กู้ภัยเอือม เจอลุงมหาภัยกินแล้วไม่จ่าย แกล้งชักตาเหลือก วอนหน่วยงานเกี่ยวข้องพาไปรักษา ร้านค้าต้องระวัง ทำผู้ป่วยเสียโอกาสหากเกิดเหตุซ้อนกัน

จากกรณีสังคมโซเชียลมีการแชร์ภาพ และคลิปวิดิโอ ลุงคนหนึ่งที่แกล้งแสดงอาการชัก ตาค้าง เพื่อที่จะไม่ต้องจ่ายค่าอาหาร โดยในคลิประบุว่า ลุงคนดังกล่าวชื่อลุงมานพ นั้น

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 14 ก.ค.2567 นายจิติพงษ์ พิมพูล เจ้าหน้าที่อาสาสมัครเคลื่อนที่เร็ว เปิดใจกับ‘ข่าวสดออนไลน์‘ หลังจากเจอลุงมานพ เจ้าเก่าเจ้าเดิม ที่มักจะชอบไปดื่มแอลกอฮอล์ แล้วสั่งอาหารที่ร้านอาหาร เมื่อถึงเวลาจ่ายเงิน ก็จะแกล้งป่วยทันที

นายจิติพงษ์ กล่าวว่า ตนเคยเจอกับลุงมาแล้วหลายครั้ง เนื่องจากว่าแกเคยออกข่าวมาแล้วหลายรอบ ในเขตพื้นที่คลองตัน พระโขนง ทองหล่อ ซึ่งเมื่อคืนมีประชาชนโทรแจ้งไปยัง 1669 ว่ามีผู้ป่วยหมดสติ เหตุเกิดใกล้เคียงแยกกล้วยน้ำไท ร้านหมูกระทะแห่งหนึ่ง กำลังอาสาสมัครมูลนิธิปอเต็กตึ๊ง

ร่วมกับอาสาสมัครเคลื่อนที่เร็ว ก็รีบออกตรวจสอบตรวจสอบที่เกิดเหตุ และเมื่อไปถึงก็พบเป็นชาย1 ราย นอนตาเหลือกอยู่ข้างฟุตบาท กำลังอาสาที่ไปถึง เมื่อเห็นว่าเป็นลุงคนเดิม ก็ทำการปลุกและถ่ายรูปเก็บไว้ ขณะเดียวกันก็วัดชีพจรและดูอาการเบื้องต้น เพราะเผื่อแกป่วยขึ้นมาจริงๆ มองว่ากันไว้ดีกว่าแก้

เมื่อปลุกให้ลุงตื่น อีกฝ่ายเห็นเจ้าหน้าที่ก็รีบยกมือไหว้ แล้วขอร้องว่า อย่าประจานเขาเลย และบอกว่า อย่าบอกที่บ้านของเขานะ อาการนอนตาเหลือก ริมถนนก็หายเป็นปลิดทิ้ง ซึ่งพฤติกรรมของลุงมักจะชอบดื่มแอลกอฮอล์ที่บ้าน และเมื่อเมาแล้ว ก็มักจะมาดื่มต่อที่ร้านอาหาร

จะสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กับแกล้ม รวมไปถึงบางครั้งก็เรียกเด็กดริ้งมานั่งด้วย เมื่อถึงเวลาจ่ายเงินจะแกล้งป่วยขึ้นมากระทันหัน ร้านอาหารที่ไม่เคยเจอลุงคนนี้ก็ไม่ทราบ ก็รีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ เมื่อเจ้าที่มาถึง พบว่าเป็นลุงคนเดิม เคยตักเตือนไปแล้ว ว่าทำแบบนี้มันไม่ดี แต่ลุงก็ไม่ได้สำนึก ก่อเหตุซ้ำๆ

ในกรณีที่เกิดขึ้น เมื่อมีคนแจ้งว่าพบผู้ป่วยหมดสติ บางครั้งเราใช้รถกู้ชีพขั้นสูง ที่มีอุปกรณ์ครบ มีหมอคอยสแตนด์บายอยู่บริเวณนั้น ก็รีบออกมาช่วยเหลือทันที แต่เมื่อเป็นลุงคนนี้ คนเดิม ยอมรับว่ารู้สึกโมโหเหมือนกัน เพราะมองว่า หากมีผู้ป่วยที่มีอาการหนัก แล้วจำเป็นต้องใช้รถกู้ชีพขั้นสูง

เขาก็จะต้องเลือกใช้รถกู้ชีพขั้นสูงที่สแตนด์บายอยู่ไกลจากจุดเกิดเหตุไปอีก เพราะรถคันที่อยู่ใกล้ ได้ขับรถออกมาช่วยเหลือคุณลุงมานพแล้ว พอมาถึงที่เกิดเหตุปรากฏว่าลุงไม่ได้ป่วยจริง ก็มองว่าคนที่ป่วยจริงๆ ก็จะเข้าถึงการรักษาช้ากว่าเดิม ซึ่งมันเป็นผลเสียมาก

และในระหว่างที่เราใช้รถกู้ชีพขั้นสูง เราต้องรีบไปถึงที่เกิดเหตุโดยเร็ว รถบางคันต้องฝ่าไฟแดง บางครั้งต้องใช้ความเร็วสูง มันมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้ตลอดเวลา ดังนั้นเมื่อมาเจอเคสที่ไม่ได้ป่วยจริงแบบนี้ ทำให้โมโหและหมดกำลังใจ ไม่รู้ว่าจะเตือนหรือพูดกับลุงด้วยวิธีไหน เพราะว่าเคยเตือนไปแล้วหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีการแก้ไขพฤติกรรมเลย

ขณะเดียวกัน ตนก็ได้มีโอกาสพูดคุยกับครอบครัวของลุง ทราบว่าลุงไม่มีพ่อแม่ ถูกเอามาทิ้งให้กับป้าเลี้ยง ซึ่งป้าก็อายุ 80 แล้ว ไม่สามารถห้ามลุงได้ บางครั้งเขาออกไปนอกบ้านตอนไหนป้าก็ไม่รู้ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำลุงไปรักษาให้หายจากอาการแบบนี้

อย่างกรณีเมื่อคืน ตนได้แจ้งเจ้าของร้านไปแล้วว่าลุงมีพฤติกรรมแบบนี้ แนะนำควรดำเนินคดี เพื่อให้ลุงเข็ดหลาบ ซึ่งเจ้าของร้านก็บอกว่าให้พาไปที่สถานีตำรวจเลย แต่เมื่อไปถึง เจ้าของร้านก็ไม่ได้มาดำเนินคดี ซึ่งตนไม่รู้ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร จึงอยากฝากเตือนร้านค้า ถ้าเห็นลุงก็ให้ระวังเอาไว้ด้วย

เพราะว่าจากประสบการณ์ที่เคยเจอลุงมานพ ส่วนใหญ่ลุงมักจะเปิดบิลอยู่ที่ประมาณ 2,000 – 3,000 บาทและเมื่อจะเช็คบิลก็จะแจ้งป่วย เพราะหลีกเลี่ยงการจ่ายเงิน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน