จิตอาสา

ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผย พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการคสช. เป็นประธานการประชุมสำนักเลขาธิการคสช. โดยเลขาธิการคสช. ได้ฝากขอบคุณทุกหน่วยงาน เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ กทม. หน่วยราชการและจิตอาสาที่ร่วมกันปฏิบัติงานในนามกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย (กอร.รส.) ที่ดูแลความปลอดภัยโดยรอบพระบรมมหาราชวัง และพื้นที่สนามหลวงได้อย่างเรียบร้อย ซึ่งในช่วงต่อไปจำนวนประชาชนจะเริ่มคงที่ การบริหารจัดการจะมีความเรียบร้อยยิ่งขึ้น และขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เตรียมพื้นที่ให้เป็นมาตรฐานเพื่อดูแลประชาชนในระยะยาว ซึ่งกอร.รส.จะได้ให้ความสำคัญเรื่องการรักษาความปลอดภัยพื้นที่ และการดำรงไว้ซึ่งพระเกียรติในทุกกิจกรรม

รองโฆษกคสช. กล่าวว่า ตั้งแต่ 14 พ.ย. รัฐบาลผ่อนปรนให้มีการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการบันเทิงได้ตามปกติ ประกอบกับหลังจากนี้ไปจะอยู่ในช่วงของเทศกาลการท่องเที่ยว และมีการจัดงานประเพณีต่างๆ ซึ่งกอร.รส. จะเข้าช่วยดูแลให้การจัดงานหรือกิจกรรมต่างๆ นั้น เป็นไปตามแนวทางที่เหมาะสม โดยการประสานงานร่วมกับผู้ประกอบการและหน่วยงานในพื้นที่ โดยเฉพาะการอำนวยความสะดวกและสร้างความเข้าใจต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ยอดแสดงอาลัยเกิน 9 ล้าน

กระทรวงมหาดไทยสรุปผลการดำเนินการจัดกิจกรรมลงนามแสดงความอาลัยและการจัดกิจกรรมเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลในส่วนของต่างจังหวัด มีประชาชนลงนามแสดงความอาลัย ณ วันที่ 6 พ.ย. จำนวนทั้งสิ้น 75,975 ราย มียอดสะสมการลงนามแสดงความอาลัยตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค.เป็นต้นมา ทั้งสิ้น 7,066,446 ราย กิจกรรมเพื่อน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยกิจกรรมสวดอภิธรรม มีผู้เข้าร่วม 137,376 คน (ยอดสะสมผู้เข้าร่วมกิจกรรมสวดอภิธรรม ตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค.-6 พ.ย. ทั้งสิ้น 9,072,176 คน) การทำบุญตักบาตร มีผู้เข้าร่วม จำนวน 18,097 คน (ยอดสะสมผู้เข้าร่วมกิจกรรมการทำบุญตักบาตร ตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค.-6 พ.ย.ทั้งสิ้น 2,764,058 คน) กิจกรรมอื่นๆ 44,589 คน (ยอดสะสมผู้เข้าร่วมกิจกรรมอื่นๆ ตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค. – 6 พ.ย. ทั้งสิ้น 2,457,829 คน)

มท.แจงมาตรการช่วงลอยกระทง

ที่ กระทรวงมหาดไทย นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า เนื่องจากใกล้เข้าสู่ช่วงเทศกาลลอยกระทงในวันที่ 14 พ.ย.นี้ ซึ่งหลายพื้นที่จะจัดสถานที่ให้ประชาชนได้ลอยกระทงตามประเพณี โดยเฉพาะริมน้ำ โป๊ะ ท่าเทียบเรือโดยสาร และมักจะเกิดอุบัติเหตุจากการจราจรทั้งทางบก ทางน้ำ เหตุจากอัคคีภัยเป็นประจำ สร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนมาก กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ จึงสั่งการให้ทุกจังหวัดเตรียมพร้อมดูแลความปลอดภัยในช่วงจัดงานวันลอยกระทงให้เกิดความเรียบร้อย เหมาะสมในช่วงพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล โดยให้ทุกจังหวัดดำเนินการ ดังนี้

1.ให้ผู้อำนวยการหรือเจ้าพนักงานตาม พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 ตรวจตราอาคารสถานที่ โป๊ะ ท่าเทียบเรือโดยสาร หากพบสภาพไม่มั่นคงแข็งแรงหรืออาจเกิดเป็นอันตราย ให้รีบแจ้งหน่วยงานตามกฎหมายเพื่อตรวจสอบและซ่อมแซมตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

คุมเข้มจำหน่ายสุรา-จุดพลุไฟ

2.ให้หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชน ที่จัดงานวันลอยกระทงเตรียมการป้องกันระมัดระวังทุกด้าน เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติภัย โดยตรวจสอบสิ่งปลูกสร้างภายในงานให้มีความแข็งแรงจัดอุปกรณ์ช่วยชีวิตทางน้ำในบริเวณใกล้เคียงหรือสถานที่ที่จัดงานให้พร้อม และดำเนินการตามกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในการห้ามจำหน่ายสุราโดยเคร่งครัดโดยเฉพาะในพื้นที่ที่ห้ามจำหน่ายตามกฎหมาย เช่น วัด สวนสาธารณะ เป็นต้น

3.กำชับนายอำเภอ ดำเนินการตามมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากการจุดและปล่อย บั้งไฟ พลุ ตะไล โคมลอย โคมไฟ โคมควันหรือ วัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึง ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 27/2559 ลงวันที่ 10 มิ.ย.59 ห้ามมิให้ผู้ใดจุดและปล่อย หรือกระทำการอย่างใด เพื่อให้บั้งไฟ พลุ ตะไล โคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกันขึ้นไปสู่อากาศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากนายอำเภอ หรือผู้อำนวยการเขต ทั้งนี้ ไม่ห้ามการดำเนินการดังกล่าว โดยให้แต่ละจังหวัดดูแลในพื้นที่ของตัวเอง

4.ให้นายทะเบียนท้องที่ตามกฎหมายควบคุมดอกไม้เพลิง เข้มงวด กวดขัน การพิจารณาออกใบอนุญาตหรือต่ออายุใบอนุญาตให้ทำ สั่ง นำเข้า หรือค้า ซึ่งดอกไม้เพลิง รวมทั้งตรวจสอบสถานที่เก็บ ทำ หรือค้าดอกไม้เพลิง ที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด 5.ให้ทุกพื้นที่เตรียมความพร้อมทั้งบุคลากร อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที

เน้นปลอดภัย 10 มาตรการ

6.ให้เข้มงวดกวดขันการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันอุบัติเหตุทางถนน เน้นเรื่องความปลอดภัย 10 มาตรการ เช่น การไม่สวมหมวกนิรภัย การเมาสุรา ไม่คาดเข็มขัด ไม่มีใบขับขี่และการใช้ความเร็วเกินที่กฎหมายกำหนด เป็นต้น 7.ให้จังหวัดจัดชุดเจ้าหน้าที่ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) และอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) ปฏิบัติงาน ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายทหาร และเจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่า เพื่อทำหน้าที่เฝ้าระวังสถานที่เสี่ยง ต่อการเกิดอัคคีภัย อุบัติภัย โดยเฉพาะอุบัติภัยทางน้ำ จัดระเบียบและอำนวยการจราจร รักษาความสงบเรียบร้อย เฝ้าระวังความปลอดภัยบริเวณที่มีประชาชนหนาแน่น ตรวจสอบความปลอดภัยบริเวณโป๊ะ ท่าเทียบเรือ สถานที่ริมน้ำสำหรับประชาชนใช้ลอยกระทง และเส้นทางคมนาคมทางน้ำที่จะเป็นจุดเสี่ยงต่อการเกิดอันตราย โดยประสาน การปฏิบัติกับเจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่าเพื่อบูรณาการการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด จัดหน่วยเคลื่อนที่เร็วพร้อมอุปกรณ์ช่วยเหลือกู้ภัยต่างๆ เตรียมพร้อมประจำจุดที่มีประชาชนหนาแน่นเพื่อให้ความช่วยเหลือได้ทันทีเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

ช้างอยุธยาพร้อมเข้ากรุง

ที่ หมู่บ้านช้างเพนียดหลวง ต.สวนพริก อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา นายลายทองเหรียญ มีพันธ์ เจ้าของวังช้างแลเพนียด กล่าวถึงการเตรียมความพร้อม ในการนำช้างเดินทางไปถวายสักการะพระบรมศพที่หน้าประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวัง ว่าวันนี้ช่วงเช้านำช้างทั้ง 11 เชือก ซึ่งเป็นช้างซึ่งมีรูปร่างลักษณะสวยงาม ฝึกซ้อมทบทวนความเข้าใจในการเดินเคลื่อนขบวน การหมอบกราบ แสดงความอาลัย จากนั้นให้ช้างหยุดพักผ่อน อาบน้ำทำความสะอาดให้ช้างทุกเชือกเกิดความสบายผ่อนคลาย พร้อมกับให้อาหารประเภทน้ำตาล การเตรียมชุดคชาภรณ์ของช้าง ที่ใช้สวมใส่

นายลายทองเหรียญกล่าวอีกว่า การฝึกซ้อมการเคลื่อนขบวน การหมอบกราบ ชุดคชาภรณ์ที่จะให้ช้างสวมใส่ได้ตัดเย็บเสร็จแล้ว ในวันนี้ทางเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร เข้ามาดูในเรื่องการแต่งกายของช้างพร้อมแล้ว โดยในขบวนจะมีช้าง 11 เชือก เป็นช้างที่เชิญพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ขณะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมสมโภชพระเศวตอดุลยเดชพาหนฯเป็นช้างเผือกประจำรัชกาล ที่ 9 และช้างนำที่จะคอยตีกลองส่งสัญญาณ ส่วนที่เหลือ เป็นช้างแทรก โดยจะเริ่มแต่งตัวช้าง ในช่วงเวลา 02.00 น. และออกเดินทางในเวลา 04.00 น. วันที่ 8 พ.ย.นี้

องค์ภาฯเสด็จบำเพ็ญพระราชกุศล

ต่อมาเวลา 12.00 น. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ มีพระพิธีธรรมจากจากวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร และวัดอนงคารามวรวิหาร สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ ทั้งนี้ก่อนหน้า เวลา 11.00 น. ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล ทรงเป็นประธานในการบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ และถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรม

ที่เต็นท์หน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้องสนามหลวงฝั่งทิศใต้ ฝั่งตรงข้ามประตูมณีนพรัตน์ พระบรมมหาราชวัง สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ นำอาหาร และน้ำดื่มพระราชทานมาแจกจ่ายให้ประชาชน โดยมื้อเช้า บะหมี่เกี๊ยวหมูแดง 1,500 ชุด นมกล่อง 2,000 กล่อง มื้อกลางวัน กระเพาะปลา 5,000 ถ้วย อาหารว่าง ขนมไทย 1,000 ชุด เฉาก๊วยชากังราว 1,000 ถุง และข้าวเหนียวหมู-ไก่ทอด 1,000 ห่อ ขณะที่มื้อเย็น มาม่าผัด 3,000 จาน ขณะเดียวกันมีน้ำสมุนไพรจำนวน 500 ลิตร และน้ำดื่มจิตรลดาให้บริการประชาชนตลอดทั้งวัน

ขณะที่ บริเวณบูธ 11 เยื้องกับโรงแรมรัตนโกสินทร์ ภายในมณฑลพิธีท้องสนามหลวง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ได้จัดอาหารพระราชทานวันละหนึ่งมื้อ (มื้อเที่ยง) ได้แก่ ข้าวเหนียวหมูทอด พร้อมแกงเขียวหวาน จำนวน 500 ชุด พร้อมมีน้ำดื่มบริการตลอดทั้งวัน ขณะเดียวกันได้มีแพทย์ พยาบาล เภสัชกร และบุคลากรจากโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และโรงพยาบาลวิชัยยุทธ มาให้บริการ โดยจะมีให้บริการในทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ ต่อเนื่องจนครบ 100 วัน

จัดระเบียบเต็นท์กิจกรรม

เมื่อเวลา 15.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยา กาศโดยรอบท้องสนามหลวงและพระบรมมหาราชวัง แม้ว่าจะมีฝนตกลงมาโปรยปราย แต่พสกนิกรยังต่อคิวเพื่อรอเข้าถวายสักการะพระบรมศพอย่างต่อเนื่องโดยที่ปลายแถวอยู่บริเวณทางเข้าจุดตรวจค้นฝั่งตรงข้ามศาลฎีกา ขณะเดียวกันทั้งประชาชนและนักท่องเที่ยวที่จะเดินเข้ามาบริเวณสนามหลวง และพระบรมมหาราชวัง ต้องผ่านจุดคัดกรอง 8 จุด ของเจ้าหน้าที่ที่จะตรวจค้นกระเป๋าสัมภาระ พร้อมทั้งตรวจบัตรประชาชนและหนังสือเดินทางอย่างเข้มงวด เพื่อป้องการแก๊งมิจฉาชีพที่อาจจะเข้ามาปะปน รวมไปถึงกลุ่มจิตอาสาและอาสาสมัครจากหลายหน่วยงานคอยให้ความสะดวกและดูแลความเรียบร้อยแก่พสกนิกร

ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เดินตรวจตราดูแลความเรียบร้อยบริเวณโดยรอบท้องสนามหลวง และตรวจระเบียบแถวของประชาชนที่รอคิวเข้าเฝ้าฯถวายสักการะพระบรมศพ รวมทั้งจัดระเบียบเต็นท์ให้บริการ การจัดกิจกรรมในพื้นที่ ซึ่งจะต้องคงเหลือไว้เฉพาะกิจกรรมที่อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนเท่านั้น เนื่องจากจะมีการจำกัดพื้นที่เพื่อใช้สำหรับเตรียมการสร้างพระเมรุมาศ

จัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติ

ต่อมาเมื่อเวลา 16.00 น. ที่เต็นท์กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณ โดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 และรองผอ.กอร.รส. กล่าวถึงความคืบหน้าหลังจากเข้าตรวจความเรียบร้อยในบริเวณสนามหลวงว่า ในวันนี้ทางศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.) ได้มอบหมายให้ น.ส.เรณู ตังคจิวางกูร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง มาดูความคืบหน้าของการปรับพื้นที่เพื่อใช้ในการจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติ ซึ่งทาง กทม. ได้ปรับปรุงพื้นที่โซนเหนือเรียบร้อยแล้ว และเตรียมจะตั้งเต็นท์ในวันเสาร์ และอาทิตย์นี้ เพื่อให้ประชาชนได้ใช้เป็นจุดพักคอยในการต่อแถว ขณะเดียวกันบริเวณดังกล่าวก็จะเตรียมจัดนิทรรศการ ซึ่ง นายกฯอยากให้ประชาชนที่มาเฝ้ารอได้ชื่นชมพระบารมี และพระราชกรณียกิจที่สำคัญ ให้พสกนิกรไทยได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

“เรื่องจำนวนคนอาจจะมีปัญหาบ้าง เพราะทุกคนได้เดินทางมาตั้งแต่เช้า เป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดความแออัด อีกปัญหาหนึ่งก็คือเรื่องของสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยทำให้การบริหารคนทำให้เกิดความล่าช้า แต่เป็นห่วงเรื่องของสุขภาพประชาชนที่เดินทางเข้ามา ขอฝากไปยังประชาชนมีสุขภาพไม่แข็งแรง หรือป่วยโรคที่ติดต่อได้อย่างไข้หวัดใหญ่ขอรักษาตัวให้หายดีก่อน ที่จะมาถวายสักการะพระบรมศพ” รองแม่ทัพภาคที่ 1 กล่าว

เตรียมทดสอบคิวออนไลน์

พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ กล่าวว่า อีกทั้งวันนี้ได้มีเจ้าหน้าที่จากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มาหารือเพื่อรับทราบรายละเอียดการทำงานของ กอร.รส. เพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดเปิดให้มีการลงทะเบียนเข้าสักการะพระบรมศพผ่านระบบออนไลน์ เพราะมีประชาชนส่วนหนึ่งที่เข้าถึงระบบดิจิตอล แต่ก็ไม่ละเลยประชาชนอีกส่วนหนึ่งที่ยังเข้าไม่ถึงระบบนี้ อีกทั้งปัญหาเรื่องเวลาการเข้าสักการะ ถ้าหากประชาชนที่มาเข้าแถวตั้งแต่เวลา 05.00 น. แต่กลับมีคนลงทะเบียนได้เข้าไปก่อน ก็จะเกิดความไม่พอใจกับคนที่เดินทางมาก่อนได้ จึงได้รายงานปัญหาต่างๆ ให้รับทราบ เบื้องต้นจากการพูดคุยจะมีการเปิดให้ทดสอบระบบในต้นเดือน ธ.ค. นี้ เพื่อดูว่าจะมีความสำเร็จแค่ไหน และต้องปรับแก้อะไรอย่างไรบ้างต่อไป

ศิลปินแห่งชาติปั้นรูปพระพักตร์

ด้านศาสตราจารย์เกียรติคุณ เข็มรัตน์ กองสุข ศิลปินเเห่งชาติ (สาขาทัศนศิลป์) ปี 2555 ศิลปินชั้นเยี่ยมในการเเสดงศิลปกรรมเเห่งชาติปี 2538 (สาขาประติมากรรม) ทำโครงการประติมากรรมเพื่อในหลวงรัชกาลที่ 9 พระบรมโพธิสมภารเเห่งปวงชนชาวไทย เป็นผลงานศิลปะรูปเหมือนเเนวร่วมสมัย ปั้นเป็นรูปพระพักตร์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ขนาด 9 เท่าพระองค์จริง ความสูงประมาณ 3 เมตร เพื่อร่วมแสดงความไว้อาลัยและรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

โดยงานปั้นรูปพระพักตร์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นี้จะนำมาแสดงในงาน “ศิลปากรรวมใจถวายพ่อหลวง” ร่วมกับ ศิลปิน 9 ท่าน และผลงาน 9 ชิ้น ระหว่างวันที่ 26-27 พ.ย.นี้ ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตวังท่าพระ

ถกสายการบิน-รร.ลดราคา

นายนริทร์ ทิจะยัง ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานกรุงเทพฯ เปิดเผยว่า ททท.เตรียมหารือร่วมกับสายการบินประจำชาติ สายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์ แอร์ไลน์) โรงแรมระดับ 3 ดาวขึ้นไป รวมถึงพิพิธภัณฑ์กรุงเทพทั้งหมด จัดแพ็กเกจรองรับคนไทยเดินทางจากต่างจังหวัดเข้ากรุงเทพฯ ร่วมสักการะพระบรมศพแสดงความไว้อาลัย เพื่ออำนวยความสะดวกพร้อมแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวตามพิพิธภัณฑ์ที่อยู่ใกล้พื้นที่พระบรมมหาราชวัง ให้คนไทยเดินทางศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการพระราชดำริ

ทั้งนี้ ททท.อยู่ระหว่างรวบรวมโรงแรมที่มีสถานที่ตั้งใกล้กับพระบรมมหาราชวัง และเป็นสถานที่ที่คนไทยเดินทางได้สะดวก โดยการผนึกแพ็กเกจร่วมกันครั้งนี้ ราคาถูกลง 30-40% เมื่อเทียบกับราคาตั๋วโดยสารเครื่องบิน โรงแรมที่พักช่วงไฮซีซั่น ซึ่งคาดว่าจะพร้อมจำหน่ายปลายเดือนพ.ย.นี้ ผ่านสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) และสายการบิน รวมถึงการโฆษณาประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ผ่านเว็บไซต์ททท.ด้วย

องค์โสมฯทรงช่วยยายเป็นลม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่รถหน่วยเคลื่อนที่ “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ช่วยด้วยใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน” ของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ซึ่งจอดบริเวณด้านหน้าของกรมศิลปากร มีคณะจิตอาสามาร่วมทอดไก่ และนึ่งข้าวเหนียว เพื่อแจกจ่ายให้ประชาชนที่มาสักการะพระบรมศพจำนวน 9,000 ห่อ โดยใช้ไก่จำนวน 1,200 กิโลกรัม และข้าวเหนียว 500 กิโลกรัม

นางสายสม วงศาสุลักษณ์ กรรมการมูลนิธิ เผยว่า ก่อนหน้านี้มีหญิงชราวัย 70 ปี ชาว อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี มาสักการะพระบรมศพ แล้วเกิดอาการคล้ายจะเป็นลมในขณะต่อแถวรอรับข้าวเหนียวไก่ทอด โดยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทอดพระเนตรเห็น จึงรับสั่งให้เจ้าหน้าที่เชิญหญิงชรารายนี้นั่งพักข้างหน่วยรถหน่วยเคลื่อนที่ และทรงนำพัดมาพัดให้ด้วยพระองค์เอง สร้างความปลื้มปีติในพระเมตตาต่อหญิงชรายิ่งนัก ในวันนี้หญิงชราราย ดังกล่าวได้กลับมาอีกครั้ง พร้อมนำพวงมาลัยดอกไม้สดมาทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อขอบคุณในน้ำพระทัย แต่เนื่องจากพระองค์ทรงติดภารกิจ เมื่อทางกองงานได้ถวายรายงานให้ทรงทราบ ทรงรับสั่งตอบกลับมาว่า ขอบคุณมาก พร้อมรับสั่งให้ช่วยเก็บพวงมาลัยไว้ให้

พระเทพฯเสด็จบำเพ็ญพระราชกุศล

ต่อมาเวลา 19.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ โดยมีพระพิธีธรรมจากวัดบวรนิเวศวิหารและวัดจักรวรรดิราชา วาสวรมหาวิหาร สวดพระอภิธรรม รวม 8 รูป

รมต.4ปท.ทึ่งโครงการพระราชดำริ

นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดี ในฐานะโฆษกกรมชลประทาน เปิดเผยว่า วันนี้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับน้ำ จาก 4 ประเทศ คือ ประเทศอินโดนีเซีย เอธิโอเปีย จีน และภูฏาน และเจ้าหน้าที่ระดับสูงจาก 8 ประเทศ คือ พม่า กัมพูชา เนปาล ลาว สาธารณรัฐเกาหลี ยูเครน ซูดาน และภูฏาน ที่เดินทางมาร่วมประชุมชลประทานโลกครั้งที่ 2 ที่ จ.เชียงใหม่ ได้เดินทางไปเยี่ยมชมศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็น “พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต” ที่พระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานพระราชดำริให้จัดตั้งขึ้นเมื่อ 11 ธ.ค. 2525 เพื่อเป็นศูนย์กลางในการศึกษาทดลอง วิจัย หารูปแบบการพัฒนาต่างๆ ให้ประชาชนเข้าไปเรียนรู้และนำไปปฏิบัติได้จริง โดยได้เยี่ยมชมแบบจำลองของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั้ง 6 ศูนย์ ต่างชื่นชมและยอมรับในพระปรีชาสามารถ และพระอัจฉริยภาพด้านการเกษตรและการบริหารจัดการน้ำของพระองค์ท่าน และหลายประเทศจะนำไปต่อยอดพัฒนา เพื่อใช้แก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในประเทศของตนเอง เช่น เอธิโอเปีย จะนำความรู้เรื่องหญ้าแฝกไปใช้ในการฟื้นฟู อนุรักษ์ดินและน้ำ ภูฏาน จะนำเรื่องเกษตรทฤษฎีใหม่ และการบริหารจัดการน้ำไปประยุกต์ใช้ เป็นต้น”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน