แฟนหนุ่มเปิดใจเศร้า สาวไทยสมองตาย เสียชีวิตที่เกาหลีใต้ บริจาคอวัยวะช่วย 5 ชีวิต สื่อเกาหลีใต้ยกย่อง พ่อเผยลูกสร้างปาฏิหาริย์ให้กับชีวิตคนอื่น
กรณีที่ Korea Times สื่อเกาหลีใต้ รายงานข่าวยกย่อง น.ส.ปุริมา รุ่งทองคำกุล าวไทยวัย 35 ปี ที่เสียชีวิตกะทันหัน จากภาวะสมองตาย ขณะมาที่เกาหลีใต้ ครอบครัวทำตามความปรารถนาครั้งสุดท้าย บริจาคอวัยวะต่อชีวิตให้ผู้ป่วยได้ถึง 5 ราย ตามที่เสนอข่าวไปนั้น
ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 12 ก.ค.67 นายนันทภพ วุฒินามครับ หรือเบียร์ แฟนหนุ่มของผู้เสียชีวิต เปิดเผยกับ ‘ข่าวสดออนไลน์’ ระบุว่า แฟนตนมีอาชีพเป็นช่างตัดผมที่บริษัทแห่งหนึ่ง โดยไปเทรนงานที่เกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.67 โดยในช่วงแรกแฟนตนก็ยังพูดคุยกับตนตามปกติ จนวันที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตนและทางครอบครัวแฟน ได้รับการแจ้งข่าวว่า แฟนมีภาวะเนื้อเยื่อในสมองอักเสบ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยอินเจ (Inje University Haeundae Paik Hospital) อย่างเร่งด่วน
นายนันทภพ กล่าวต่อว่า หลังจากนั้นตนและทางครอบครัวพยายามประสานไปยังกงสุล โดยตนและน้องชายแฟนเดินทางไปยังเกาหลีใต้ก่อน เมื่อตนไปถึงก็พบว่าแฟนไม่มีการตอบสนอง อยู่ในภาวะสมองตาย และอยู่ได้ด้วยเครื่องช่วยหายใจ ตนรู้สึกสะเทือนใจมาก ในตอนแรกจะรักษาโดยการผ่าตัด แต่เนื่องด้วยแฟนมีค่าความดันสูง จึงไม่สามารถผ่าตัดได้
ตนจึงขอให้แพทย์ช่วยใส่เครื่องช่วยหายใจเอาไว้ก่อนเพื่อประวิงเวลา รอให้ทางคุณพ่อคุณแม่ของแฟนเดินทางตามายังเกาหลีใต้ อย่างไรก็ตาม ตนพูดคุยกับพ่อแม่ของแฟนมาตั้งแต่ก่อนเดินทางมายังเกาหลีใต้แล้ว ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด คือเขาไม่สามารถหายใจเองได้ ก็จะยอมปล่อยเขาไป เพราะทุกคนไม่อยากให้เขาต้องทรมาน
นายนันทภพ กล่าวว่า สำหรับสาเหตุของการเสียชีวิตอย่างกะทันหันในครั้งนี้นั้น ทางแพทย์ไม่สามารถแจงเหตุผลที่แน่ชัดได้ เนื่องจากแฟนตนไม่มีสติอีกเลย ตั้งแต่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล นอกจากนี้ ทางครอบครัวก็มองว่าหากจะหาสาเหตุ จะต้องผ่าชันสูตร ทางครอบครัวจึงตัดสินใจที่จะไม่หาสาเหตุของการเสียชีวิต
แต่ตลอดระยะเวลา 10 ปี ที่ตนคบหากับแฟนมา ตนคิดว่าสาเหตุอาจจะมาจากการพักผ่อนน้อยหรือไม่ เพราะเวลาที่แฟนเดินทาง แฟนตนจะไม่พักผ่อนหรือนอนหลับระหว่างการเดินทาง เช่นเดียวกับกรณีการเดินทางไปเกาหลีใต้ในครั้งนี้ ซึ่งใช้เวลาในการเดินทางจากประเทศไทย ประมาณ 5 ชั่วโมง และต่อด้วยรถไฟอีก 2 ชั่วโมง ทำให้แฟนตนมีอาการปวดหัวเล็กน้อยในวันแรก
ต่อมาทางบริษัทเล่าเพิ่มเติมว่า ในวันที่ 2-3 หลังจากที่มาถึงเกาหลีใต้ แฟนตนมีอาการปวดหัวหนักมาก ก่อนที่ในวันที่ 27 มิ.ย.67 แฟนตนมีอาการชัก ก่อนที่ในวันพุธที่ 3 ก.ค.67 ทางคุณพ่อแฟนเดินทางมาถึงที่โรงพยาบาล พร้อมดำเนินการเรื่องเอกสารยืนยันว่าเป็นญาติของผู้เสียชีวิต รวมถึงดำเนินการเรื่องการบริจาคอวัยวะด้วย ซึ่งทางศูนย์บริจาคอวัยวะเกาหลี ระบุว่าแฟนตนบริจาคอวัยวะหัวใจ ปอด ตับ และไตทั้ง 2 ข้าง โดยสามารถนำไปช่วยต่อชีวิตให้กับผู้ป่วยได้ถึง 5 ราย
อย่างไรก็ตาม ตนเห็นข่าวที่สื่อเกาหลีรายงานแล้ว ยอมรับว่าทั้งเสียใจมากๆ กับการจากไปของคนที่เรารัก แต่ก็ดีใจและภูมิใจในตัวแฟนมากๆ ซึ่งคุณพ่อของแฟนก็พูดเอาไว้ด้วยว่า แม้ว่าจะไม่มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นกับขิม
แต่อย่างน้อยวันนี้ขิมก็ได้สร้างปาฏิหาริย์ให้กับชีวิตคนอื่น เพราะตนและครอบครัว เชื่อว่าขิมก็ปราถนาจะทำแบบนี้ เนื่องจากขิมเป็นคนที่ชอบบริจาค ก่อนจะไปเกาหลี ขิมเองก็เพิ่งจะบริจาคเลือดไป สิ่งที่เขาได้ทำในวันนี้มันยิ่งใหญ่ และอย่างน้อยเขาก็ได้จากไปอย่างสงบ
“ตลอดระยะเวลา 10 ปี ที่อยู่ด้วยกันมา ขิมเป็นคนที่คอยสร้างแรงบันดาลใจให้กับผมและคนรอบข้าง โดยก่อนหน้านี้ขิมทำงานเกี่ยวกับแบรนด์เสื้อผ้า แต่เลือกที่จะออกจากงานมาทำอาชีพในฝันช่างตัดผม เรียนรู้เอง มีความฝันอยากจะมีร้านตัดผมเป็นของตัวเอง และอยากจะเป็นช่างตัดผมระดับโลก เริ่มจากตัดผมหัวละ 125 บาท จนไปถึงหลักพัน
เขามีความมุ่งมั่น และตั้งใจในการทำงานมาก เห็นพัฒนาการของเขามาโดยตลอด อีกแค่นิดเดียวก็จะถึงความฝันที่เขาตั้งใจเอาไว้ แต่เชื่อว่าเขาไม่เสียดายอย่างแน่นอน คนรอบข้างได้รับพลังบวกจากเขา มันสวยงามไปหมด คงจะคิดถึงเขามากๆ เขาสร้างรอยยิ้มให้กับคนรองข้างจนวินาทีสุดท้าย” นายนันทภพ กล่าว
สุดท้ายนี้ตนอยากจะบอกแฟนว่า “ทุกคนภูมิใจในตัวขิมมาก รักเขาเสมอ ในทุกๆ ด้าน อยากเห็นขิมประสบความสำเร็จ แต่ตอนนี้เขามอบชีวิต และมอบความหวังให้กับคน เขาจะได้ใช้ชีวิตต่อไป ขอบคุณทุกช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกัน ทุกคนรักขิมมากนะ”
ทางครอบครัวตัดสินใจทำพิธีฌาปนกิจศพที่เกาหลีใต้ เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการนำร่างกลับมายังประเทศไทยค่อนข้างสูง ทางโรงพยาบาลจึงแนะนำให้นำอัฐิกลับแทน ภายหลังจากที่ทำเอกสารเรียบร้อย พร้อมกับกลับมาทำพิธีสวดอภิธรรมที่ประเทศไทย





